วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

191 ทลายบุกค้นทั่วปท. ปราบป้ายปลอม อั้งยี่ อาวุธปืน เสียหายร้อยล้าน!

ผู้การโจ๊ก บูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐ แถลงผลการปฏิบัติยุทธการปราบปรามปั๊มป้ายปลอมครั้งที่ 4 จับกุมอาวุธปืนเถื่อน อั้งยี่ รับของโจร มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ บก.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วยพ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.สปพ. ร่วมแถลงผลการปฏิบัติยุทธการปราบปรามปั๊มป้ายปลอมครั้งที่ 4 โดยสามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับยุทธการดังกล่าวนี้เป็นการร่วมการบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายจากผลการปฏิบัติในครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2560, ครั้งที่ 2 เมื่อ 22 มิ.ย.2560 และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2560 ได้ดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานความเชื่อมโยงของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปฏิบัติการในครั้งที่ 4 ซึ่งในครั้งนี้ได้ทำการตรวจค้นพร้อมกันหลายจุดทั่วประเทศรวม 21 จุด มีพื้นที่ภาคใต้เป็นเป้าหมายสำคัญ

โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผลการปฏิบัตินั้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐาน “อั้งยี่, ร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร” จำนวน 2 ราย และจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ร.บ.การพนันฯ และพ.ร.บ.โรงรับ จำนำฯ จำนวน 11 ราย พร้อมทั้งได้ตรวจยึดรถที่มีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและของกลางใน คดีอื่นๆ ที่ต้องสงสัยว่ามีไว้ใช้เป็นความผิด ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอีกหลายรายการ

ประกอบด้วยรถยนต์ 165 คัน รถจักรยานยนต์ 125 คัน อาวุธปืน 5 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 11 นัด โพยพนันฟุตบอล 19 ฉบับ เงินสดประมาณ 2 ล้านบาท โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง บัตรกดเงินสด 13 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 20 เล่ม เอกสารทางการเงินอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งในส่วนรถยนต์ของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดมานั้นได้ทำการอายัดทั้งหมด และประสานกรมขนส่งประจำจังหวัดเพื่อทำการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนว่าถูกสวมทะเบียนมาหรือเป็นการรับจำนำรถไว้ เบื้องต้นนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องต่อไป