วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักการทูตอังกฤษ เหลืออด ชี้ "Brexit เป็นความคิดที่แย่มาก"

นักการทูตผู้ดี เคยทำงานในคณะผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอียูมานานหลายปี ชี้ "Brexit เป็นความคิดที่แย่มาก" ชี้รัฐมนตรีอังกฤษไม่เข้าใจถึงความสลับซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการถอนตัวออกจากอียู

เมื่อ 27 กรกฎาคม 2560 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า นายสตีฟ บูลล็อค อดีตนักการทูตอังกฤษประจำสหภาพยุโรปได้กล่าวโจมตีรัฐบาลของตนเองว่า ไม่ได้คาดการณ์ถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนซึ่งสหราชอาณาจักรจะต้องเผชิญจากผลของ Brexit (เบร็กซิต) หรือคือการที่สหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป

นายสตีฟ บูลล็อค เคยทำงานอยู่ที่คณะผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำสหภาพยุโรปมาต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี นอกจากนั้น เขายังเคยทำงานอยู่ในคณะกรรมาธิการยุโรปอีกด้วย ทำให้เขาอยู่ในสถานะเหมาะสมที่จะวิพากษ์วิจารณ์ความสัมพันธ์อังกฤษ-อียูได้เป็นอย่างดี ตลอดเวลาเกือบ 5 ปีที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ในภาวะ ‘หวานอมขมกลืน’ และเกิดการพลิกผันในวันที่ 26 มิถุนายน 2559 เมื่อผลการลงประชามติออกมาต้องการให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป

สื่ออังกฤษรายงานว่า นายสตีฟ บูลล็อค กล่าวโทษรัฐมนตรีอังกฤษที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว พร้อมกับพูดโจมตีว่า รัฐมนตรีในรัฐบาลอังกฤษทำหน้าที่แบบไม่วิตกกังวลแต่อย่างใด "พวกเขาไม่เข้าใจถึงความสลับซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป" นายสตีฟ บูลล็อค กล่าว "พวกเขาได้แต่จิ้มหัวของตนลงไปในทราย แล้วก็รอคอยจนกว่าพายุจะผ่านไป" นายบูลล็อคกล่าวตำหนิ ขณะที่เหลือเวลาอยู่สำหรับสหราชอาณาจักรเพียง 20 เดือนเท่านั้น ก่อนจะมีการสรุปข้อตกลงการออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ ตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาสหภาพยุโรป และนายบูลล็อคค่อนข้างมองในแง่ร้ายถึงโอกาสของอังกฤษ ที่จะสามารถสรุปข้อตกลงที่ดีต่อตนเองในระยะเวลาที่กระชั้นชิดมาก

ทั้งนี้ ภายหลังการเจรจารอบที่ 2 ระหว่าง นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอังกฤษว่าด้วย Brexit และนายมิเชล บาร์เนียร์ หัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจาสหภาพยุโรป โดยการเจรจาเริ่มต้นที่ประเด็นสำคัญคือ สรุปค่าใช้จ่ายที่อังกฤษจะต้องชดใช้อียู หรืออนาคตของชาวอังกฤษในยุโรปดูเหมือนจะล้มเหลว โดยนายบูลล็อคตำหนิว่า ไม่ว่าการเจรจาต่อรองจะออกมาดีหรือไม่ แต่ Brexit เป็นความคิดที่แย่มาก

นักการทูตอังกฤษผู้นี้ยังได้กล่าวถึงผลกระทบของ OXFAM ซึ่งเป็น NGO ของอังกฤษ ที่จะถูกตัดเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรปทันทีที่อังกฤษออกจากอียู รวมทั้ง องค์กร NGO ขนาดเล็กแล้ว แต่ยังรวมถึงบรรดาบริษัทอังกฤษทั้งปวงก็จะต้องเจอลูกหลงอีกด้วย นอกจากนั้นเขายังแสดงความเสียใจที่ประเทศกำลังพัฒนาจะไม่ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของอังกฤษ โดยอดีตนักการทูตได้ทำการประณามอีกครั้ง ถึงการขาดวิสัยทัศน์และการมองการณ์ไกลของผู้นำอังกฤษเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังได้กล่าวหานายกรัฐมนตรีของตนว่า นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจัดการปัญหา Brexit ในทางที่เลวร้ายที่สุด.