บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ ดันเอสเอ็มอีโลจิสติกส์ หวังขึ้นแท่นเป็นผู้นำอาเซียน

กระทรวงพาณิชย์ ดันเอสเอ็มอีโลจิสติกส์ เร่งใช้ประโยชน์โครงการ ‘วันเบลท์วันโรด’ ของจีน หวังขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์อาเซียน...

วันที่ 27 ก.ค. 60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว พัฒนาประสิทธิภาพ เพื่อสร้างโอกาสจากการที่ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เข้าไปเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมใหม่ หรือโครงการ ‘วันเบลท์วันโรด’ ของจีน เพื่อเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ ที่สำคัญต้องพัฒนาเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพราะจะทำให้ทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ (สตาร์ทอัพ) มีต้นทุนที่ลดลง แต่สามารถขยายกิจการออกไปได้ทั่วโลก

รวมทั้งผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาประสิทธิภาพ ทั้งการให้บริการ การบริหารจัดการให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะนี้ โดยเฉพาะคลื่นของ วันเบลท์วันโรด ที่ถาโถมในขณะนี้ ส่งผลกระทบสูงมากในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ ถ้าผู้ประกอบการไทยปรับตัวไม่ทัน ก็จะตกยุคไป เอสเอ็มอีไม่มีวันรอด ถ้าตามเขาไม่ทัน เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่นำไปใช้ก็จะนำไปสู่อุปสรรค

สำหรับโครงการ วันเบลท์วันโรด ของจีนนั้น มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่จะเชื่อมโยงระบบการขนส่ง ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำเข้าด้วยกัน และส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทย ที่ในปัจจุบันมีนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 21,763 ราย ให้เกิดการพัฒนา และขยายธุรกิจได้ เป็นการเชื่อมโยงคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก และทะเล ใน 64 ประเทศทั่วโลกเข้าด้วยกัน ขณะที่ไทยได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งที่ถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียน จึงไม่ควรหลุดออกมา และหากไทยเชื่อมโยงกับโครงการดังกล่าวได้ จะทำให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ของปีนี้ มูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีน สูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 28,884 ล้านเหรียญฯ ดังนั้นหากสามารถเชื่อมโยงกัน จะได้รับประโยชน์จากการค้าการลงทุนที่จะมีขึ้น อีกทั้งยังจะมีความร่วมมือด้านนโยบายการอำนวยความสะดวกการค้า การลงทุน และทางการเงินร่วมกันกับจีน รวมถึงจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถกระจายสินค้าไปยังตลาดใหม่ๆ ทั่วโลกได้สะดวกขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่ลดลง และทำให้ไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านบริการด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้

“ส่วนในทางการเมือง กรณีที่มีผู้โจมตีรัฐบาล เรื่องทำรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคายนั้น ถ้าไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ จะไม่เกิดรถไฟความเร็วสูง เพราะติดกฎหมายจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่รัฐบาลนี้ทำรถไฟความเร็วสูง เราจะตกขบวนวันเบลท์วันโรด หากไทยเข้าเส้นทางนี้ไม่ได้ ลองหลับตาดูว่าเส้นทางเชื่อม 4-5 ภูมิภาคนี้ เราจะอยู่ตรงไหนของโลก ทุกคนต้องใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ และมองว่าจะเชื่อมโยงธุรกิจอย่างไร”

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลนี้กล้าลงทุนมหาศาลกับโลจิสติกส์ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม ตั้งแต่รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง กำลังจะเชื่อมโยงกรุงเทพฯ-ระยอง ไปจนถึงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งถือเป็นไข่แดงของไทย หากไม่มีอีอีซี ไทยจะไม่มีวันแข่งขันกับเวียดนามได้ ซึ่งอีอีซี ได้ประกาศให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน นับเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ในการเชื่อมภูมิภาคโยงไปถึงจีน รวมทั้งเส้นทางวันเบลท์วันโรด.