วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบ BMW 430i CONVERTIBLE LUXURY LINE

อนุกรมของรถ BMW แบบเปิดหลังคาตระกูล Series-3 เดินทางมาถึงรุ่นที่ 6 ในรูปแบบรถเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง สไตล์ Convertible และหันมาใช้คำนำหน้าว่า Series-4 แทนที่ Series-3 ซึ่งใช้มานานเกือบ 40 ปีเพื่อแยกย่อยระหว่างรุ่น 4 ประตูและรุ่น 2 ประตูออกจากกันอย่างชัดเจน โมเดลรถ 2 ประตูนับเป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ 3 ของ BMW ที่มีการนำเอาหลังคาแบบโลหะพับเก็บได้มาใช้ในรถสปอร์ตสองถึง 4 ที่นั่ง ตามหลัง BMW Z4 E89 และ BMW Series-3 E93 กับความยอดเยี่ยมในเรื่องของสมรรถนะและความสวยงามลงตัว จนกลายเป็นรถขับเล่นของแบรนด์ตราใบพัดที่หลายๆ คนฝันถึง

รถยนต์แบบเปิดหลังคาในเมืองไทยมีมานานควบคู่ไปกับการใช้รถของคนไทย การขับรถยนต์ประเภทนี้แตกต่างไปจากการขับรถยนต์ที่มีหลังคาปิดมิดชิด ในยุคสมัยหนึ่ง ค่ายรถชั้นนำมักมีรถสปอร์ตที่สามารถพับหลังคาลงได้และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยุคแรกเริ่มของรถยนต์แบบเปิดประทุนนั้น กลไกการพับเก็บของหลังคายังคงเป็นชิ้นเหล็กกับข้อต่อบานพับติดสปริงแบบง่ายๆ ที่ต้องใช้มือช่วยในการพับเก็บชุด หลังคาที่ทำจากผ้าใบพร้อมโครงโลหะไปด้านหลัง ต่อมามีการปรับปรุงชุดมอเตอร์ ช่วยในการกางและพับเก็บของหลังคาโดยใช้เวลาไม่นานนัก ตามมาด้วยระบบการพับและกางหลังคาแบบใหม่ ที่สามารถใช้งานในขณะที่ตัวรถยังคงวิ่งอยู่ตามความเร็วที่กำหนด (ไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นหลังคาที่ใช้วัสดุหลากหลายแบบ มีทั้งเหล็ก อะลูมิเนียมและกระจก รวมถึงหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบาที่มอบความโปร่งโล่งเมื่อพับหลังคาลง

Mercedes Benz SLK R170

BMW Series-3 E93

BMW Z4 E89
บริษัท Mercedes Benz ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและริเริ่มผลิตหลังคาโลหะแบบพับได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แทนการใช้ผ้าใบในปี 1997 แล้วนำมาติดตั้งในรถสปอร์ตรุ่นเล็กของค่ายที่ใช้รหัสโมเดลว่า SLK R170 ในช่วงปี 1996-1997 หลังคาแข็งแบบโลหะพับได้จึงเริ่มได้รับความนิยมนับแต่นั้นเป็นต้นมา เนื่องจากมีความทนทาน ดูแลรักษาง่ายกว่าหลังคาแบบผ้าใบ แถมยังเก็บเสียงได้ดีกว่ามากเมื่อวิ่งในย่านความเร็วสูง ความนิยมในตัวหลังคาลักษณะดังกล่าวนี้กระจายไปทั่ววงการผลิตรถสปอร์ตเปิดประทุน ไม่เว้นแม้แต่บริษัท BMW ที่นำหลังคาโลหะพับเก็บได้มาติดตั้งในรถสปอร์ตรุ่นตำนานของค่าย เจ้าของความงามในแบบ Roadster ในโมเดลที่สี่ของรถยนต์ตระกูล Z จาก BMW ที่ใช้รหัสรุ่นว่า BMW Z4 E89 และ BMW Series-3 E93 เมื่อย้อนเวลากลับไปในอดีต ค่าย BMW ได้สร้างรถสองที่นั่งเปิดประทุนมานานกว่า 70 ปีแล้ว สายพันธุ์ของยนตรกรรมเปิดหลังคาถูกส่งต่อมาจนถึงตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุดสามารถเชื่อมโยงกับอดีตอันรุ่งเรืองและความก้าวล้ำในนวัตกรรมอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

BMW E21 Karosserie Baur 1978-1991
BMW Series-3 รุ่นแรกสุดซึ่งออกมาแทนที่ BMW 2002 ถูกเปิดตัวในปี 1975 โดยวางขายมาจนถึงปี 1983 รุ่นแรกๆใช้เครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ ตามด้วยรุ่นท้ายๆ ในปี 1977 ที่หันมาใช้เครื่องยนต์ฉีดเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด bosch ส่วน E21 Karosserie Baur แบบเปิดประทุนใช้โครงสร้างของรถคูเป้โมเดล Series-3 รหัส E21 โดยมีการเปลี่ยนแปลงของหลังคาในรูปแบบ cabriolet ประกอบด้วยหลังคา targa ด้านหลังแบบอิสระใช้ผ้าใบเปิด-ปิดได้ด้วยมือ เจ้า BMW Series-3 Baur Top Cabriolet เริ่มผลิตในปี 1978 และออกขายผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายของ BMW ในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยมีการผลิตรวม 4,595 คันก่อนสิ้นสุดสายการผลิตลงในปี 1981

BMW Series-3 E30 Convertible 1982-1991
E30 3-series เป็นแผนงานการสร้างรถยนต์ BMW รุ่น Series-3 ของ Claus Luthe ในปี 1978 ซึ่งเป็นนักออกแบบของค่ายรถยนต์เยอรมนีชื่อ NSU ด้านนอกรูปลักษณ์ของ E30 มีความคล้ายคลึงกับ E21 รุ่นก่อนหน้า แต่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของรถทั้งภายนอกและภายในให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น BMW E30 เป็นรถยนต์รุ่นแรกของ BMW ที่ติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนการนำรถเข้าศูนย์บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็น Series-3 ที่มีตัวถังหลากหลาย เช่น 2 ประตูคูเป้ 4 ประตูซีดาน 5 ประตูแบบสเตชั่นแวกอนและ 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ E30 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ M3 รถสปอร์ตในตำนานที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งบนถนนและในสนามแข่ง เครื่องยนต์เบนซินมีทั้งแบบ 4 สูบและ 6 สูบ เริ่มจาก 316 1.6 – ขนาดความจุ 1.6 ลิตร จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ไฟฟ้า 75 แรงม้า / 316 1.8 เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ไฟฟ้า กำลัง 90 แรงม้า / 318i หัวฉีด Bosch L-Jetronic กำลัง 105 แรงม้า / 320i 6 สูบ 2.0 ลิตร 125 แรงม้า / 323i เครื่อง 6 สูบแความจุ 2.3 ลิตร 150 แรงม้า / 325i เครื่อง M20B25 ขนาด 2.5 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด Bosch L-Jetronic 171 แรงม้า / M3 เครื่องยนต์  4 สูบ S14 ความจุ 2.3 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 230Nm 

BMW Series-3 E36 Convertible 1999-2000
BMW Series-3 โฉมนกแก้วรหัส E36 ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับนักเลง BMW ในประเทศไทย E36 ยังคงมีตัวถังที่หลากหลายเหมือนเดิม ทั้ง 4 ประตู saloon 2 ประตู coupé 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาผ้าใบแบบ convertible และ 5 ประตู wagon ซึ่งวางตลาดในชื่อ Touring รวมถึงรถ 3 ประตูรุ่น hatchback วางจำหน่ายในชื่อ 3 Series Compact รถ BMW Series-3 E36 วางเครื่องยนต์เบนซิน 4-6 กระบอกสูบทั้งดีเซลและเบนซิน ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ธรรมดา 5-6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4-5 สปีด ส่วนรุ่น M3 ใช้เครื่องยนต์ S50 และ S52 แบบ 6 กระบอกสูบ กำลัง 280-320 แรงม้า รุ่นเปิดประทุนหลังคาผ้าใบพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

BMW Series-3 E46 Convertible 1998-2006
E46 เป็น Series-3 ที่มีความล้ำสมัยด้วยการนำเสนอคุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ระบบปัดน้ำฝนแบบตรวจจับเม็ดฝนเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟท้าย LED เครื่องยนต์มีทั้งดีเซลและเบนซิน พร้อมทางเลือกใหม่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE เครื่องยนต์มีความจุไล่จาก 1.8 ลิตรไปจนถึง 3.0 ลิตร บางรุ่นใช้ระบบวาล์วแปรผัน valvetronic สำหรับรุ่น M3 ของ Series-3 ตัวถังรหัส E46 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ S54 แบบ 6 กระบอกสูบหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศ เป็นเครื่อง 6 สูบที่มีกำลัง 321-360 แรงม้า มีให้เลือกทั้ง 2 ประตู coupé และแบบเปิดหลังคา Convertible เกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SMG-II

BMW Series-3 E90-E91-E92-E93 2004-2013
รุ่นที่ 5 ของรถ Series-3 ผลิตออกมาทั้งแบบ 2 ประตูคูเป้ 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาโลหะแบบ Convertible กับ 4 ประตู ซีดาน รวมถึง 5 ประตู สเตชั่นแวกอน เป็นรถ Series-3 รุ่นแรกที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินอัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ นอกจากนี้ BMW ยังใส่ยางรันแฟลตมาให้สำหรับรถ E90 บางรุ่น เครื่องยนต์ 4 สูบ-6 สูบ เบนซินและดีเซล รวมถึงรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE รุ่นแรงสุด M3 E90 แบบ 4 ประตู / E92 แบบ 2 ประตูคูเป้ / E93 แบบ 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาโลหะ ใช้เครื่องยนต์ BMW S65 แบบ V8 หายใจเองโดยไม่มีระบบอัดอากาศ กำลัง 414 แรงม้า เปิดตัวในปี 2007

BMW Series-4 430i Convertible Luxury Line F33
เมื่อเปรียบเทียบทั้งขนาดและรูปทรงของ BMW Series-4 แบบเปิดประทุนหลังคาโลหะคันนี้กับ Mercedes Benz C300 Cabriolet ตัวใหม่ ก็จะพบว่า Series-4 รุ่น 430i เปิดประทุนมีขนาดของตัวถังสูสีกับ C300 Cabriolet ทั้งความกว้างความยาวและความสูง สำหรับ 430i Convertible รุ่นปัจจุบันรหัส F33 กับการพัฒนาการอันเข้มข้นด้านตัวถัง โครงสร้างและความงดงามลงตัวกับรูปลักษณ์ Convertible ซึ่งหมายถึงรถสปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่งแบบเปิดประทุน รูปทรงของมันดูแบน กว้าง และมีด้านข้างที่สมส่วนจากขนาดความยาวของฐานล้อที่สั้นกว่า C300 Cabriolet เล็กน้อย และค่อนข้างเตี้ยกว่าปกติ รูปลักษณ์ที่สืบทอดเลือดเนื้อเชื้อไขของรถสปอร์ตตระกูล Series-3 มาจนถึงการเปลี่ยนแปลงชื่อของโมเดลมาเป็น Series-4 ตัวถังของ 430i มีความยาว 4,640 มิลลิเมตร ส่วน C300 Cabriolet มีความยาว 4,696 มิลลิเมตร โดย Series-4 รุ่นเปิดหลังคา จะมีขนาดความยาวของตัวถังสั้นกว่า 56 มิลลิเมตร ขนาดความกว้าง 1,825 มิลลิเมตร กว้างกว่า C300 Cabriolet 15 มิลลิเมตร ส่วนความสูงของ 430i Convertible อยู่ที่ 1,384 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า C300 Cabriolet 24 มิลลิเมตร

คันที่นำมาทดสอบในสัปดาห์นี้ เป็นรถสปอร์ตในโมเดล Series-4 รุ่นเปิดหลังคา Luxury Line ราคา 3,999,000 บาท ถูกกว่า C300 Cabriolet AMG Dynamic ที่มีราคา 4,290,000 บาท เป็น Series-4 ที่มีเครื่องยนต์ทรงพลังมากที่สุดในโมเดล F33 ที่มีขายในไทยไม่นับ M4 F82 ใช้เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ 251 แรงม้า ถึงแม้จะเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์แค่ 2 ลิตร แต่แรงม้า 251 ตัว และแรงบิด 350 นิวตันเมตร จากการเสกเป่าของเทอร์โบเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ บนเรือนร่างที่งดงามกับน้ำหนักตัวบานเบอะถึง 1,785 กิโลกรัม! แรงบิด 35.2 กิโลกรัม/เมตร หรือ 350 นิวตันเมตร จากเครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบรุ่นล่าสุดทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกและดุดันคันหนึ่งของวงการรถเปิดประทุนในประเทศไทยด้วยค่าตัวเฉียดๆ 4 ล้านบาท 

รูปทรงของ 4-Series Convertible จากค่าย BMW มีพัฒนาการอันยาวนานสืบต่อกันมานานกว่า 30 ปี เส้นสายที่พลิ้วไหว ทำให้บุรุษและสตรีหลายคนในยุคนี้ถึงกับเอามาเป็นรถยนต์ในฝันที่สักวันต้องหามาครอบครองให้ได้ สปอร์ตคาร์หน้ายาวท้ายสมส่วนแบบคลาสสิกร่วมสมัยยังคงตราตรึงอยู่ในรูปแบบ Convertible ไปอีกนาน หลังจากรถแบบนี้เคยได้รับความนิยมมากในยุค 1950-1970 BMW 4-Series F33  มีดีไซน์สุดเฉี่ยว จากแนวคิดและมันสมองของผู้บริหารในแผนกออกแบบของบริษัท BMW ชื่อ adrian van hooydonk โดยนำเอาจินตนาการบวกเข้ากับสัดส่วนแห่งความคลาสสิกของรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคา 4 ที่นั่งคือ หน้ายาว-บวกส่วนท้ายที่ลงตัว และมีมุมมองที่เตี้ยแบนซึ่งเป็นเคล็ดลับและมนต์ขลังของ Sport Car พันธุ์แท้อย่างรถต้นตระกูลของ BMW เปิดประทุนในรุ่น 507 Roadster ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น Road-Car Open-top ที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์คันหนึ่ง

กระจังหน้ารูปไตคู่ขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบใหม่ BMW Adaptive LED บวกไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights แบบใหม่ล่าสุด สปอยเลอร์รุ่น Luxury Line แตกต่างจากรุ่น M-Sport ออกแบบให้มีความสวยงามไม่โหดเท่ากับสปอยเลอร์หน้าของรุ่น M-Sport ช่องรับอากาศเข้าเฉพาะบริเวณกระจังหน้ารูปไตคู่ ฝากระโปรงหน้าและบังโคลนทั้งสองข้างถูกออกแบบด้วยการใช้แนวเส้นและสันนูน ฝากระโปรงหน้าเทลาดลงไปยังส่วนหน้า ทำให้ตัวรถด้านหน้ามีสัดส่วนที่มองดูกลมกลืนทั่วทั้งคัน ตามแบบฉบับของ Convertible ตัวจริง แก้มข้างหรือบังโคลนหน้าบริเวณด้านข้างทั้งซ้ายและขวาติดตั้งชิ้นงานโครเมี่ยมพร้อมตราสัญลักษณ์ Luxury Line เครื่องหมายบ่งบอกถึงรุ่นของตัวรถ รวมถึงไฟเลี้ยว LED ที่อยู่ภายใต้ชุดไฟหน้าแบบใหม่

มุมมองด้านข้างมีเส้นข้างเป็นแนวนำสายตา และออกแบบให้คล้ายกับทรงด้านข้างของตัวรถที่เต็มไปด้วยความไหลลื่น เมื่อเปิดหลังคาจะเห็นความงดงามที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สันส่วนด้านท้ายที่สัมพันธ์กับแนวเส้นข้างจะเป็นตัวนำสายตาไปสู่ฝากระโปรง ท้ายที่ด้านบนทำเป็นขอบลอนเล็กๆอย่างลงตัว ไฟท้าย LED แบบใหม่ใช้ทรงของไฟท้ายในรุ่นเดิมมาปรับเปลี่ยนหลอดไฟ LED ภายในรวมถึงการส่องสว่างที่มีความนวลตามากกว่าเดิม บั้บท้ายลงตัวกับสปอยหลังแบบเรียบ พร้อมท่อไอเสียคู่ในรุ่น 430i รถคันทดสอบเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 2 ลิตร 251 แรงม้า ท่อท้ายสแตนเลสจึงถูกติดตั้งอยู่ที่ด้านซ้าย บริเวณชายล่างของสปอยเลอร์หลังยังมีแถบสะท้อนแสงสีแดง ที่ช่วยเสริมมุมมองส่วนท้ายรถให้โดดเด่นขึ้น

ยามปิดหลังคามันแทบจะเป็น Sport-Coupe แท้ๆ ที่งดงามจากสีส้ม-แดงของตัวถัง แต่เมื่อเปิดหลังคาไฟฟ้าที่ทำจากโลหะทั้งผืนออก มันจะกลายสภาพไปเป็น Convertible ทรงร่วมสมัยอย่างทันทีทันควัน ด้วยเวลาเพียง 20 วินาทีของการทำงานในกลไกกางออก หรือพับเก็บด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ข้อดีข้อเสียของหลังคาโลหะพับได้ของ 430i เมื่อเทียบกับหลังคาผ้าใบใน C300 Cabriolet หลังคาโลหะแบบพับเก็บได้ของ 430i มีน้ำหนักมาก กางออกหรือพับเก็บด้วยเวลาที่ช้ากว่าเล็กน้อยและมีเสียงตอนปิดคลุมทับดังไปนิด ส่วนหลังคาผ้าใบนั้นมีน้ำหนักเบา ทำงานเร็วกว่าและไม่มีเสียงดังตอนหลังคาเริ่มต้นการทำงานเพื่อการกางออกหรือพับเก็บแต่มีเสียงลมปะทะกับผ้าใบหลังคาเมื่อขับที่ความเร็วสูงแล้วปิดหลังคาวิ่งแต่ก็ไม่ได้ดังมากจนน่ารำคาญ  สำหรับหลังคาโลหะพับได้นั้นจะตัดปัญหาเรื่องเสียงลมรบกวนในย่านความเร็วสูงเมื่อขับแบบปิดหลังคา ตัดปัญหาเรื่องน้ำหยดน้ำรั่วและดูแลนรักษาได้ง่ายกว่าหลังคาผ้าใบ หลังคาทั้งสองแบบเจ้าของรถควรเปิดบ้าง บางรายไม่เคยเปิดหลังคาวิ่งนานหลายปีเนื่องจากไม่ชอบอากาศร้อนระยับดับจิตของประเทศไทย พอจะเปิดใช้งานแบบเปิดประทุนก็ดันเปิดไม่ได้ต้องเสียงเงินซ่อมกันโดยใช่เหตุ!

ข้อดีของขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นก็คือพื้นที่ของห้องโดยสาร ทำให้การขยับหัวไหล่ ช่วงพื้นที่เหนือศีรษะและขาเป็นไปด้วยความสะดวกสบายมากขึ้นกว่า E93 ตัวเก่า รวมถึงโครงสร้างของ 430i ที่แข็งแกร่งมากขึ้น รถคันทดสอบมีเบาะแบบสปอร์ตในรุ่น Luxury Line ใช้หนังแท้สีขาวสะอาดตาสุดๆ ตัดกับคอนโซลสีดำพร้อมงานลายไม้สไตล์ผู้บริหารระดับสูง แผงควบคุมอุณหภูมิดิจิตอลแบบแยกส่วนอยู่ตรงกึ่งกลางคอนโซลใต้ช่องแอร์และจอมอนิเตอร์ส่วนกลาง ทำออกมาได้ประณีตสมราคาค่าตัว ปุ่ม Start-Stop ของเครื่องยนต์อยู่ใกล้กับพวงมาลัยในตำแหน่งซ้ายมือ จึงไม่ต้องเอื้อมมือไปกดไกลมากเกิน ชุดเครื่องเสียงแบบ CD โหลดด้านหน้าพร้อมชุดลำโพงของ BMW harman kardon surround sound system ให้เสียงที่ดีเกินตัวและดีกว่าระบบเสียงใน C300 Cabriolet

วงพวงมาลัยสามก้านประทับตราสัญลักษณ์ BMW individual พร้อมสวิตช์มัลติฟังชั่น ปรับเปลี่ยนโหมดการควบคุมเครื่องเสียงและการรับหรือวางสายโทรศัพท์บลูทูธ สวิตช์ปรับตั้งระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control พวงมาลัยของ 430i ในรุ่น Luxury Line ไม่มีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์แบบแพ็ตเดิ้ลชิพมาให้เหมือนพวงมาลัยในรุ่น M-Sport แต่ก็มีราคาค่าตัวที่ถูกกว่า 430i Convettible M-Sport หลายแสนบาท

หน้าปัดกับรูปแบบภายในยังคงคล้ายคลึงกับ Series-3 F30 รุ่นมาตรฐาน โดยใช้หน้าปัดทรงกลมขนาดกะทัดรัด ทรงกลมของมาตรวัดแบบแยกส่วนทำให้อ่านค่าได้ง่าย แต่รูปแบบของมันถูกนำมาใช้นานแล้วใน Series-3 F30 ซ้ายมือเป็นหน้าปัดวัดรอบของเครื่องยนต์ที่มี Red-Line ให้ใช้ถึง 8,000 รอบ/นาที ลากจริงๆ คงไม่ถึง ส่วนขวามือเป็นมาตรวัดความเร็วที่จัดมาให้ 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งวิ่งจริงๆ สุดแค่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข็มวัดอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ถูกนำมาติดตั้งอยู่ด้านขวา ด้านซ้ายมือเป็นมาตรวัดเล็กๆ ของถังเชื้อเพลิง กลางหน้าปัดทั้งสองขยับมาทางด้านขวามีจอ LCD เล็กๆ คอยแจ้งเตือนข้อมูลที่สำคัญในระหว่างการขับขี่อย่างครบครัน

งานประกอบและการใช้วัสดุอุปกรณ์ชั้นดีขั้นเทพ เช่น พลาสติกเกรดสูง หนังแท้สีขาวกระจ่างตา งานลายไม้โทนสีน้ำตาลอ่อน และชิ้นงานอะลูมินั่มอัลลอยเดินเส้นล้อมกรอบช่องแอร์ คาดกลางคอนโซลและประดับประดาตามชิ้นงานต่างๆในห้องโดยสาร ส่งผลให้มันคือภายในของรถ BMW ยุคใหม่ที่มีความเรียบง่ายไม่รกรุงรังแต่ก็มีรูปแบบของอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่ทันสมัยเท่ากับ C300 Cabriolet AMG Dynamic

BMW 430i วางเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้าขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร เทอร์โบ บล็อก 4 กระบอกสูบแถวเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ปริมาตรความจุ 1998 ซีซี  ความกว้างกระบอกสูบ 82.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบวาล์วแปรผันแบบ Double Vanos และระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว Valvetronics พร้อมกลไกการอัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยวแบบ Twin Scroll ที่ทำงานตั้งแต่รอบต่ำแค่ 1,350 รอบต่อนาที เทอร์โบตัวอัดอากาศในรอบต่ำจนเกือบจะถึงรอบสูงสุด ให้กำลัง 185 กิโลวัตต์ หรือ 251 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร (35.7 กิโลกรัม/เมตร) ที่ 1,350-4,800 รอบ/นาที อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักเท่ากับ 135 แรงม้าต่อ 1 ตัน  (น้ำหนักรถทั้งคัน= 1,785 กิโลกรัม) มาตรฐานการปลดปล่อยมลภาวะในระดับ Euro 6

ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติรุ่นยอดนิยม ZF 8HP 8 สปีด สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ทั้งในรูปแบบ ECO / Comfort / Sport แต่ไม่มีโหมด Sport + ซึ่งเป็นโหมดสูงสุดของการขับขี่มาให้! โดยระบบสมองกลของเกียร์ ZF 8HP จะไม่มีการปิดระบบ Dynamic Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรี โดยจะเปิดการทำงานของระบบช่วยทรงตัวเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับแบบใช้ความเร็วบนทางคดเคี้ยว สำหรับขาเสี้ยนก็ยังมีสวิชท์แยกปิดระบบช่วยทรงตัวเอาไว้กวาดท้ายให้ยางหมดเล่นได้ อัตราเร่งจาก 0-100 มีตัวเลขประมาณ 6.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดแบบกดกันมิดคันเร่งที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ล็อกความเร็ว) ซึ่งเป็นความเร็วที่เกินกว่าขอบเขตอันตรายในรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคา รถแบบนี้ส่วนใหญ่เน้นการวิ่งแบบเรื่อยๆไปช้าๆกินลมชมเส้นทางที่สวยงามไม่รีบร้อน พวงมาลัยระบบเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electronics Power Steering) ใช้ระบบ Electro Hydraulic แปรผันต่อเนื่องกับความเร็วและโหมดของการขับเคลื่อน มีระยะการหมุนและน้ำหนักของการหน่วงสัมพันธ์ไปกับระดับความเร็ว การทำงานของล้อและช่วงล่างตามแบบของ BMW ให้ความรู้สึกที่มั่นคงทั้งในช่วงการขับขี่ที่ความเร็วต่ำแบบขับในเมือง และให้ความมั่นใจในขณะที่กำลังขับขี่ด้วยความเร็วสูง น้ำหนักของพวงมาลัยสามารถปรับเปลี่ยนแปรผันไปตามความเร็วด้วยซอฟต์แวร์ควบคุมการหน่วงน้ำหนักที่มีความแม่นยำ

ระบบเบรกของ 430i Convertoble ใช้ดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานดิสก์ด้านหน้า 330 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลัง 299 มิลลิเมตร คาร์ลิปเปอร์สไลส์ลูกสูบ พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC (Dynamic Stability Control) ระบบควบคุมการออกตัวป้องกันการฟรีของล้อ DTC (Dynamic Traction Control) ล้ออะลูมินั่มอัลลอยขนาด 9Jx19 นิ้ว ของรุ่น Luxury Line รัดหุ้มเอาไว้ด้วยยางรันแฟรตสมรรถนะสูงของ Bridgestone รุ่น Potenza S001 ยางล้อหน้าไซส์ 225/40R19 ยางล้อหลัง 255/35R19

เปิดประตูที่ทั้งใหญ่และหนักแล้วก้าวเข้าไปนั่งภายในค็อกพิตของ BMW 430i Convertible Luxury Line F33 สิ่งแรกที่จะต้องพบเจอคือความรู้สึกที่ค่อนข้างสบายจากพื้นที่ส่วนหน้าที่คล้ายกับ Series-3 F30 ภายในของมันประดับประดาด้วยวัสดุที่เน้นความหรูหรามีระดับ นี่คือรถสปอร์ตที่สามารถขับขี่ได้ทุกวัน ตราบใดที่การเข้า-ออกจากห้องโดยสารไม่ส่งผลไปถึงหลังของคุณจากความเตี้ยของรถ เบาะแบบสี่ที่นั่งมีพื้นที่ในการวางเท้า รวมถึงพื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือสำหรับคนตัวสูงโย่ง คอนโซลและซุ้มเกียร์ ถูกบีบให้กระชับจนชิดกับตำแหน่งของการนั่งขับตามรูปแบบของ Sport Convertible พวงมาลัยมีรูปแบบที่สวยงามและมีขนาดกำลังพอเหมาะ ปรับได้ 4 ทิศทางเพื่อรองรับทุกสรีระของคนขับ เบาะคู่หน้าปรับตั้งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 2 ระดับ ทุกสิ่งทุกอย่างใน 430i  รุ่นเปิดประทุนคือของดีมีราคาแทบทั้งสิ้น วัสดุพวกไม้ อะลูมินั่มอัลลอย หนัง พลาสติก พรมและผ้าบุหลังคาที่ใช้ตกแต่งในรถคันนี้มีคุณภาพสูงและถูกจัดเรียงอยู่ในตำแหน่งที่ลงตัว อุปกรณ์ที่โดดเด่น เช่น จอมัลติฟังก์ชั่นขนาด 8.8 นิ้ว ทำงานร่วมกับ iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด รองรับระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์ ทั้งการเล่น DVD/CD/ MP3 ระบบนำทางและระบุพิกัดด้วยดาวเทียมที่คมชัด ช่องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงตระกูลไอของแอปเปิลได้ทุกชนิด

BMW 430i รุ่นเปิดประทุนตัวโตขึ้นกว่าเดิม หลังคาโลหะบวกกลไกไฟฟ้ามีน้ำหนักถึง 90 กิโลกรัม แต่ชิ้นหลังคาที่ทำจากอัลลอยมีน้ำหนักเพียงแค่ 8 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 1,785 กิโลกรัม ในรุ่น 430i ทำให้มันหนักกว่า C300 Cabriolet AMG Dynamic ถึง 45 กิโลกรัม ฝากระโปรงด้านหน้าที่ยาว ประตูบานโต สัดส่วนบั้นท้ายที่แบนและกว้าง ทำให้มันมีรูปทรงที่สมมาตรจากการออกแบบ มุมมองของตัวรถจะดูดีที่สุดทั้งในยามเปิดหรือปิดหลังคา แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานกันระหว่าง Sport Coupe และ Convertible ได้อย่างลงตัว หลังคาโลหะรุ่นใหม่ภายในห่อหุ้มด้วยวัสดุป้องกันเสียงจากภายนอกถึง 2 ชั้น ส่วนกลไกในการพับเก็บ เกิดขึ้นโดยกระจกบานหลังจะเลื่อนขึ้นไปอยู่บนหลังคา ฝากระโปรงท้ายจะถูกเปิดออกในมุมที่แปลกประหลาด ซึ่งมันจะบดบังมุมมองของไฟท้ายและไฟเบรกทันทีที่เริ่มทำงาน หลังจากนั้นทั้งหมดจะลงไปเก็บอยู่ในฝาท้ายอย่างแนบเนียน การพับเก็บหรือยกหลังคาขึ้นควรจอดรถเข้าข้างทางเพื่อความปลอดภัย และไม่แนะนำให้เปิดหรือปิดหลังคา ในระหว่างการขับขี่เพื่อถนอมกลไกจุดพับ ซึ่งต้องรับแรงต้านจากกระแสลม แม้มันจะสามารถทำงานได้ที่ความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ตาม

กดสวิตช์สตาร์ต เครื่องยนต์ตัวเล็กไซส์ 4 กระบอกสูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบติดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ การนำเอาระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบมาติดตั้งในตัวรถรุ่นนี้พร้อมเทคโนโลยี่  BMW TwinPower Turbo ทำให้มันมีเรี่ยวแรงมากกว่าเครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบรุ่นแรกๆ ที่ทำได้แค่ 184 แรงม้า มาเป็น 251 แรงม้า จากการปรับจูน ECU และไส้ใน ส่วนแรงบิด 350 นิวตันเมตรกับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ภายใน 6.4 วินาที และความเร็วปลาย 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ล็อก) ทำให้มันทำความเร็วได้ใกล้เคียง Porsche 718 New Boxster  / Mercedes Benz C300 Cabriolet AMG Dynamic แรงบิดเกือบทั้งหมดมาในรอบที่ต่ำเพียงแค่ 1,350 รอบต่อนาที กลายเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ผมต้องระมัดระวังเจ้าเปิดหลังคาจอมหรูคันนี้ให้ดีๆ

เครื่องยนต์ของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากแบรนด์ตราใบพัดคันนี้มีรอบสูงสุดที่ 6,500 รอบต่อนาที แต่แรงบิดที่มาเร็วตั้งแต่รอบต้นๆ ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขับแบบลากรอบเพื่อเค้นกำลัง โหมด ECO ถูกใช้งานตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ ท่ามกลางความหนาแน่นของรถร่วมทางในวันหยุด ระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีด เป็นเกียร์อัตโนมัติประสิทธิภาพสูงที่ BMW ใช้ตั้งแต่ Series-1 ไปจนถึง Series-7 เป็นเกียร์ที่โดดเด่นและถูกใช้ในรถทุกโมเดลยกเว้นรถยนต์ตระกูล M เกียร์ออโต้ของ ZF ให้ความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับรอบของเครื่องยนต์ได้ดี ทั้งไหลลื่นและต่อเนื่อง ทำงานด้วยความกระชับและฉับไว เมื่อลองผลักคันเกียร์ไปทางด้านซ้ายที่ตำแหน่งแมนนวลเกียร์สามารถปรับอัตราทดได้ตามใจคนขับคล้ายการทำงานของเกียร์ธรรมดา ให้อารมณ์ความรู้สึกแบบสปอร์ต เมื่อตัดต่ออัตราทดขึ้นลงได้อย่างว่องไวเหลือเชื่อในตำแหน่งออโต้ผสมกับความเนียนในการไหลขึ้นๆลงๆเมื่อมันเปลี่ยนเกียร์ให้เอง

เครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบตัวแรงของ BMW ในโหมด Sport ให้เสียงที่น่าฟังด้วยเสียงครางทุ้มต่ำในรอบสูง แค่ลากรอบทะลุ 4,500 รอบต่อนาที เสียงเครื่องจะดังเข้ามาให้ได้ยินด้วยความหนักแน่นแบบเครื่อง 2 ลิตรสายพันธุ์สปอร์ตแท้ๆคล้ายเครื่องหายใจเอง เมื่อขับแบบเรื่อยๆในโหมด ECO หรือ Comfort เจ้า 430i ทำตัวสุภาพเรียบร้อยราวกับเครื่องยนต์ของ 320i  ต่อเมื่อเริ่มต้นลงคันเร่งหนักๆ เสียงของเครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดีจากโรงงาน เมื่อกดคันเร่งลงลึก โทนเสียงจะเปลี่ยนมาเป็นคำรามกึกก้องโดยเริ่มสนั่นตั้งแต่ช่วง 3,800 รอบเป็นต้นไป จนถึงกับโหยหวนเหมือนสัตว์ร้ายในช่วงรอบปลายใกล้ 7,000 รอบต่อนาทีก่อนที่รอบจะตัดแล้วเกียร์เปลี่ยนขึ้นไปสู่อัตราทดที่สูงขึ้น พร้อมกับเสียงหวีดหวิวจากการทำงานของเทอร์โบเดี่ยวแบบ Twin Scroll ที่คอยป้อนอากาศเพื่อเทแรงบิดอย่างต่อเนื่องและรุนแรงในรอบกลางถึงรอบสูงสุด

เทอร์โบตัวเดียวรับผิดชอบในรอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ผู้ขับขี่ 430i สามารถเลือกใช้รอบเครื่องยนต์แค่ 2,000-3,000 รอบต่อนาที ซึ่งนับว่ามากเกินพอสำหรับการขับแบบมุดไปมาในเขตเมือง หรือขับแบบเรื่อยๆ ที่ 1,400 รอบต่อนาทีก็จะได้ความประหยัดจากระบบส่งกำลังที่จูนมาดีเพื่อให้เข้ากับเครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบรุ่นใหม่ โดยหลักการแล้ว ZF 8HP คือชุดส่งกำลังแบบกึ่งอัตโนมัติที่ใช้ร่วมกับรถ BMW เกือบจะทุกรุ่นที่มีขายในปัจจุบัน มันทำงานได้อย่างไร้ที่ติในย่านความเร็วต่ำ สำหรับโหมดแมนนวลนั้น เกียร์ลูกนี้ยังสามารถคิกดาวน์และเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวของคนขั้บเมื่อผมกดคันเร่งจนถึงรอบสูงสุด ตำแหน่งของคันเกียร์ในห้องโดยสารถูกวางไว้อย่างเหมาะเจาะและมีรูปแบบคล้ายกับเกียร์ของ BMW Series-1 Series-3 X5 X6 Series-7 การเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง D-N-R ใช้การกดปุ่มที่ด้านข้างของคันเกียร์ ส่วนตำแหน่ง P เป็นสวิตช์ที่ถูกแยกออกมาอยู่ด้านบนของหัวเกียร์ ไม่มีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าแต่มีคันเบรกมืออยู่ข้างๆ ซึ่งดีมาก! 

ZF 8HP คือเกียร์มาตรฐานใน Series-3 / Series-4 มันมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบที่ครอบคลุมตั้งแต่ใช้ขับไปทำงานจนไปถึงการซิ่งบนสนามแข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ในโหมด ECO / Comfort / Sport มันสามารถประสานการทำงานไปกับพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Electro Hydraulic ได้อย่างน่าทึ่ง โหมดสูงสุด Sport พวงมาลัยจะมีน้ำหนักมากกว่าเดิมเล็กน้อยแม้จะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และจะแปรผันน้ำหนักของการหน่วงให้มากขึ้นอีกเล็กน้อยในย่านความเร็วสูง คันเร่งไฟฟ้าในโหมดสูงสุดไวขึ้นและตอบสนองได้ดีกว่าโหมดอื่นๆ 15% แม้จะใช้ยาง Run Flat ของ Bridgestone รุ่น Potenza S001 ที่มีหน้ายางคู่หลังกว้างถึง 255/35R19 แต่กำลังที่เหลือเฟือบวกกับล้อวงโตช่วยเพิ่มความหนึบแน่นด้วยอารมณ์และรถชาติของการขับแบบสปอร์ตได้อย่างถึงอกถึงใจไม่ต่างจาก Mercedes Benz C300 ศัตรูคู่อาฆาตที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้พร้อมๆ กัน อาการกระด้างกระเด้งกระดอนเมื่อต้องวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบน้อยลงมาก เมื่อต้องคลานอย่างเชื่องช้าเวลาขับผ่านทางขรุขระก็ยังนั่งได้นิ่มนวลพอใช้ ล้อแมกขอบ 19 กับยางรันแฟลตแก้มเตี้ยต่ำติดพื้นคือปัญหาของการใช้งานบนถนนในประเทศไทย กลายเป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ล้อหรือยางราคาแพงเกิดริ้วรอย

ขับได้ไม่นาน ความรู้สึก ประสาทสัมผัสกำลังบอกผมว่า 430i Convertible นั้น มีความเป็น Sport เปิดหลังคาอยู่ในทุกอณูและมีกำลังที่เหนือชั้นกว่า 420d Convertible เยอะมาก เสียงทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน กลไกบางอย่างในรถคันนี้ รวมถึงสัมผัสของระบบรองรับกับชุดบังคับเลี้ยวซึ่งใช้พวงมาลัย BMW individual วงอวบๆ คือเอกลักษณ์ที่ยากจะลอกเลียนแบบของค่ายตราใบพัด แม้จะตัวหนักกว่า C300 AMG ถึง 50 กิโลกรัมแต่ก็มีความคล่องแคล่วคล้ายคลึงกันมาก รูปทรงที่หมดจดของรถเปิดหลังคาจาก BMW สามารถทำให้คุณจ้องมองมันได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อ สมรรถนะของการขับขี่ควบคุมอยู่ในระดับสูง บางจุดนั้นใกล้เคียงกับ C300 แต่บางอย่างก็มีทั้งเหนือและด้อยกว่าแบบมีดีมีเด่นกันไปคนละแบบ การเร่งความเร็วจนเข้าไปใกล้กับขีดจำกัดของตัวรถ ต้องใช้ความมั่นใจบวกสมาธิที่สามารถปฏิสัมพันธ์ไปกับความมั่นคงของช่วงล่าง 430i จะส่งถ่ายความเสถียรก็ต่อเมื่อวิ่งอยู่บนผิวถนนที่เรียบไร้ลอนคลื่น และถ่ายน้ำหนักได้อย่างไร้ที่ติบนทางโค้ง 

ราคาเกือบ 4 ล้านบาทกับจำนวนสื่อมวลชนนับสิบชีวิตที่รอคอยการขับทดสอบรถรุ่นนี้กลายเป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนไม่ให้ผมทำอะไรได้ตามใจชอบ และต้องใช้ความระมัดระวังยิ่งกว่าการขับรถตัวเอง บนผิวถนนที่เปียกลื่นในโหมด Sport คันเร่งที่ถูกใช้อย่างไม่ระมัดระวังหรือขาดสติอาจก่อให้เกิดหายนะได้อย่างง่ายดาย เมื่อเข้าโค้งเร็วเกินไปอาการท้ายปัดจะเกิดขึ้นในลักษณะที่คล้ายกับรถขับเคลื่อนล้อหลังทั่วไป มันอาจให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินสำหรับพวกมือเก๋า หากมีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับการขับดริฟท์แบบขวางทั้งคันบนทางลื่นๆ แต่จะน่ากลัวมากหากเกิดอาการโอเวอร์สเตียร์บนทางโค้งที่มีสภาพของผิวพื้นที่เปียกชื้น ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถสามารถปิดทิ้งได้ด้วยการกดสวิตช์ยกเลิก แล้วใช้โหมด Sport อัดเจ้านี่อย่างบ้าระห่ำ 430i ถูกปรับให้มีความเป็นมิตรกับนักขับทุกคนไม่ว่าจะเป็นมืออ่อนหัดหรือมือขั้นเซียนระดับนักแข่ง อาการโอเวอร์สเตียร์เกิดจากการใช้ความเร็วที่ไม่มีความสัมพันธ์กับโค้งหรือขับเข้าโค้งเร็วเกินไปหรือเติมคันเร่งหนักๆกลางโค้ง! การถ่ายเทน้ำหนักที่ไม่สัมพันธ์ไปกับความเร็วเมื่อพบกับโค้งมุมแคบก็ควรจะเบรคเพื่อลดความเร็วลงมาไม่ควรมั่นใจกับรถมากจนเกินไป ตัวเลขการกระจายน้ำหนักที่ 50/50 ทำให้มันมีน้ำหนักตกไปที่ด้านหน้าและหลังเท่ากันพอดิบพอดี เหมือนกับ Series-3 ที่กระจายน้ำหนักได้ด้วยตัวเลขเดียวกัน การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสม 430i จะเกาะจิกกับผิวถนนในโค้งให้ความมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม

โดยภาพรวม BMW Series-4 Convertible คือรถเปิดหลังคาที่มีทั้งความสุนทรีและสุดโต่งผสมปนเปกันอยู่รอให้คุณมาค้นหาเอาเอง เป็นจักรกลเปิดหลังคาที่สวยสุดๆ ในกลุ่มรถ Convertible ของ BMW มันเร็ว ทรงพลัง สวยงามไร้ที่ติ และเต็มไปด้วยเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนที่มีทั้งความแรงและความประหยัด ให้อรรถรสของการขับเดินทางท่องเที่ยวกินลมชมทิวทัศน์เชื่อมโยงกับรูปแบบของรถเปิดประทุนด้วยหลังคาโลหะที่เงียบสุดๆ สานต่อประวัติศาสตร์ของรถ BMW แบบเปิดหลังคาในอดีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เบรกอยู่ในระดับที่ดี สามารถปราบม้า 251ตัว ให้สงบเสงี่ยมเจียมตัวได้รวดเร็วทันอกทันใจหากคุณไม่บ้าขับจี้ท้ายรถชาวบ้านมากจนเกินไป ระบบรองรับหรือชุดกันสะเทือนให้ความพึงพอใจในทุกระดับความเร็วโดยไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มเติมเสียอย่างเดียวที่ตัวหนักกว่ารถคู่แข่งมากไปนิด

ภาพลักษณ์ที่สง่างามของมันยังครอบคลุมโดนใจทั้งชายและหญิงทั่วโลก การออกแบบเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบส่งกำลังเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของ BMW ลูกค้าที่ครอบครอง Convertible จะได้รถยนต์ที่มีทั้งสมรรถนะและรูปร่างหน้าตาที่โฉบเฉี่ยว ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Direct Injection หัวฉีดไดเรคอินเจคชั่นและชุดจุดระเบิดที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี รวมถึงระบบอัดอากาศเทอร์โบ Twin Scroll ที่ใช้กลไกไฟฟ้า ทำให้เจ้าของรถได้สัมผัสกับอัตราเร่งที่ดุเดือด การออกแบบพิเศษที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้น-ลงในกระบอกสูบทั้ง 4 โดยมีแรงเสียดทานต่ำ เป็นเทคโนโลยีสำหรับรถสปอร์ตยุคใหม่อย่างแท้จริง

ตลอดระยะเวลา 6 วัน ที่ผมได้สัมผัสกับรถสปอร์ตเปิดหลังคาตระกูล Series-4 ทำให้ผมได้รับรู้ถึงพลังงานในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์ตัวเล็กนิดเดียวที่มอบความบันเทิงหลังพวงมาลัยให้อย่างเหลือเฟือ มันมอบความประทับใจสำหรับการขับขี่เดินทางไกล ให้อารมณ์ของการขับยามเปิดหลังคาวิ่งลัดเลาะไปตามหัวเมืองชายทะเลในจังหวัดประจวบฯ เปรียบเทียบไม่ได้เลยในด้านของอารมณ์อันโรแมนติกเมื่อเทียบกับรถคูเป้หลังคาแข็ง เป็นรถที่ดึงดูดสายตาของผู้คนได้ดีตั้งแต่ขับออกจากบ้านไปจนถึงชายทะเลแถวๆ กุยบุรี BMW Group ทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันสามารถต่อสู้กับ C300 Cabriolet เมื่อได้ขับแบบจริงจังก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์การขับขี่สองรูปแบบ ทั้ง Sport Coupe ยามปิดหลังคาขับ หรือ Convertible เมื่อพับหลังคาเก็บ การทำงานของเครื่องยนต์ 2 ลิตรอัดเทอร์โบ เกียร์ 8 สปีด ระบบเบรก และช่วงล่างสไตล์ BMW Suspension ถือเป็นงานวิศวกรรมยานยนต์ที่ผสมกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวในทุกเส้นทางไม่ว่าจะเปิดหรือปิดหลังคา เป็นรถทดสอบอีกคันที่จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป.

BMW 430i CONVERTIBLE LUXURY LINE F33

engine type ...........................turbocharged petrol
Engine manufacturer................ BMW
Engine ..................................2.0L 4 Cylinder TwinPower Turbo -inc: aluminum engine block, high precision direct injection, Valvetronic, Double-VANOS steplessly variable valve timing and electronic throttle control
Cylinders Straight ..................4
Capacity............................... 2 litre 1,998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke .......................82.0 mm × 94.6 mm 3.23 × 3.72 in
Bore/stroke ratio ....................0.87
Valve gear .............................double overhead camshaft (DOHC)
4 valves per cylinder 16 valves in total
maximum power output ..........251 PS (248.5 bhp) (185 kW) at 5200 rpm
Specific output .......................124.4 bhp/litre 2.04 bhp/cu in
maximum torque ....................350 Nm (258 ft·lb) (35.7 kgm) at 1,450-4,800 rpm
Specific torque .........................175.18 Nm/litre 2.12 ft·lb/cu3

Engine construction
sump ......................................wet sumped
compression ratio.....................11.0:1
Fuel system .............................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure) 2,201.3 kPa (319.3 psi)
Maximum RPM
crankshaft bearings
Engine coolant......................... Water
Unitary capacity ......................499.5 cc
Aspiration ...............................Turbo
Compressor..............................non  
Intercooler ..............................Y
Catalytic converter....................Y


Fuel consumption 8.6/5.5/6.6 l/100km urban/extra-urban/combined
universal consumption (calculated from the above)

litres/100km 8.6/5.5/6.6 l/100km urban/extra-urban/combined

km/litre 11.6/18.2/15.2 km/l urban/extra-urban/combined

UK MPG 32.8/51.4/42.8 UK MPG urban/extra-urban/combined

US MPG 27.4/42.8/35.6 US MPG urban/extra-urban/combined

Carbon dioxide emissions 154.0 g/km

Engine position............................ front
Engine layout.............................. longitudinal
Drive wheels ...............................rear wheel drive
Torque split................................. N/A
Steering ....................................rack and pinion EPAS
turns lock-to-lock ........................

Front suspension.........................Strut
Rear suspension..........................Multi Link
Wheel size front ........................8½J x 19
Wheel size rear .........................9J x 19
Tyres front ...............................225/40R19 bridgestone potenza S001
Tyres rear................................ 255/35R19 bridgestone potenza S001
Brakes F/R................................ VeDi/VeDi-S-ABS
Front brake diameter................. 330 mm
Rear brake diameter ..................299 mm
Gearbox....................................ZF 8HP 8 Speed with paddle shift

Trans Description Cont. Again :
First Gear Ratio (:1) : 4.71
Second Gear Ratio (:1) : 3.14
Third Gear Ratio (:1) : 2.11
Fourth Gear Ratio (:1) : 1.67
Fifth Gear Ratio (:1) : 1.28
Sixth Gear Ratio (:1) : 1.00
Reverse Ratio (:1) : 3.29
Clutch Size : in N/A
Final Drive Axle Ratio (:1) : 3.15
Seventh Gear Ratio (:1) : 0.84
Eighth Gear Ratio (:1) : 0.67

Acceleration 0-100km/h 6.4 s
 Maximum speed 250 km/h (155 mph)
Power-to-weight ratio 141.15 PS/tonne (1,000 kg) 103.81 kW/tonne (1,000 kg) 139.22 bhp/tonne (1,000 kg) 0.06 bhp/lb
Weight-to-power ratio 9.63 kg/kW 16.09 lb/bhp


Body type ............................2+2 seater convertible/cabriolet
Number of doors ...................2
Designer .............................bmw designer adrian van hooydonk
Wheelbase.......................... 2,810 mm
Track/tread (front) ..............1,544 mm
Track/tread (rear)............... 1,593 mm
Length................................ 4,640 mm
Width..................................1,825 mm
Height.................................1,384 mm
Ground clearance .................130 mm
length:wheelbase ratio ..........1.65
Kerb weight......................... 1,785 kg 
fuel tank capacity ..................60 litres 13.2 UK Gal 15.9 US GalDrag coefficient ...............0.3
Frontal area ........................2.16 m²
CdA.................................... 0.65

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/