วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนเบี้ยวหนี้ กยศ. เตรียมตัว หลังพ.ร.บ.บังคับใช้ นายจ้างจ่อหักเงินเดือน

กยศ. เร่งจัดเตรียมระบบให้นายจ้างหักเงินเดือนผู้ผิดนัดชำระหนี้ หลัง พ.ร.บ.บังคับใช้ 26 ก.ค. เผยปัจจุบันมีผู้เบี้ยวหนี้ 2.1 ล้านราย ดำเนินคดีแล้ว 1.1 ล้านราย...

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ระบุได้เร่งจัดเตรียมระบบเพื่อรองรับการกำหนดแนวปฏิบัติของนายจ้างหักเงินเดือนผู้กู้ยืม หลัง พ.ร.บ.ฉบับใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.ค.60 โดยนายจ้างจะทำการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนฯ แจ้งให้นายจ้างรับทราบอย่างเป็นทางการแล้ว โดยการกำหนดให้นายจ้างหักเงินเดือนจากรายได้ของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนฯ เพื่อนำส่งกรมสรรพากรเช่นเดียวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน

อย่างไรก็ตามจะเดินหน้าให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งให้อำนาจกองทุนฯ ดำเนินการขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจะมีการออกกฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ ของกองทุนฯ เพื่อรองรับ พ.ร.บ.ดังกล่าว รวมถึงต้องกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อทำความเข้าใจกับองค์กรนายจ้างและหน่วยงานอื่นๆ และเตรียมความพร้อมของระบบนำส่งเงินชำระหนี้ ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่หักเงินได้ของผู้กู้ยืมเงินเพื่อชำระหนี้คืนตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.ดังกล่าว

สำหรับ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 จะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษา โดยมีการให้กู้ยืม 4 ลักษณะ คือ 1.นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2.นักเรียนนักศึกษาในสาขาวิชาความต้องการหลักต่อการพัฒนาประเทศ 3.นักเรียนนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลน หรือมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ และ 4.นักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ เพื่อรองรับการผลิตกำลังคนไปสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ในอนาคต ซึ่งกองทุนฯ จะมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นใหม่ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆ ให้มีความถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบได้ในการกู้ยืม การบริหารหนี้ และการติดตามหนี้อย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันกองทุนฯ มีผู้กู้กองทุน กยศ. และกองทุน กรอ. จำนวนทั้งสิ้น 5.2 ล้านราย เป็นเงินกู้ยืม 5.5 แสนล้านบาท มีผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 2.1 ล้านราย โดยดำเนินคดีกับผู้กู้แล้วประมาณ 1.1 ล้านราย (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย.60) และเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว

ขณะที่ปัจจุบันมีผู้โทรศัพท์ติดต่อสอบถามทั้งเรื่องการกู้ยืมและการชำระหนี้จำนวนมากกว่า 1,700 สายต่อวัน ซึ่งอาจทำให้ได้รับความล่าช้าในการให้บริการ ซึ่งกองทุนฯ ได้ปรับปรุงระบบการให้บริการและเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ รวมถึงขยายระยะเวลาการให้บริการจนถึง 20.00 น. ของทุกวัน ซึ่งผู้กู้ยืมและประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ 0-2016-4888 และเว็บไซต์ www.studentloan.or.th และ facebook กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา.