วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภารกิจศูนย์ไอทีซี สอน SMEs จับปลา

ดร.อุตตม สาวนายน-ดร.พสุ โลหารชุน


“สอนให้คนจับปลาเป็น...ดีกว่าเอาปลาไปให้เพราะถ้าเราเอาปลาไปให้เขาก็จะนั่งรอแต่คนที่จะเอาปลาไปให้ แต่ถ้าเราสอนให้คนจับปลาเป็นเขาก็จะหาปลากินเองได้”

ฉันใดก็ฉันนั้น...ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น ทว่า...ไม่มีความสำเร็จใดที่จะได้มาโดยง่าย...ความเพียร ตั้งมั่น อดทน มานะ ย่อมเอาชนะทุกสิ่ง ฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคขวากหนาม

ในยุคที่ตัวเลข 4.0 กำลังเข้าครอบคลุมทุกวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะกับภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเคี่ยวเข็ญผู้ประกอบการ SMEs...“เอสเอ็มอี” ที่มีอยู่เกือบ 3 ล้านราย เพื่อแปลงร่างให้เป็น “Industry 4.0”

พูดให้เห็นภาพก็คือว่า...อุตสาหกรรมที่เกิดจากการรวมพลังของภาคเทคโนโลยีดิจิทัล...ระบบอัตโนมัติ...ความคิดสร้างสรรค์ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าเดิมๆข้ามชั้นไปสู่ความเป็นผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ ก่อให้เกิดการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม”...ต่อเนื่องถึงการนำประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

นี่คือ “การปฏิวัติอุตสาหกรรม” เพื่อให้ชาวโลกได้เห็นโฉมหน้าและระดับขีดความสามารถของระบบการผลิตไทยในรูปแบบใหม่อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ดูจะเป็นเรื่อง “ใหม่” และ “ใหญ่” กว่าเดิม

แน่นอนว่า...เอสเอ็มอีหลายราย อาจคิดไม่ออกถึงแนวทางหรือเครื่องมือที่จะนำตนเองไปสู่ความเป็น 4.0 ที่ว่านี้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน “กระทรวงอุตสาหกรรม” โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ในฐานะเจ้าภาพและหน่วยงานขับเคลื่อนหลัก ได้มีมาตรการในการพาเอสเอ็มอีเดินหน้าไปสู่จุดหมายเดียวกัน

ด้วยกลไกที่เรียกว่า “ประชารัฐ” ขับเคลื่อนด้วยฟันเฟืองที่สำคัญ...ความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาครัฐส่งเสริมในทุกแนวทาง หนึ่งในนั้นก็คือ การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงเอสเอ็มอีกับการทำนวัตกรรมในนาม “ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต หรือ Industry Transformation Center : ITC”

ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ “เอสเอ็มอีไทย” จะสามารถขอเข้าใช้บริการ การทำวิจัยและนวัตกรรมเฉพาะทางได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบายว่า ศูนย์ ITC แห่งนี้จะผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การวิจัยพัฒนา และบุคลากรระดับโลกในการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจเชิงนวัตกรรมและสร้างสรรค์

“ผลักดันให้บริษัทผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีการวิจัย...พัฒนานวัตกรรมอยู่แล้วมามีส่วนร่วมในการทำให้เอสเอ็มอีไทยก้าวไปตามยุทธศาสตร์ชาติประเทศไทย 4.0”

“ศูนย์ ITC”...เปรียบเสมือนกับข้อต่อกลางที่จะเข้ามาช่วย SMEs ที่ไม่พร้อมในเรื่องของบุคลากรด้านวิศวกรรมที่ขาดประสบการณ์และเครือข่ายที่สนับสนุนการผลิต ให้สามารถปฏิรูปธุรกิจของตนเองผ่านกระบวนการ SME Transformation ตามแพลตฟอร์มต่างๆที่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ยังมีหน้าที่ในการร่วมพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมและงานวิจัยให้ไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูง โดยเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ คัดเลือกผลิตภัณฑ์ การให้บริการทางวิศวกรรม การหาผู้รับจ้างผลิต ทำการทดสอบ รับรองมาตรฐาน การทดสอบตลาด

“...เปรียบได้กับผู้ช่วยทางวิศวกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการ บ่มเพาะให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนา ดำเนินธุรกิจได้เอง มีการแชร์เครื่องจักรอุปกรณ์จากเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐมาให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง”

ประเด็นสำคัญ...ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องไปลงทุนเครื่องจักรก่อนที่จะได้ผลิตภัณฑ์ และยังมีความช่วยเหลือต่างๆ ผ่านโครงการของภาครัฐ รวมถึงสินเชื่อพิเศษต่างๆอย่างมากมายอีกด้วย

ไฮไลต์สำคัญ...รูปแบบการทำงานของศูนย์ฯจะไม่ได้ทำงานแค่เพียงลำพัง แต่จะเป็นศูนย์กลางที่ดึงหลากหลายหน่วยงานมาให้บริการแก่ภาคเอกชน เบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันพลาสติก สถาบัน ไทย-เยอรมัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ที่จะร่วมกันพัฒนาส่งเสริมด้วยกิจกรรมหลัก ได้แก่

หนึ่ง...ปฏิรูปนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรม ไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน อุตสาหกรรมหุ่นยนต์

สอง...ปฏิรูปกระบวนการผลิตด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมและการพัฒนาโรงงานแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะมุ่งเน้นการนำโปรแกรม อุปกรณ์เครื่องมือ หรือนวัตกรรมขั้นสูงต่างๆ

“เข้าไปเปลี่ยนแปลงหรือใช้ในระบบการผลิตที่สอดคล้องกับห่วงโซ่มูลค่าโลก รวมทั้งการวางระบบพัฒนาบุคลากร การปรับปรุงสถานที่ที่มีความทันสมัย ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยใช้ต้นแบบจากผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศให้เกิดขึ้นในสถานประกอบการ”

ดร.อุตตม ย้ำว่า ทั้งสองกิจกรรมหลัก จะดำเนินงานภายใน 5 ปี ภายใต้กรอบงบประมาณ 924 ล้านบาท ในการพัฒนาทั้งผู้ประกอบการ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง สถานประกอบการ และผลิตภัณฑ์ โดยศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอยตรีมิตร ถนนพระรามที่ 4 ใกล้เคียงกับหน่วยงานสถาบันเครือข่ายต่างๆ

ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสริมว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ จำนวน 95 ราย ในสาขาหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ 70 ราย...เพิ่มผลิตภาพด้วยหุ่นยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน 10 ราย...มาตรฐาน AS9100 และเครื่องมือแพทย์ 15 ราย...เป็นการต่อยอดนวัตกรรม

เบื้องต้นคาดว่า ศูนย์ฯและบริการต่างๆพร้อมเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย และบุคคลทั่วไปเข้ามาใช้บริการได้ในช่วงวันที่ 10 สิงหาคมนี้

ตามแผนพัฒนาโครงการฯในระยะเวลา 5 ปี กสอ.คาดว่า การส่งเสริมจากศูนย์ ITC จะเป็นส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาทางด้านบุคลากรรองรับการปฏิรูปอุตสาหกรรมศักยภาพได้อย่างน้อย 14,000 คน สามารถนำเอาความรู้ไปพัฒนาองค์กรของตนให้เข้าสู่อุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ได้ร้อยละ 40

มีการพัฒนาสถานประกอบการได้อย่างน้อย 430 กิจการ สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นระบบดิจิทัลได้ร้อยละ 80 และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,720 ล้านบาท

หรือ...ประมาณ 4 ล้านบาทต่อกิจการ

และสามารถพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์จะเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 125 ผลิตภัณฑ์...ต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 250 ล้านบาท รวมถึงเกิดความร่วมมือในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับบริการจากหน่วยงานเครือข่ายต่างๆในการสนับสนุนการวิจัย ฯลฯ

ดร.พสุฝากประชาสัมพันธ์ทิ้งท้ายไปยังผู้ประกอบการ...ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอยตรีมิตร ถนนพระรามที่ 4 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0–2367–8100 หรือเข้าไปที่ www.itc.or.thเรียนรู้วิธีหาปลา...ย่อมดีกว่ารอรับปลา กำหนดอนาคตด้วยมือเราเอง ดีกว่ารอโชคชะตาฟ้าลิขิต.