บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำพระทัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานพระราชปณิธาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงคุณต่อการศึกษาชาติ

“...ตามที่รายงานให้ทราบว่า มหาวิทยาลัยมีนโยบายที่จะสร้างเสริมให้บัณฑิตมีความรู้ความสามารถที่ก้าวหน้าทันการณ์ ทันสมัย และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนและส่วนรวม โดยยึดถือปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทนั้น น่าพอใจอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงขออัญเชิญพระบรมราโชวาท ที่เคยพระราชทานแก่บัณฑิตในที่ประชุมนี้เกี่ยวกับความเป็นครู ซึ่งเป็นคุณสมบัติประการสำคัญที่จะส่งเสริมบุคคลให้เป็นคนดีมีคุณค่า ให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่า ความเป็นครูหมายถึงการมีความรู้ดี ประกอบด้วยหลักวิชาที่ถูกต้อง แน่นแฟ้นและแจ่มแจ้งแก่ใจ รวมทั้งคุณความดีและความเอื้ออารี ปรารถนาที่จะถ่ายทอดเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นได้มีความรู้ความเข้าใจที่ดีด้วย ความแจ่มแจ้งแน่ชัดในใจย่อมทำให้ความสามารถส่องแสดงความรู้ออกมาให้เข้าใจตามได้โดยง่าย ทั้งในการปฏิบัติงานก็ย่อมทำให้ผู้ร่วมงานได้เข้าใจอย่างแจ่มชัด...

...ส่วนความหวังดีโดยบริสุทธิ์ใจนั้น จะน้อมนำให้เกิดศรัทธาแจ่มใสพร้อมที่จะรับความรู้ด้วยความเบิกบาน ทั้งพร้อมที่จะร่วมงานกับผู้ที่มีคุณสมบัติของครูโดยเต็มใจและมั่นใจ ดังนี้ก็จะทำให้กิจการใดๆ ที่กระทำอยู่ ดำเนินไปโดยสะดวกราบรื่น และคุณสมบัติที่จะอำนวยประโยชน์เกื้อกูลมาก แก่ทุกคนและแก่กิจการทุกอย่าง บัณฑิตทั้งหลายแต่ละคนและแต่ละคณะ ล้วนเป็นผู้ที่มีพื้นฐานวิชาการแน่นแฟ้นดีอยู่แล้ว น่าจะศึกษาเรื่องความเป็นครูให้เห็นจริง และอบรมให้บังเกิดขึ้นพร้อมในตนเองบ้าง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันในชาติบ้านเมืองของเรา...”

พระราโชวาทใน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งยังทรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2558 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ

ตลอดระยะเวลาที่ทรงดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงยึดมั่นใน “พระราชสัจจะ” เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และบูรพกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ในทุกๆด้าน ทั้งพระราชกรณียกิจด้านการศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม การศึกษา และการสาธารณสุข เป็นต้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ด้านการศึกษา” ทรงสนพระราชหฤทัยในการจัดการศึกษาให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ ให้มีโอกาสรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียม อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยการมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้เด็กที่ยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษาได้เรียนจนถึงระดับปริญญา โดยไม่มีข้อผูกพันต้องใช้ทุนคืน โดยพระองค์หวังเพียงให้เยาวชนผู้ที่ได้รับทุนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง เป็นคนดีมีคุณค่ากับประเทศชาติ

ไม่เพียงให้ทุนการศึกษาพระราชทานแก่เยาวชนที่ยากจนขาดโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น พระองค์ยังทรงมีพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ ในการเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธี พระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏ

จากข้อมูลของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปแล้ว จำนวน 81,529 คน

ขณะที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จ พระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปแล้ว จำนวน 458,279 คน

มหาวิทยาลัยราชภัฏ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏที่สำเร็จการศึกษามาแล้ว 36 ปี จำนวน 77 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 จนถึง ปัจจุบัน มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปแล้ว จำนวน 2,171,271 คน

“ไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกที่พระราชทาน หรือให้ปริญญาบัตรได้มากขนาดนี้ แม้ในการเสด็จฯในแต่ละครั้งหรือแต่ละวัน ต้องใช้เวลามาก และพระวรกายจะเหน็ดเหนื่อยมากเพียงใด แต่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ก็ยังคงเปี่ยมพระเมตตาที่จะพระราชทานปริญญา บัตรให้กับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแต่ละปียังทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ เพื่อรับถ้วยรางวัลพระราชทานในการแข่งขันงานรับพระราชทานปริญญาบัตร และรับพระราชทานทุนมูลนิธิ คุรุปถัมภ์คืน...

...ในแต่ละครั้งที่มีพระราชดำรัสตอบว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏเหมือน กับคนในครอบครัวเดียวกัน ขอให้ ช่วยกันพัฒนาการศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่งให้ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น และช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป” นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวราชภัฏมาอย่างยาวนาน สมควรที่ชาวราชภัฏทุกคนจะต้องซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของพวกเราตลอดไป”

เรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ที่ปรึกษาที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย ราชภัฏ ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนิน งานในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยราชภัฏ ได้บอกเล่าตอนหนึ่งในวารสาร เพื่อการประชาสัมพันธ์ ศรีพิบูลฯ ปีที่ 7 ฉบับที่ 22 ประจำเดือนเมษายน-มิถุนายน 2560

ไม่เพียงพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามายาวนานกว่า 30 ปีเท่านั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ยังทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาตลอดเวลา เห็นได้ชัดทรงมีพระบรมราโชวาทในงานพิธีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและการศึกษาของชาติอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 ที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จ พระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรนั้น ทรงสนพระทัย และทรงเข้าพระทัยอย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งผลิตครูที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งความรู้วิชาการ และเป็นปราชญ์แห่งการพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

และที่หาที่สุดมิได้ก็คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมอบพระราโชบายด้านการศึกษาผ่านองคมนตรีที่เกี่ยวข้องตอนหนึ่ง ความว่า “...ให้แนะนำมหาวิทยาลัยราชภัฏให้ทำงานให้เข้าเป้าในการยกระดับการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นในท้องที่ตน...”

28 กรกฎาคม 2560 วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงถือเป็นโอกาสอันสำคัญที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาว มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาของชาติจะได้น้อมนำพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และพระบรมราโชบายของพระองค์ท่านไปขับเคลื่อนปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเร็ววัน

สมกับที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเหน็ดเหนื่อยปฏิบัติพระราชภารกิจเพื่อการศึกษาชาติ...!!!

ทีมการศึกษา