บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระราชปณิธาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนต้องมีความสุข สังคมไทยต้องเชิดชูคนดี

ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ และทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” รัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” รณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยแสดงพลังจิตอาสาร่วมกับหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์, ข้าราชบริพาร, หน่วยราชการในพระองค์ และหน่วยราชการต่างๆ เพื่อส่งเสริม การสร้างสังคมของคนดี เชิดชูคนทำความดี ที่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

ด้วยทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเหนืออื่นใด กิจกรรมจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ จึงมุ่งเน้นไปที่การคืนความสุขให้ประชาชน และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่สังคมไทยเป็นหลัก โดยหนึ่งในกิจกรรมที่เกิดประสิทธิผลอย่างเห็นได้ชัดคือ การปรับภูมิทัศน์และทำความสะอาดพื้นที่สาธารณประโยชน์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชนนั้น ได้ต้นแบบจากความสำเร็จในการระดมกำลังลงพื้นที่บริเวณรอบพระราชวังดุสิต และชุมชนใกล้เคียง ขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขิน, เก็บผักตบชวา วัชพืช และขยะมูลฝอยออกจากลำคลอง เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ, เปิดเส้นทางระบายน้ำ และทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณประโยชน์ ส่งผลให้ไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ก็มีสุขอนามัยและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง

แนวพระราชดำริดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชปณิธานของ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ที่รับสั่งกับนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และคณะรัฐบาลว่า ขอให้รัฐบาลทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุขมากที่สุดในรัชกาลปัจจุบัน โดยใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ “ศาสตร์แห่งพระราชา” ที่ทรงทำมาตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษแห่งการครองราชย์ เป็นหลักในการบริหารประเทศ เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบ และไม่มีความขัดแย้ง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงห่วงใยในเรื่องการศึกษา, การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, การสาธารณสุข, การเสริมสร้างอาชีพรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ความใส่พระราชหฤทัยในทุกข์สุขของประชาชนชาวไทย ได้เป็นที่ ประจักษ์แจ้งมาตั้งแต่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดจากพระราชกรณียกิจ หลากหลายด้าน ทั้งการทหาร, การศาสนา, การสาธารณสุข, วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์, ศิลปศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ ซึ่งถือเป็นศาสตร์ของแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการส่งเสริมการเกษตรไทยให้เกิดการพึ่งพาตนเอง และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

พระราชกระแส “เพราะเป็นห่วงจึงได้มา” ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม เมื่อครั้งตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ปี 2544 เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ ภาคใต้ พระองค์ทรงรับทราบถึงปัญหาของราษฎรบ้านกูแบซีรา ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ที่ประสบภัยธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงเสด็จฯทรงเยี่ยมเยือน และตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยพระองค์เอง พร้อมพระราชทานแนวทาง แก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทั้งระบบ เพื่อพัฒนาพื้นที่การเกษตร, เพิ่มผลผลิต, พัฒนาอาชีพ และเพิ่มรายได้ของเกษตรกรไทย โดยระหว่างเสด็จขึ้นไปบนบ้าน “นายดอเลาะ บือแน” ทำให้ทรงทราบปัญหาว่าราษฎรที่นี่ขาดแคลนน้ำดื่ม และเมื่อถึงฤดูฝนก็ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง เพราะไม่มีคูน้ำช่วยระบาย

เมื่อ “นายดอเลาะ” กราบบังคมทูลว่า “ไม่เคยมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดเสด็จฯมาที่บ้าน”...พระองค์ทรงตอบว่า “ทุกพระองค์ทรงห่วงใยราษฎร ก็เพราะเป็นห่วงจึงได้มา” พระราชกระแสดังกล่าว สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก ทำให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

ในโอกาสนี้ พระองค์ยังได้พระราชทานคำแนะนำและแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า “ให้แก้ไขปัญหาเรื่องด่วนก่อน พร้อมทั้งศึกษาในภาพรวม เมื่อได้ศึกษาในภาพรวมทั้งระบบแล้ว ให้ดูว่าส่วนใดจะแก้ไขอย่างไร และให้แก้ไขไปทีละส่วนเป็นขั้นตอน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ”

เมื่อส่วนราชการได้รับทราบพระราชดำริแล้ว สำนักงาน กปร.จังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเพื่อกำกับดูแล ดำเนินการจัดทำแผนงาน และกำหนด แนวทางการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ โดยปัญหาเร่งด่วนที่ได้รับการแก้ไขคือ เรื่องขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ และปัญหาน้ำท่วมขัง ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากการทำเกษตรในพื้นที่ การกำหนดแนวทาง การพัฒนา ส่งเสริมอาชีพ และความจำเป็นพื้นฐานต่างๆ ทั้งในด้านคมนาคม, การศึกษา และสาธารณสุข

ด้วยพระปรีชาสามารถอันล้ำลึก ทำให้สามารถพลิกปัญหาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ โดยปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แก้ไขด้วยการจัดทำประปาหมู่บ้านแบบบาดาลขนาดกลาง และจัดส่งให้ถึงราษฎรในพื้นที่ ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมขังในหมู่บ้านและที่ทำกิน แก้ไขด้วยการขุดคลองและทำอาคารระบายน้ำท่อลอดในบริเวณที่น้ำท่วมขัง ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรที่ขาดแคลน ได้รับการแก้ไขโดยการจัดวางระบบส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาจังหวัดปัตตานี เพื่อให้ราษฎรได้รับน้ำอย่างทั่วถึง และสามารถทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้ง ภายหลังพระองค์ได้มีพระราชกระแสให้รับโครงการพัฒนาพื้นที่บ้านกูแบซีราไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย

ตลอดเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ทรงดำเนินตามรอยพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการอุทิศพระองค์เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงประชาชาวไทย...น่าภูมิใจอย่างยิ่งกับคนไทยทั้งประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเอาพระทัยใส่ในทุกข์สุขของราษฎรอย่างแท้จริง

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา ขอน้อมเกล้าฯถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ