บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อยุบ ศชต.-อีโอดี รวม ภ.9 เพิ่ม ตชด. 3 พันนายทดแทนอัตราที่ขาด

ผู้แทนพิเศษ เร่ง สตช.เพิ่ม พนง.สอบสวนคดีความมั่นคง หลังประสบปัญหาขาดแคลน เดินหน้าโรดแม็ปพัฒนาสู่สันติสุข ปี 60-61

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.60 นายพรชาต บุนนาค ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวก่อนการประชุมคณะผู้แทนพิเศษว่า ในงบประมาณปี 60 และ 61 โครงการพัฒนาสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน การพัฒนาโครงการประชารัฐ การพัฒนาชุมชนเข้มแข็งนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานกับส่วนราชการเพื่อให้สอดคล้องเป็นเส้นทางเดียวกันตามการจัดทำโรดแม็ปการพัฒนาปี 2560-2561 โดยปี 2560 มุ่งเน้นการเชื่อมโยงพื้นที่หลักและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และในปี 2561 ก็จะนำความเข้มแข็งของพื้นที่ก็จะพัฒนาความเข้มแข็งของประชาชน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เกิดสันติสุข ส่งผลให้ความรุนแรงลดลง

พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษฯ ได้เชิญตำรวจมาชี้แจงแผนการดำเนินงานที่ผู้แทนพิเศษฯ ได้เสนอเข้าไป บางเรื่องสำเร็จไปแล้ว ส่วนบางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น การตั้งกองกำกับการเก็บกู้ระเบิด หรือหน่วยอีโอดี โดยได้บรรจุไว้ในโครงสร้างกองบังคับการสืบสวนคดีความมั่นคง ประยุกต์รวมกับกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เดิมจากที่มีพนักงานสอบสวนนอกหน่วยกองบัญชาการเข้ามาช่วยประมาณ 138 นาย ในระดับสารวัตร รองผู้กำกับฯ ทำหน้าที่สอบสวน เมื่อครบวาระก็จะต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้พนักงานสืบสวนสอบสวนขาดแคลน ตนจึงได้ประสานไปยัง สตช. สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในปี 2560 ที่ผ่านมาทำให้มีพนักงานสอบสวนอยู่ช่วยราชการในพื้นที่ 69 นาย ดังนั้นจึงต้องวางแผนในปี 2561 เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดย สตช.ต้องเปิดตำแหน่งสารวัตร รองผู้กำกับฯ สอบสวนขึ้นมาใหม่ เพราะที่ผ่านมามีการยุบพนักงานสอบสวน สบ.1, 2, 3 ไปแล้ว

พล.ต.ท.ไพฑูรย์ กล่าวด้วยว่า ทาง สตช.ต้องดำเนินการส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ กำลังพลในสังกัดของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เดิมต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ แต่บางคนอาจถูกเปลี่ยนตัวเมื่อครบวาระ และไปช่วยราชการบ้าง นอกจากนั้นยังมีเรื่องการควบรวมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) และตำรวจภูธรภาค 9 (ภ.9) ซึ่งผู้แทนพิเศษต้องการทราบโครงสร้างการบริหารของ ภ.9 ว่าเมื่อควบรวมแล้วจะมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร ส่วนเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่นั้น คือ ฐานข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สตช.มีความจำเป็นที่ต้องประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) อยู่ นอกจากนั้นยังมีเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำประเทศมาเลเซีย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งการเพิ่มอัตราตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ เนื่องจากขาดแคลนอัตราอยู่ 3 พันกว่านาย และทดแทนกำลังของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ นปพ.1,700 นายด้วย

พล.ต.ท.ไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า ส่วนคดีความมั่นคงในพื้นที่ซึ่งที่ผ่านมามีคดีที่เกิดขึ้นทั้งรู้ตัวและหลบหนีแต่จับกุมได้ ซึ่งคดีที่ไม่รู้ตัวมีจำนวนมากกว่า เดิมใช้พนักงานสอบสวนประจำสถานีตำรวจในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบไป ตนจึงได้ให้ข้อคิดไปว่าควรจะมีชุดพนักงานสอบสวนประจำกองบังคับการตำรวจภูธรทั้ง 3 จังหวัด โดยขณะนี้การปฏิบัติเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น นโยบายของ สตช.จะเน้นไปที่ชุดพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงที่เราตั้งขึ้นมาว่าทุกคดีต้องขยายผล และออกหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้ได้มากที่สุด เพื่อจำกัดเสรีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ ทางหน่วยเหนือได้สนับสนุนงบประมาณวงเงินกว่า 6 ล้านบาท

นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษรัฐบาลฯ กล่าวว่า กรณี บริษัท ส.กมลพัฒนา ในการขอเข้าเทียบท่าเรือ โดยขนาดเรือมากกว่า 500 ตันกรอส จากเดิมพื้นที่ของเรือขนถ่ายสินค้ายังไม่เพียงพอ บริษัทนี้จึงขอขยายพื้นที่ที่จอดเรือ แต่กรมการท่าจะต้องยึดถือระเบียบและทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้พิจารณา ส่วนโครงการขุดอ่าวปัตตานีนั้น อยู่ในช่วงให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษา พร้อมกับการให้ อ.เมือง และ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และภาคประชาชนหาพื้นที่ทิ้งดินเลนที่เกิดจากการขุดอ่าวดังกล่าวจำนวน 11 ล้านตัน ซึ่งถือว่ามากเป็นประวัติการณ์.