วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดให้ดีก่อนซื้อ! ร่มหลังคาติดมอเตอร์ไซค์ อันตรายแค่ไหน ทำไมไม่ควรใช้!?

ขนส่งฯ พะเยา แจง ไม่ได้จับปรับร้านค้าขายร่มหลังคาติดมอเตอร์ไซค์ ยัน ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ถึงความปลอดภัย ด้านผู้จัดการ ศวปถ. ชี้ ผ้าใบติดหลังคารถเสี่ยงอันตราย แนะใช้เสื้อกันฝนดีที่สุด...

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข่าว ขนส่งจังหวัดพะเยา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 34 เข้ากำชับผู้ประกอบการร้านค้า ห้ามนำร่มจักรยานยนต์ออกมาจำหน่าย เนื่องจากผิดกฎหมายด้านการจราจร เนื่องจากมีการดัดแปลงสภาพรถและอาจเกิดอันตรายได้ นั้น

นางอัมรา อนุศาสนพันธ์ ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ระบุว่า การใช้ร่มจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นการใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และใช้ในขณะที่ฝนตกไม่หนัก หากตกมากก็ไม่สามารถใช้การได้ และส่วนใหญ่จะใช้วิ่งในระยะใกล้ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบว่ามีการเกิดอันตราย สมควรที่ทางเจ้าหน้าที่ควรจะมีการผ่อนปรนบ้าง เพราะการใช้จะใช้ช่วงระยะที่เป็นฤดูฝนเท่านั้นเอง ซึ่งหากจะใช้ร่มสำหรับคนที่ขับรถไม่แข็งก็จะทำให้เกิดอันตรายได้

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์จึงได้สอบถามไปยัง น.ส.ศรีเพ็ญ กันแสงแก้ว รักษาการหัวหน้ากลุ่มวิชาการ สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ทางขนส่งฯ ได้ลงพื้นที่ไปให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย เมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับรถคันใหญ่จะมีผลกระทบต่อการทรงตัวของรถ อีกทั้งอุปกรณ์ที่จะติดตั้งควรได้รับการรองรับจากวิศวกรว่ามีความมั่นคงแข็งแรง ก่อนขออนุญาตติดตั้งจากนายทะเบียนให้ถูกต้องด้วย แต่เมื่อลงพื้นที่ตรวจไม่พบการรับรองจากวิศวกร

อย่างไรก็ตาม ขนส่งฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ทำการปรับประชาชนหรือผู้ค้าขาย โดยเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนเท่านั้น เพราะประชาชนหลายคนยังไม่ทราบถึงความอันตราย ซึ่งทางร้านค้าเข้าใจผิดคิดว่าใช้อุปกรณ์ดังกล่าวติดรถจักรยานยนต์ได้ จึงสั่งมาขายเท่านั้น

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ได้ชี้เห็นถึงความเสี่ยงของการติดตั้งอุปกรณ์กันแดดกันฝน หรือหลังคารถจักรยานยนต์ดังกล่าวด้วยว่า...

1. เสี่ยงถูกกระแสลมพัดทำให้รถเสียหลัก

กระแสลมเกิดจากเมื่อใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น และเกิดจากรถที่วิ่งอยู่บนถนน โดยเฉพาะรถใหญ่ เช่น รถบรรทุกที่ขับแซง หรือขับแซงรถบรรทุก ซึ่งกระแสลมลักษณะนี้จะค่อนข้างอันตรายสำหรับรถขนาดเล็ก เพราะจะมีกระแสลมทั้งพัดออกมาและดูดเข้าใกล้กับตัวรถ ดังนั้นเมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็นพลาสติกมาต้านกระแสลม ทำให้ลมที่มาปะทะสามารถเพิ่มแรงที่ทำให้รถเกิดการเสียหลักได้ง่าย รวมทั้งเมื่อมีฝนตกถนนลื่น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้รถเสียหลักมากยิ่งขึ้นด้วย

2. อุปกรณ์ไม่มั่นคง เสี่ยงหลุดใส่รถคันหลัง หรือรถที่ขับสวนมา

อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ใช่การต่อเติมในลักษณะการขันน็อตให้มั่นคงแข็งแรง แต่เป็นการติดตั้งที่พร้อมจะถอดเข้า-ออก ได้ตลอด ซึ่งไม่ได้การันตีความมั่นคง ดังนั้นเมื่อขับไปมีโอกาสที่พลาสติกจะปลิวหลุด หรือหลุดมาทั้งหลังคา และจะสร้างความเสี่ยงต่อรถที่ขับตามหลังมาหรือรถที่ขับสวนกันได้

3. เอื้อผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก

การติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถบังแดด บังฝนได้ ซึ่งอาจจะทำให้เอื้อแก่ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อกได้ ทั้งที่การสวมหมวกกันน็อกเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากที่สุด

“ผมว่าถ้าอยากจะกันฝนจริงๆ น่าจะใส่เสื้อกันฝน และสวมหมวกกันน็อกก็ไม่เปียกแล้ว แต่หากกรณีที่ฝนตกหนักมากๆ ไม่ควรขี่รถฝ่าสายฝน เพราะจะมีผลต่อทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ มีผลต่อระยะการเบรก และมีผลต่อการหยุดรถ สำหรับรถจักรยานยนต์แล้วถือว่าเสี่ยงมาก ควรจะหยุดขี่ฝ่าฝน เพื่อความปลอดภัยดีกว่าครับ” ผู้จัดการ ศวปถ. ระบุ

นพ.ธนะพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเข้าใจในสิ่งที่ชาวบ้านคิดว่าใช้เฉพาะช่วงที่ฝนตกปรอยๆ ไม่หนักมาก แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า ต่อไปข้างหน้าฝนจะไม่ตกหนัก ส่วนกรณีที่บอกว่า ชาวบ้านมักใช้เฉพาะการขับขี่ในเส้นทางที่ใกล้ๆ นั้น มองว่าการเกิดอุบัติเหตุแม้จะเป็นระยะทางใกล้ๆ ก็สามารถเกิดได้ และการเดินทางระยะใกล้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดความสูญเสีย เพราะสำหรับคนขี่รถจักรยานยนต์ก็อาจใช้ความเร็ว 40 กม./ชม. แต่ว่าความเร็วเท่านี้ เมื่อเกิดแรงปะทะจะเทียบเท่ากับการที่ตกตึก 4-5 ชั้น และมีโอกาสเสียชีวิตได้.