วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษ 'เซินกา' ฝนตกทั่ว เหนือ-อีสาน น้ำท่วมหลายจังหวัด บางจุดสูงกว่าเมตร

ฤทธิ์พายุ 'เซินกา' ส่งผลฝนตกหนักทั่วไทย ขณะที่ เหนือ-อีสาน น้ำท่วมหลายจังหวัด บางพื้นที่สูงกว่าเมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร ขณะเจ้าหน้าที่เตือนพื้นที่เสี่ยง รีบขนย้ายของขึ้นที่สูง ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. ...

วันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยา ที่คลองโผงเผง พบว่ายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ ระดับน้ำสูงขึ้น 0.10 เมตร และปริมาณน้ำฝน ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง มีฝนตกชุกตลอดทั้งวัน

ด้าน อำเภอป่าโมก ยังคงจัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อบต.โผงเผง และมีการเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงต่างๆ โดยมีการเร่งการกรอกกระสอบทราย สำรองไว้อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการเตรียมเรือ ที่จะใช้ในการขนย้ายสิ่งของในกรณีฉุกเฉิน หรือตามคำร้องขอของชาวบ้านเพื่อใช้ในการสัญจรในเวลาที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และได้มีการประชาสัมพันธ์ สถานการณ์น้ำให้ประชาชนได้ทราบตลอด 24 ชม. ซึ่งจำนวนครัวเรือนในเขต ต.โผงเผง ที่ได้รับผลกระทบยังคงเท่าเดิม 84 หลังคาเรือน

ขณะที่ สถานีชลมาตร C7A บริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำสูง 6.30 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร ระดับน้ำไหลผ่านที่ 1,236 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

ที่ จ.ศรีสะเกษ หลังเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะแถบเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอขุนหาญ ภูสิงห์ และอำเภอกันทรลักษ์ ทำให้มีน้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ราบลุ่ม บ้านระหาร หมู่ 3 ต.กระหวัน อ.ขุนหาญ เป็นหมู่บ้านที่อยู่พื้นที่ต่ำ ต้องรองรับน้ำที่ไหลหลากจากที่สูงแถบเทือกเขาต่างๆ น้ำที่มาจากลำห้วย ลำน้ำสาขาทุกที่ และยังมีน้ำฝนสะสมไหลลงมารวม

ทำให้หมู่บ้านระหาร ต้องถูกน้ำท่วมหนักเป็นรอบที่สอง หลังจากที่ถูกน้ำท่วมบ้าน และท่วมนาข้าวนับพันไร่ไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ท่วมขังนานร่วมสองเดือน พอน้ำลดชาวบ้านเตรียมดำนา หว่านข้าวกล้าใหม่ ก็ถูกพายุหอบฝนถล่มน้ำกลับมาท่วมทุ่งนาหนักกว่าเดิม

นายพนาวัน ชิงชนะ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านระหาร หมู่ 3 ต.กระหวัน กล่าวว่า เมื่อมีพายุเข้ามา ฝนตกหนักที่พื้นที่ป่าเขาและพื้นที่ราบ น้ำป่าก็ไหลหลากลงมาท่วมใหม่อีกรอบ ครั้งนี้หนักกว่าเดิม ตามทุ่งนาน้ำท่วมสูง 1.50-2 เมตร นาข้าวจมน้ำเสียหายหมด

ที่ กาฬสินธุ์ อิทธิพลจากพายุเซินกา ทำให้เกิดฝนตกทั่วทั้ง 18 อำเภอ น้ำไหลเข้าตามลำน้ำสายต่างๆ มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลำน้ำปาวในพื้นที่ อ.กมลาไสย นอกจากนี้ เขื่อนลำปาวได้ระบายน้ำลงตามลำน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณวันละ 30-40 เซนติเมตร กระแสน้ำเริ่มไหลเชี่ยวและมีสีขุ่น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำในพื้นที่ ต.หลักเมือง และ ต.โพนงาม อ.กมลาไสย น้ำท่วมนาข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่

นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนที่อยู่ติดลำน้ำสายหลัก คือลำน้ำปาว ลำน้ำพาน และลำน้ำชี ขณะนี้ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งทางเขื่อนลำปาว ยังได้ระบายน้ำออกวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงอยากให้ประชาชนที่อยู่ติดกับลำน้ำโดยเฉพาะพื้นที่ท้ายน้ำให้เฝ้าระวังพร้อมเตรียมอพยพหากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนที่จังหวัดนครสวรรค์ ฝนที่ตกลงมาซ้ำส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำ หมู่ 16 ตำบลสายลำโพง อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 7-8 ครัวเรือน เพิ่มระดับสูงขึ้นไปอีก ล่าสุดวัดได้ประมาณ 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าออกบ้าน ซึ่งน้ำยังได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย

นางยศ เข็มเป้า ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า เดิมทีน้ำท่วมขังเพียง 30-40 เซนติเมตรเท่านั้น ยังสามารถเดินลุยน้ำเข้าบ้านได้ แต่ช่วงนี้มีฝนตกลงมาซ้ำทำให้มีน้ำหลากมาจากหลายพื้นที่จนท่วมสูงมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก คาดว่าระดับน้ำจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากทางกรมอุตุฯ ประกาศว่า ช่วงนี้จะมีฝนต่อไปอีกหลายวัน

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำฝนน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ยังไหลท่วมพื้นที่อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ขยายวงกว้าง ล่าสุดระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลวังมหากร อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทั้งพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวจมน้ำเสียหายพันไร่ ในขณะที่บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมขังสูงด้วยเช่นเดียวกัน 

ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระดับน้ำในคลองวังยาว บริเวณสะพานข้ามคลอง บน ถ.เพชรเกษม หลัก กม. ที่ 385 พื้นที่ อ.บางสะพาน มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงขีดสีเหลืองคือระดับเตือนภัย เจ้าหน้าที่ขอประชาชนเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นสู่ที่สูง

นายเลิศยศ แย้มพราย ปลัดอาวุโส อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ กล่าวว่า สถานการณ์ น้ำล่าสุดที่คลองวังยาว ขึ้นสู่ระดับสีเหลือง (ระดับเตือนภัย) ส่วนการสัญจรของพี่น้องในพื้นที่ภายหลังจากที่มีสะพานขาด 3 จุด ในพื้นที่ ม.7 และ ม.9 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ล่าสุดทาง อบต.ร่อนทอง ได้ดำเนินการซ่อมแซมและเปิดให้ประชาชนสัญจรได้ตามปกติแล้ว เหลือเพียงจุดเดียวที่เป็นสะพานข้ามคลอง (บล็อกคอนเวิร์ส) ถนนสายคันกระท้อน-ห้วยแห้ง ที่ยังไม่สามารถเข้าดำเนินการได้เนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรง

และในส่วนพื้นที่ ของรพ.บางสะพาน ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของ อ.บางสะพาน เนื่องจากว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ทางสำนักงานชลประทานที่ 14 โดย นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ ผอ.สนง. ได้มีหนังสือ เลขที่ กษ 0323/438 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ให้มีการจัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ รพ.บางสะพาน โดยให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 10 นิ้ว จำนวน 1 ตัว และขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 ตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ ที่อาจจะเกิดขึ้น.