วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาพยังหลอน ฆ่ายกครัว8ศพ เหยื่อที่รอดแฉ นาทีสังหารโหด ผัวตายลูกเจ็บ2

3 แม่ลูกเหยื่อกระสุนผู้รอดชีวิต เหตุฆ่าล้างครัว 8 ศพยังผวาหนัก หลังออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้าน มีตำรวจและ ชรบ.เฝ้าดูแลตลอด 24 ชม.ผู้เป็นแม่จำติดตาภาพสะเทือนใจในค่ำคืนสยองขวัญ ยังมองไม่เห็นอนาคตเพราะต้องสูญเสียสามีที่เป็นเสาหลักครอบครัว เผยอาการลูกสาวคนโตมีอาการชัก แม้แผลจะหายแล้วแต่อาจเป็นไปตลอดชีวิต ส่วนลูกสาวคนเล็กยังขวัญเสีย หวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นตำรวจหรือทหารแต่งเครื่องแบบ ตำรวจส่งมอบบ้านที่เกิดเหตุคืนให้ญาติแล้ว ขณะที่อัยการแนะข้อกฎหมายตั้ง ผู้ปกครองดูแลลูกชายวัย 3 เดือนของผู้ใหญ่บัติที่รอดชีวิต พร้อมจัดการเรื่องมรดก ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกขังในเรือนจำเริ่มปรับสภาพได้ “บังฟัต” โดนแยกขังเดี่ยวเพื่อความปลอดภัย

คดีสะเทือนขวัญฆ่าล้างครัวนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อายุ 46 ปี ผญบ.หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 3 คน ตำรวจจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 8 คน นำโดยนายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดกระบี่ ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ที่ออกมาปูดข่าว “เจ๊ชุมพร” อยู่เบื้องหลังบงการฆ่าหมู่ 8 ศพ เข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. แต่กลายเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนได้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คนที่รอดชีวิตถือเป็นพยานปากสำคัญของคดีคือ น.ส.อัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี น้องเมียผู้ใหญ่บัติ กับลูกสาว 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 13 ปี หลังแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน มาพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก โดยมีตำรวจ สภ.อ่าวลึก ผลัดละ 2 นาย ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านมาเฝ้าดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

น.ส.อัญชลีกล่าวว่า พาลูกทั้งสองกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านก่อน เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร เนื่องจากขาดเสาหลักของครอบครัวคือนายสุทธิพงษ์ พริกดำ สามีที่ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนอาการของลูกทั้ง 2 คนยังมีบาดแผลที่ต้องรักษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกคนโตแพทย์ผ่าตัดเอากระสุนออกแล้ว เย็บ 26 เข็มแต่กะโหลกยังไม่เข้าที่ และบาดแผลใกล้เส้นเลือดใหญ่ มีอาการชัก หมอบอกว่าต้องใช้เวลาในการรักษา แม้แผลจะหายแล้วแต่อาการชักอาจเป็นได้ตลอดชีวิต อนาคตยังไม่รู้จะทำอย่างไรต้องรอให้ลูกหายดีก่อน ส่วนลูกคนเล็กเมื่อนึกขึ้นได้ก็จะถามถึงเหตุการณ์ และมีอาการหวาดกลัวเมื่อเห็นทหารหรือตำรวจที่แต่งเครื่องแบบ รวมทั้งคนแปลกหน้า การดูแลของ เจ้าหน้าที่ในช่วงแรกที่อยู่ รพ.กระบี่ มีนักจิตวิทยามาคอยพูดคุย แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านยอมรับว่าความรู้สึกไม่ค่อยดี ต้องเริ่มต้นใหม่ทำให้คิดมาก แต่ก็พยายามทำใจไม่อยากจะร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนสยองขวัญ น.ส.อัญชลีเผยว่า ตนถูกยิงเป็นคนแรก แต่เป็นลมสลบไปประมาณ 5 นาที ฟื้นขึ้นมาได้ยินเสียงปืนยิงสามีตน ทั้งที่ร้องขอชีวิต จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัดจากห้องต่างๆภายในบ้าน แต่ไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร โดยเฉพาะบังฟัตที่ปิดบังใบหน้าด้วยหมวกไหมพรมและสวมชุดทหาร อีกทั้งไม่ได้ยินเสียงที่พูดคุยกันเพราะอยู่ในห้องมีกระจกกั้น หลังจากกลุ่มคนร้ายกลับไปตนได้สติเห็นลูกคนเล็กถูกยิงก็รีบอุ้มออกมาและเห็นลูกสาวคนโตเดินออกมามีเลือดเต็มศีรษะ โทรศัพท์หาพ่อสามีและน้องชายมาช่วยเหลือ ยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญและเสียใจอย่างมาก

ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.อ่าวลึก ได้ส่งมอบคืนพื้นที่เกิดเหตุฆ่าล้างครัว 8 ศพในบ้านของนายวรยุทธ เลขที่ 17/3 หมู่ 1 บ้านเขางาม ต.บ้านกลาง ที่ตำรวจกันพื้นที่ไว้เพื่อตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานต่างๆตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยมีนายสุรัย เชาวลิต อัยการจังหวัดฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่ ให้คำแนะนำด้านกฎหมายแก่ญาติๆ เพื่อดำเนินการตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ เด็กชายวัย 3 เดือนลูกผู้ใหญ่บัติที่รอดชีวิตต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ รวมทั้งการจัดการมรดกของผู้เสียชีวิต

ส่วนความคืบหน้าการทำสำนวนคดี พนักงานสอบสวนใช้ห้องประชุม บก.ภ.จ.กระบี่ เป็นที่รวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆ มีพนักงานสอบสวนจาก สภ.ต่างๆร่วมกันทำสำนวน วันเดียวกันนี้ ได้เรียกตัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพื้นที่เกิดเหตุ 2 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติมแต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด พนักงานสอบสวนเผยว่า การสอบสวนและตรวจสอบความถูกต้องของสำนวนคืบหน้าไปมาก เตรียมเรียกตำรวจ แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัย และผู้เกี่ยวข้องที่เดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุในคืนสังหารโหดมาสอบสวนเพิ่มเติมให้ได้รายละเอียดมากที่สุด

ส่วนความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 8 คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ เตียงตระกูลทอง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า หลังผ่านมา 4-5 วันกลุ่มผู้ต้องหาเริ่มปรับตัวได้ดี มีการพูดคุยได้ดีขึ้น และเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ผู้ต้องหาคนสำคัญคือ “บังฟัต” ถูกแยกขังไว้คนเดียวในห้องซอย เพื่อความปลอดภัย ที่เหลือขังแยกในห้องซอยห้องละ 3 คน เวลาอาบน้ำกินข้าวจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลา และในวันนี้มีแพทย์และจิตแพทย์จาก รพ.กระบี่ มาตรวจร่างกายและสภาพจิตของผู้ต้องหาทุกคนอีกรอบหนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. มีญาติของบังฟัตกับผู้ต้องหาอีก 2 คนเดินทางมาเยี่ยมแล้ว ส่วนที่หวั่นเกรงว่าผู้ต้องหาจะถูกทำร้ายนั้น ยืนยันว่าทางเรือนจำได้วางมาตรการคุมเข้มป้องกันเหตุไว้เป็นอย่างดี