บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดฉาก ส.ค. จากปฐมบทสลาย'ม็อบพันธมิตรฯ' สู่จุดใกล้จบ'ยิ่งลักษณ์'จำนำข้าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นวิกฤติการเมืองไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มขึ้นในช่วงที่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นยังเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกประท้วงจากกรณีกล่าวหาว่า มีการทุจริตคอร์รัปชัน และก็มาถึงจุดแตกหักโดยเฉพาะ กรณีขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น 73,300 ล้านบาท  เมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต่อมาเรียกขานตัวเองว่า "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" (พธม.) ที่นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกสัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และ นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นแกนนำในการต่อต้านทักษิณจนเกิดเหตุการณ์ ปี 2549

ปี 2551 ผู้ชุมนุมพธม.กลุ่มเดิม ก็ออกมาประท้วงรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เหตุการณ์ที่จำไม่ลืม คือ การปิดล้อมรัฐสภา จนเกิดเหตุรุนแรง 7 ต.ค. 2551 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยช่วงเช้าวันดังกล่าว ผู้ชุมนุมได้ตัดไฟสายไฟด้านนอกสภา ทำให้ไฟดับ จึงต้องใช้ไฟสำรอง แต่ก็แถลงนโยบายไม่ได้เพราะไม่ครบองค์ประชุม ต่อมา ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายชุมนุม ซึ่งการปะทะดังกล่าวทำให้มีผู้ชุมนุมขาขาดจนกระทั่งเวลา 09.47 น. นายสมชาย ได้เดินทางถึงรัฐสภา แม้ถูกขัดขวางแต่ก็ยังออกมาได้ สำหรับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 300 ราย และผู้เสียชีวิต หนึ่งในนั้นที่ประชาชนยังจำได้ไม่ลืม คือ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ อายุ 27 ปี 

จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ เข้าสู่เดือนชี้ชะตา ส.ค.2560 อุณหภูมิการเมืองก็ร้อนฉ่าขึ้นมาแทบปรอทแตกอีกคำรบ เมื่อมาถึงช่วงเวลาที่ศาลฎีกาฯนักการเมือง นัดตัดสินคดี ที่เชื่อแน่ว่าจะถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่จะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคต ไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นเช่นไร ไล่เรียงติดกันถึง 4 คดี 

เริ่มด้วย นัดฟังคำพิพากษา "2 สิงหาคม 2560"คดีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ผิด ม.157 สั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551

 

คดีที่สอง คดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ และพวก รวม 28 คน ฐานความผิดทุจริตระบายข้าว แบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีนั้น ศาลนัดฟังคำพิพากษา "25 สิงหาคม 2560" 

เช่นเดียวกับไฮไลต์สำคัญ คดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงหนึ่งเดียวของไทย โทษฐานปล่อยปละละเลย ให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว ซึ่งนับเป็นคดีหัวใจสำคัญ ซึ่งเชื่อแน่ว่า จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเมืองของไืทยอย่างใหญ่หลวงในอนาคต ไม่ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะตัดสินออกมาในแนวทางใดในวันที่ 25 ส.ค.นี้    

ซึ่งคดีนี้ ที่ผ่านมา มีการเดินเรื่องทั้งเอาผิดทางอาญา และทางแพ่ง จนเกิดวิวาทะ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ กรณี 'ยึด-ไม่ยึดทรัพย์' บัญชีเงินฝาก ของ นส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างที่ทราบกัน ร้อนจน 'เนติบริกร' อย่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ต้องออกมา ยันว่า เป็นอำนาจของกรมบังคับคดี ที่สามารถถอนเงินที่อายัดออกจากบัญชีไปเก็บไว้ได้ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่แสนบาท ซึ่งต่อมาก็ออกมาสั่งเบรกว่า ต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองก่อน ถึงจะดำเนินการตามคำสั่งทางปกครอง

ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า หากวันที่ 25 ส.ค. ร่าง พ.ร.บ.คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีผลบังคับใช้แล้ว คู่ความมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่มีคำพิพากษา โดยที่ประชุมใหญ่ฎีกาจะตั้งองค์คณะขึ้นมาจำนวน 9 คน ทำหน้าที่พิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป แต่หากวันนั้น ร่าง พ.ร.บ.คดีอาญานักการเมืองยังไม่มีผลบังคับใช้ คู่ความก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ เพราะถือว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ตามที่ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้เคยนำเสนอไปบ้างแล้วก่อนหน้านี้  ชี้ชะตา บนทางสามแพร่ง คดีจำนำข้าว ของ'ยิ่งลักษณ์' ยื้อ รอด ติดคุก หนี !!

จะอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีนัดแถลงปิดคดีด้วยวาจา คดีจำนำข้าว วันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.)

ส่วนอีกคดีส่งท้ายเดือน วันที่ 29 ส.ค. ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2544 และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีการจดทะเบียนโอนมรดกและโอนสิทธิขายธรณีสงฆ์ของที่ดิน วัดธรรมามิการามวรวิหาร จ.ปทุมธานี จำนวน 732 ไร่ โดยมิชอบ

นี่ยังไม่นับรวม ข้ามไปเดือน ก.ย. ป.ป.ช.เจ้าเดิม ออกมาให้ข่าว คาดว่า จะมีการชี้มูลความผิด คดียิ่งลักษณ์-ครม.รวม 34 ราย ปม มีมติครม.จ่ายเงินเยียวยาชุมนุมการเมืองโดยมิชอบ ปี 2548-2553 

ต้องถือเป็นวิบากของ พรรคไทยรักไทย เปลี่ยนชื่อมาเป็น พลังประชาชน จนมาเป็น พรรคเพื่อไทย ที่บังเอิญประดังเข้ามาในช่วงเวลานี้เสียจริง แต่ที่ชัดยิ่งกว่านั้นก็คือจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับชื่อคนที่จะมานำขบวนในพรรคเพื่อไทย และภาพรวมทางการเมืองภาพใหญ่ของประเทศแน่นอน  

เข้าสู่เดือน ส.ค. ก็เตรียมรอลุ้นระทึกแบบตาห้ามกะพริบกันได้เลย !!!