วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กูรูแนะเพิ่มความระมัดระวังการลงทุนหุ้น-ตราสารหนี้ระยะยาวให้มากขึ้น

บลจ.ไทยพาณิชย์ เตือนนักลงทุน เพิ่มความระมัดระวังการลงทุนในหุ้น และตราสารหนี้ระยะยาวให้มากขึ้น หลังธนาคารสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ในระยะนี้นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ระยะยาวมากขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา มีการย้ำถึงการลดงบดุลและขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ โดยต้องระมัดระวังตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูงจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เช่น ตลาดหุ้นจีน H-share เนื่องจากมีสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติสูง โดยให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น เนื่องจากมีความเสี่ยงของการปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดเกิดใหม่ในช่วงภาวะสภาพคล่องตึงตัว และกระตุ้นให้เงินทุนไหลออก

อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัท ตลอดจนทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็กหลังจากตลาดปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลถึงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า เราคาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วตามคาด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลง โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นยุโรปขนาดเล็ก เนื่องจากรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการบริโภคในประเทศ จึงคาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากค่าเงินยูโรที่แข็งค่าในช่วงครึ่งปีแรก

นอกจากนี้ แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่น จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องในภาคการบริโภค โดยคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีความจำเป็นต้องคงมาตรการกระตุ้นต่อเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ช่วยให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการค้าโลกฟื้นตัว และมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูง เช่น ไทย เกาหลี

สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำให้มีทองคำในพอร์ตไว้บ้างเพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากธนาคารกลางหลายแห่งออกมาส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินที่รัดกุมขึ้น

นอกจากนี้ คาดว่าการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ยังจำกัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ทำให้แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลง

ในส่วนของน้ำมันนั้น เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมน้ำมัน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันดิบและแก๊สโซลีนในสหรัฐฯ ที่ลดลงต่อเนื่อง และมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน (Driving season)

"เราคาดว่าความต้องการเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ จีน และยุโรปยังขยายตัวต่อเนื่อง จากตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงชี้ถึงการขยายตัวในระดับสูง"