บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปูสวนบิ๊กตู่ บช.แบงก์ ยึด-ถอนไปแล้ว โต้ไม่ใช่ขั้นเตรียมการ

ตร.ผวามือ3ป่วนวันพิพากษา นายกฯขู่-จับเว็บปลุกระดม


“บิ๊กตู่” เตือนย้ำปลุกระดมคนผิด ก.ม.อาญา ละเมิด พ.ร.บ.คอมพ์ ใครถูก ใครผิดเป็นเรื่องศาลพิจารณา สั่ง จนท.อย่าพูดเยอะเรื่องยึดทรัพย์หวั่นโดนข้อครหาจ้องรังแก ชี้ยังไม่ได้ลงมือยึดทรัพย์ “ยิ่งลักษณ์” แค่เตรียมพร้อม “บิ๊กป้อม” สั่งห้ามระดมคนจัดหาพาหนะ ลั่นดูแลความเรียบร้อยวันพิพากษาเอง ตร.เล็งใช้แผนกรกฎ 52 รับหวั่นมือที่ 3 ป่วน “ยิ่งลักษณ์” ส่งทนายแทงเรื่องซ้ำให้ศาลฎีกาฯส่งศาล รธน.ตีความ อ้างไม่สามารถตัดสินเองได้ โต้ “บิ๊กตู่”บอกถูกยึดเงินจากบัญชีไปแล้ว “วิษณุ” ชี้ 25 ส.ค. อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย “ปู” มีสิทธิอุทธรณ์ได้ถ้า ก.ม.ใหม่เสร็จ ป.ป.ช.จ่อเชือดซ้ำ ชี้มูลคดีเงินเยียวยา ก.ย.นี้ นายกฯเคาะชื่อเลขา สมช.แล้ว เสนอเข้า ครม. 1 ส.ค. ย้ำกรณีย้ายข้ามห้วยต้องจำเป็นสุดๆ คนแรงงานก้มหน้าตัดพ้อเสียกำลังใจ ผู้ตรวจการแผ่นดินยุติสอบ เรือดำน้ำ ระบุไม่มีปัญหาขัด รธน.

ยังเป็นประเด็นการเมืองที่หลายฝ่ายติดตามใกล้ชิด สำหรับคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการทำให้รัฐเกิดความเสียหาย 5 แสนล้านบาท ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพิพากษาวันที่ 25 ส.ค. ล่าสุดมีการตอบโต้เรื่องของการอายัดทรัพย์ในคดีความทางแพ่งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์

“บิ๊กตู่” เตือนปลุกระดมผิด ก.ม.

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลจะพิจารณาตัดสินคดีสำคัญทางการเมืองในช่วงเดือน ส.ค.ว่า ทุกคดีมีความสำคัญ มีตั้งหลายคดี ทำไมต้องสำคัญแค่คดีเดียว ยังไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก เป็นเรื่องของศาล ขออย่าไปละเมิดศาลเท่านั้นเอง การเคลื่อนไหวข้างนอกบางทีมันผิดกฎหมาย การปลุกระดมต้องระวัง ถ้าพูดอะไรที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงกระทบต่อความสงบเรียบร้อยกฎหมายมีบัญญัติไว้ตามมาตรา 116 และยังมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พวกที่เขียนอยู่ในเว็บไซต์ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงระวังจะโดนทั้งหมด สิ่งที่อยากประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน คือเรื่องการบังคับ หรือการยึดทรัพย์ต่างๆนั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันตอนนี้เพราะเป็นเพียงขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมข้อมูลไว้ มีการตรวจสอบกัน วันนี้ยังไม่ผิดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสิน เมื่อศาลตัดสินแล้วถึงจะมีการดำเนินการต่างๆได้ ไม่ใช่ว่าจะไปตั้งใจยึดทรัพย์ก่อนเป็นเพียงขั้นตอนการทำงานของข้าราชการ

สั่ง จนท.หยุดพูดหวั่นถูกครหารังแก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนบอกให้กรมบังคับคดีดำเนินการชี้แจงแล้วว่าไม่ใช่เรื่องของการไปยึดทรัพย์อะไร กระทรวงการคลังที่พูดออกมาเพราะได้ทำข้อมูลไปแล้ว ก็ไม่อยากให้พวกสื่อไปซักมาก ได้บอกไปว่าอะไรที่ยังไม่ใช่เวลาก็ยังไม่ต้องพูด มันจะกลายเป็นว่าเราไปรังแกเขา จึงอยากฝากไปถึงพ่อ แม่ พี่ น้องข้างนอกด้วยให้เข้าใจระบบข้าราชการว่าต้องมีการเตรียมการเอาไว้ ทั้งหมดสุดแต่ว่าผลทางคดีจะว่าอย่างไร

ตอนนี้ยังไม่ได้ยึดทรัพย์ใครทั้งนั้น

“ถ้าไม่ผิดก็จบไป ยึดทรัพย์อะไรใครไม่ได้ก็แค่นั้น แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็ต้องดำเนินการต่อให้ได้ ต้องเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้นเอง วันนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่าใครผิดใครถูก เพราะเป็นหน้าที่ของศาล คนส่วนใหญ่สนใจที่ปลายเหตุ หรือปลายทางในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นมันจะหมดไปได้อย่างไร หากจิตใจหรือจิตสำนักยังไม่มี ประเทศก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เคลื่อนไหวกันไปมา” นายกฯกล่าว

“บิ๊กป้อม” ห้ามชวนคนมาให้กำลังใจ “ปู”

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอร้องไม่ให้มวลชนออกมาชุมนุมให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลจะพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ถ้ามวลชนจะมาให้กำลังใจกันเองก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้ห้ามอะไร แต่ความจริงอยู่ที่บ้านก็ให้กำลังใจกันได้ เมื่อถามว่านายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาเชิญชวนประชาชนไปให้กำลังใจจะผิดกฎหมายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดว่าถ้าเป็นเรื่องการเมืองแล้วออกมาเชิญชวนอย่างนี้ทำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ต้องเชิญชวน ถ้าใครอยากมาก็มาเอง เมื่อถามว่าถ้าอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคอีสานจะจัดรถให้มวลชนสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำไม่ได้

ดูแลสถานการณ์เองวันพิพากษา

เมื่อถามว่า ในวันที่ศาลพิพากษาคดีจะจัดพื้นที่รอบศาลเป็นพื้นที่เฉพาะให้มวลชนมาให้กำลังใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้ต้องถามศาลก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในวันนั้น ตนจะดูแลเอง เพราะในพื้นที่จะมีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ทำหน้าที่อยู่แล้ว ศาลสามารถขอความร่วมมือมาได้ว่าจะให้เราช่วยดูแลอย่างไร

ตร.ใช้แผนกรกฎ 52 รปภ.วันปิดคดี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเตรียมมาตรการการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 1 ส.ค.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ได้เตรียมใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมกำชับไปยังทุกพื้นที่ต่างๆเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของแกนนำและมวลชน หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่ บช.ภ.5 เริ่มมีแกนนำบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวจำนวน 1-2 คน ลักษณะเชิญชวนมวลชน โดยเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น พร้อมกำชับให้ บก.ปอท.เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีในการเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชน

หวั่นมือที่สามสร้างสถานการณ์ป่วน

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่สกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าว แต่จะอำนวยความสะดวกในด้านการจราจร และป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย หากพบมีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดคำสั่ง คสช.จะดำเนินคดีทันที ส่วนการเข้าไปพูดคุยกับแกนนำในพื้นที่ เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง สำหรับการดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนของ บช.น.เป็นหลัก แต่หากประเมินแล้วไม่เพียงพอจะพิจารณาขอกำลังในพื้นที่อื่นมาเสริม ยอมรับว่ามีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยก่อนวันที่ 25 ส.ค.จะเรียกประชุมอีกครั้ง

“ยิ่งลักษณ์” จี้อีกยื่นศาล รธน.ตีความ

อีกด้านหนึ่ง นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสน ล้านบาท ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้เพิกถอนคำสั่งและกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ จากกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ยกคำร้องจำเลย ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็น พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 5 ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคหกหรือไม่

ศาลฎีกาฯไม่สามารถวินิจฉัยเอง

โดยคำร้องระบุใจความสำคัญว่า ศาลฎีกาจะใช้ดุลพินิจพิจารณาวินิจฉัยเองว่าคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่โต้แย้งดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์ที่จะยื่น เพื่อให้ศาลส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจกระทำได้ เพราะนอกจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลฎีกาแล้ว ยังมีบทบัญญัติอันมีสภาพบังคับที่ไม่อาจปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้ และศาลรัฐธรรมนูญเพียงศาลเดียวเท่านั้นที่จะมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ศาลอื่นไม่มีอำนาจในการสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณาแต่อย่างใด ศาลที่นั่งพิจารณาจึงไม่ควรเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยเสียเอง เพราะอาจขัดต่อหลักนิติธรรม และการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางในฐานะตุลาการได้

ต้องรักษาสิทธิขอความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ท้ายคำร้องดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้วิงวอนต่อศาลว่า การพิจารณาคดีนี้หากมีคำพิพากษาจะทำให้คดีถึงที่สุด โดยที่ไม่มีโอกาสขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้อีก สิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่คุ้มครองจำเลยไว้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเสียสิทธิไป แม้ว่าการตัดสินใจยื่นคำร้องฉบับนี้จะสร้างความลำบากใจต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างความยุ่งยากและรบกวนจนเป็นภาระต่อองค์คณะของศาลฎีกา แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงต้องการวิงวอนขอความเมตตาและขอความเป็นธรรมในกรณีดังกล่าว

“ปู” โต้ “บิ๊กตู่” บอกถูกถอนเงินไปแล้ว

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ว่า “ไม่ใช่แค่อยู่ขั้นตอนการเตรียมการนะคะ แต่ได้ยึดและถอนเงินในบัญชีดิฉันไปแล้วค่ะ”

ศาลสั่งคลัง–กรมบังคับคดีชี้แจง

นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาบังคับการอายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากกรณีที่กระทรวงการคลังส่งรายการบัญชีธนาคารของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้กรมบังคับคดีทำการอายัดทรัพย์ว่า ก่อนหน้านี้ ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ผู้ฟ้องคดียื่นขอให้ศาลขอคุ้มครองชั่วคราวจากการถูกกระทรวงการคลังผู้ถูกฟ้องคดีส่งบัญชีให้กรมบังคับคดีอายัดเงินฝากในบัญชีธนาคารกรุงเทพ 7 บัญชี โดยไม่ได้แจ้งยอดเงิน ศาลพิจารณาคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้วมีคำสั่งให้กระทรวงการคลังผู้ถูกฟ้องคดี และกรมบังคับคดีชี้แจงรายละเอียดต่อศาลภายใน 15 วัน โดยมีการส่งหมายไปตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา สำหรับประเด็นที่ให้กระทรวงการคลังและกรมบังคับคดีชี้แจงจะเป็นประเด็นถึงเหตุผลที่ไปยึดบัญชีเพิ่มเติมดังกล่าว พร้อมความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องทำการยึดทรัพย์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มา รวมถึงรายละเอียดกระบวนการในการยึดทรัพย์ของกรมบังคับคดี ซึ่งคาดว่าทั้งกระทรวงการคลังและกรมบังคับคดีจะรวบรวมข้อมูลส่งมาภายในช่วง กลางเดือน ส.ค. ตามกำหนด 15 วัน หลังจากได้หมายศาล

“วิษณุ” ชี้ “ปู” อาจอุทธรณ์คำตัดสินได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยื่นอุทธรณ์ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกฟ้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ ตามหลักข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่จะยื่นได้เมื่อใดและอย่างไรนั้น ไม่สามารถระบุได้ต้องรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ก่อน เพราะขณะนี้ไม่มีช่องทางที่จะยื่นได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 50 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฯ สิ้นสุดการบังคับใช้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า หากศาลมีคำพิพากษาก่อนที่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกฎหมายใหม่ แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าจะอะลุ้มอล่วยไว้ในบทเฉพาะกาล

ป.ป.ช.จ่อเชือดซ้ำ “ปู” คดีเงินเยียวยา

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ครม. รวม 34 ราย กรณีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 จำนวน 1,921 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง โดยไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีดังกล่าวว่า คดีนี้เป็นหนึ่งในหลายคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. คาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะสามารถชี้มูลความผิดได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ครม.รวม 34 ราย เมื่อเดือน พ.ค.2558 ที่มีมติอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง พ.ศ.2548-2553 โดยไม่มีอำนาจและไม่มีกฎหมายรองรับ เนื่องจากเห็นว่า การที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 10 ม.ค.และ 6 มี.ค.2555 โดยใช้งบประมาณจากงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2,000 ล้านบาท มาใช้จ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมฯนั้น เป็นการออกหลักเกณฑ์และอัตราการเยียวยาขึ้นใหม่ โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีกฎหมายใดมารองรับการจ่ายเงินเยียวยาดังกล่าว

พท.ย้ำไม่ได้จ้างคนมาเชียร์ “ปู”

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ออกมาเตือนประชาชนอย่าสร้างความวุ่นวายต่อต้านนอกศาลว่า ขอทำความเข้าใจกับผู้ที่เป็นกังวลในวันแถลงปิดคดีและวันนัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ประชาชนที่เดินทางมาให้ กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น มาด้วยความห่วงใยและต้องการให้กำลังใจ มาโดยธรรมชาติ ไม่ได้ระดมกันมา ไม่มีการว่าจ้าง ขอให้ รัฐบาล คสช. และเครือข่าย เชื่อมั่นว่าจะไม่มีการก่อจลาจล สร้างความวุ่นวายแน่นอน อย่ามองโลกในแง่ร้าย คนไทยทุกคนรู้สิทธิ รู้หน้าที่ของตัวเองดี ไม่สร้างความรุนแรงแน่นอน

“วรงค์” เย้ยอาการโคม่าดิ้นพราดๆ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและพรรคเพื่อไทย อยู่ในสภาพสู้แบบไม่มีสติ ทุกคนออกมาบิดเบือนแบบไม่เกรงใจประชาชน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล้าประกาศว่า “ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” และโยงเรื่องการอายัดทรัพย์ไปเป็นการชี้นำคดีอาญา ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ส่วนนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ยิ่งหนักไปกันใหญ่ เอาคำให้การเท็จของพยาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ในศาล เรื่องการสั่งปิดโกดังไม่ให้รมยาเป็นเหตุให้ข้าวเสื่อม มาเปิดเผยเพื่อหวังผลทางการเมือง เมื่อถูกชี้แจงกลับทั้งเหตุผล และพยานเอกสาร ก็ไม่สำนึกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำร้ายเมื่อสู้ด้วยการบิดเบือนความจริงไม่ได้ผล ก็ถึงแผนสุดท้าย นั่นคือปลุกระดมเอาประชาชนมาบังหน้า สภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยวันนี้ จึงไม่ต่างจากคนป่วยในไอซียูระยะสุดท้าย ที่ดิ้นทุกอย่าง แม้จะต้องปลุกระดมมวลชน ประชาชนจะต้องลำบากอย่างไรก็ไม่สนใจ เพียงแค่ขอให้ตนเองรอดเท่านั้นเอง

นายกฯถก สมช. ลุ้นเก้าอี้เลขาฯ สมช.

เมื่อเวลา 09.00 น. ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช. และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมีการพิจารณาร่างยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่างยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้าย การปฏิรูประบบงานข่าวกรอง และการแต่งตั้งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ ที่มีแคนดิเดตชื่อนายสมเกียรติ ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการ สมช. และ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวง กลาโหม เข้าสู่การพิจารณา

เคาะชื่อแล้วเตรียมเสนอเข้า ครม.

ต่อมาเวลา 12.45 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมถึงการพิจารณาตำแหน่งเลขาสมช.คนใหม่ว่า อย่ามาถามว่าใครเป็นเลขาธิการสมช.เพราะจะไปทราบอีกครั้งหลังการประชุม ครม. แต่บอกเพียงว่าสรุปชื่อไปแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อ ที่เห็นชอบนั้นเป็นคนนอกหรือคนใน สมช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คนนอกหรือคนในก็ไม่รู้ แต่เห็นชอบไปแล้ว วันนี้เราต้องทำทั้งหมดมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างไรบ้างก็ต้องดู ที่ผ่านมาการปรับย้ายเราก็ดูแลหน่วยงานให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดการประสานสอดคล้อง ไม่ต้องกลัวว่าตำแหน่งข้าราชการจะไม่ขยับ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี

ย้ำกรณีข้ามห้วยต้องจำเป็นยิ่งยวด

เมื่อถามว่า นายกฯเคยระบุว่าไม่ต้องการให้มีการโยกย้ายข้ามห้วย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่ใช่ ผมบอกว่าไม่อยากให้มีการข้ามห้วย สื่อจำไม่ครบ ผมจำได้ว่าพูดว่าก็ไม่อยากให้มีการข้ามห้วยโดยไม่จำเป็นหรือไม่มีเหตุผล” เมื่อถามว่า เคยระบุว่าหากจะข้ามห้วยต้องมีความจำเป็นยิ่งยวดจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ยิ่งยวดไง ที่เปลี่ยนและข้ามห้วยก็ยิ่งยวด มันต้องมีหลักการและเหตุผล ไม่เช่นนั้นผมไม่ทำให้ ที่ผ่านมา สมช.มีการเปลี่ยนแปลง มีทั้งพลเรือนและทหาร หน่วยงานเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็อย่าไปทำให้เกิดความขัดแย้ง” เมื่อถามว่า หากมีการข้ามห้วยคนในองค์กรจะผิดหวังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สื่อผิดหวังกับเขาหรืออย่างไร สื่ออย่าพูดให้เขาเสียกำลังใจว่าใครได้หรือไม่ได้ แล้วใครได้จะลิงโลดหรืออย่างไร เมื่อถามว่า นายกฯเคยบอกว่าไม่อยากให้ข้าราชการตายในห้วย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ตาย หากคนในไม่ได้ ก็ต้องหาอะไรใหม่ให้เขา สื่อไม่ต้องเขียนให้วุ่นวาย เมื่อถามว่า จะเปิดตำแหน่งพิเศษให้คนที่ไม่ได้รับแต่งตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ จะแก้ไขปัญหาเอง

วางยุทธศาสตร์มั่นคงระยะยาว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงผลการประชุม สมช.ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงการเตรียมความพร้อมของความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ในเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงภายในและการก่อการร้าย ต้องมีแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ วันนี้เราเพิ่งจัดทำแผนต่อต้านการก่อการร้าย จะต้องมีคณะกรรมการขับเคลื่อนมาทำงาน เพื่อให้ประสานสอดคล้องเกิดความร่วมมือกับนานาประเทศ อยากจะให้ใช้เวลาที่ตนและรัฐบาลนี้ยังอยู่ทำแผนเหล่านี้ให้พร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนของ สมช. 5 ปี ต้องให้สอดคล้องกับแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสามารถปรับเปลี่ยนได้ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินการปรับปรุงระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่สั่งการให้ซ่อมแซมทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นของรัฐ เอกชน และรัฐวิสาหกิจถ้าเป็นของภาคเอกชนให้กระทรวงการคลังไปช่วยเหลือในเรื่องของภาษีและราคา ระยะแรกต้องทำให้ครบทุกพื้นที่ก่อน ส่วนระยะ 2 คือการปรับเปลี่ยนคุณภาพของกล้องให้ดีขึ้นอย่างการบันทึกภาพที่จะต้องบันทึกได้ 30 วัน เปลี่ยนทั้งหมด 3 แสนกว่าตัวทั่วประเทศ และต้องไม่มีการอ้างว่ากล้องเสีย

“บิ๊กป้อม” ชงตั้งเลขาฯ สมช. 1 ส.ค.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ที่ประชุม สมช.ได้พิจารณาการแต่งตั้งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ ขณะนี้ได้ชื่อแล้ว เตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 1 ส.ค. สื่ออย่าเพิ่งรู้ เพราะเป็นความลับ ขอให้รับทราบพร้อมกันในวันที่ 1 ส.ค. เมื่อถามว่าเลขาธิการ สมช.คนใหม่ เป็น พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ผอ.สำนักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จำไม่ได้ แต่คุณสมบัติต้องรู้งานความมั่นคง 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน เมื่อถามว่า ถ้าทหารเป็นเลขาธิการ สมช.แล้ว คนเป็นพลเรือนที่เติบโตมาตามสายงานจะรู้สึกน้อยใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ก็เป็นแบบนี้ จะให้ว่าไง”

ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเลือกเลขาธิการ สมช.คนใหม่ โดย พล.อ.ประวิตรเป็นผู้เสนอต่อที่ประชุมตามที่เห็นสมควรเพียงชื่อเดียว ซึ่งนายกฯได้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น จากนั้นก็มีมติร่วมกัน

ปลัดแรงงานสงสารคนในพลาดหวัง

ที่กระทรวงแรงงาน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมติ ครม.ที่ให้นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โอนย้ายมาเป็นปลัดกระทรวงแรงงานว่า ตนได้เสนอชื่อนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ แต่เมื่อเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล จะเอาคนนอกเข้ามาก็ต้องปฏิบัติตาม เพียงอาจต้องใช้เวลาบ้าง ทั้งนี้คนนอกเข้ามาเป็นปลัดแรงงานหลายครั้ง ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ข้าราชการที่น่าจะได้ขึ้นต้องพลาดโอกาส เพราะตั้งใจทำงานมานาน

นายกฯแจงเอา ขรก.ออกมาสอบสวน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 35/2560 ประกาศรายชื่อตรวจสอบเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันทุจริตครั้งที่ 9 จำนวน 70 คนว่า เป็นเรื่องของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) รวบรวมเสนอมาที่รัฐบาล ขั้นตอนนั้นจำเป็นต้องเอาออกจากตำแหน่งก่อน ไม่ได้ปลดหรือให้ออกจากตำแหน่งเลย เพียงแต่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำงานไม่ได้ ไปสั่งการอะไรไม่ได้ และมีผลไปถึงบางคนที่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการหลายชุด ต้องหยุดหมด เพื่อให้สอบสวนได้ และถ้าเกิดไม่มีอะไรก็คืนตำแหน่งให้ ไม่ได้ตั้งใครไปแทน ซึ่งการสอบสวนจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการเรียบร้อยไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นกรณีซ้ำซ้อนต้องใช้เวลา กรณียังเป็นเพียงการตรวจสอบไม่ได้ดำเนินคดี ถ้าผิดก็ปรับย้ายหรือลงโทษลดบำเหน็จ แต่ถ้าเป็นคดีต้องส่งศาลนำไปสู่การปลดออก

สดชื่นโชว์เต้นบอดี้คอมแบต

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และคณะทำงาน ร่วมเต้นแอโรบิกออกกำลังกายร่วมกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลประจำสัปดาห์ประมาณ 20 นาที จากนั้นเต้นบอดี้คอมแบตอีกประมาณ 10 นาทีก่อนที่จะร่วมถ่ายรูปเซลฟี่ผู้เข้าร่วมออกกำลังกาย ด้วยหน้าตาสดชื่นแจ่มใส

จ่อเปิดผลสอบ 8 ลอต ขรก.ส่อโกง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 26 ก.ค. ตนได้เชิญนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เข้าพบเพื่อให้รายงานผลการดำเนินการกับข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่ถูกคำสั่งหัวหน้า คสช.พักงานก่อนหน้านี้ทั้ง 8 ลอต จำนวน 300 กว่าคนว่าการตรวจสอบแต่ละบุคคลเป็นอย่างไร ใครผิดหรือไม่ผิดบ้าง และหลังจากนี้จะมีการแถลงความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนคำสั่งล่าสุดที่ให้พักงานข้าราชการ 70 คน ยังไม่ได้หารือ เพราะเรื่องเพิ่งเกิดขึ้น

ยุติสอบเรือดำน้ำ-กฎหมาย ป.ป.ช.

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติยุติการพิจารณากรณีที่สมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขอให้วินิจฉัยว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำ เอส-26 ที ระหว่างกองทัพเรือกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23 ประกอบ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ครม.เห็นชอบโดยไม่ได้ขอความเห็นจาก สนช.ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 178 หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ามิได้มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีมติไม่รับคำร้องกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ที่ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่ากระบวนการตรา พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 และ พ.ศ.2550 มีปัญหา ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ยุทธศาสตร์ชาติทำติดตมจมปลัก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาคำพูดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่บอกว่าประเทศที่หลับใหลติดยึดอดีตจะเผชิญความเสี่ยงกับความถดถอยที่ยากจะหลีกเลี่ยง อยากถามว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในภาวะเช่นนี้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นภาวะการเมืองหลังการปฏิวัติที่ไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ รัฐธรรมนูญที่ย้อนยุค โรดแม็ปยังเลื่อนลอยไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่หากรัฐบาลในอนาคตไม่ปฏิบัติตามจะต้องติดคุก เพราะถ้าหากดำเนินยุทธศาสตร์ไปไม่กี่ปีแล้วปรากฏว่าโลกเปลี่ยนแปลงไป จะต้องยึดตามยุทธศาสตร์ 20 ปีอยู่หรือไม่ เท่ากับเป็นการติดยึดอดีตใช่หรือไม่ ไม่อยากให้ประชาชนคิดว่า คสช.ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่คล้ายกับเป็นโปลิตบูโรเหมือนจีนและโซเวียตขึ้นมาเพื่อควบคุมประเทศเป็นโปลิตบูโรที่ดูแลผลประโยชน์ของคนรวยมากกว่าจะช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ที่รายได้น้อย ตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นห่วงว่าคนจนจะทนกันไม่ไหว

“ยิ่งลักษณ์” อวยพรวันเกิด “ทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ก.ค. เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่ 68 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยปีนี้นายทักษิณจัดงานวันเกิดเฉพาะคนใกล้ชิดที่ประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม มีบุคคลในครอบครัว อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.โพสต์ข้อความอวยพรวันเกิดผ่านโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพี่ชาย น้องไม่มีอะไรจะให้ นอกจากขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้พี่ปลอดภัย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และที่สำคัญขอให้พี่ของน้อง มีความสุข เพราะพี่ผ่านเรื่องอะไรต่างๆมามากมาย ขอให้เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ น้องรักพี่ค่ะ” น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมว่า “ขอให้คุณพ่อสุขภาพแข็งแรงและมีกำลังใจที่แข็งแกร่งทุกๆวัน มีพลังบวกที่ล้นหลามแผ่ถึงทุกๆคนรอบข้างแบบนี้ทุกวัน และขอให้อุปสรรคต่างๆมันแพ้ภัยตัวมันเองโดยเร็ววัน รักคุณพ่อมากๆ และภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ ภูมิใจแทนหลานๆที่มีคุณตาเป็นนักสู้ และยังน่ารักใส่ใจในรายละเอียดของพวกเราทุกๆคน”

“อุ๊งอิ๊ง” ขอให้เรื่องร้ายผ่านไปไวๆ

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว นายทักษิณ ยังโพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า “คุณพ่อที่รักของลูก ผ่านมาหลายๆปีที่ลูกได้มาอยู่กับพ่อในวันเกิด ลูกไม่ขออะไรมากขอแค่ให้พ่อมีความสุขทุกๆวัน ตื่นขึ้นมาเจอแต่เรื่องดีๆ สุขภาพแข็งแรง อะไรร้ายๆขอให้รีบๆผ่านไป อย่างที่เคยบอกพ่อไว้ค่ะ พ่อจะมีลูกเสมอ ต่อให้ชีวิตจะขึ้นลงสักอีกกี่รอบ ลูกเข้มแข็งได้เพราะลูกเป็นลูกของพ่อคนนี้ และไม่มีสักวินาทีเลยที่ไม่ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อค่ะ @thaksinlive รักพ่อที่สุดในโลก” ด้านนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง และมีความปลอดภัยในชีวิตร่างกาย มีความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต และถือโอกาสโพสต์เพื่อเป็นกำลังใจให้อดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศ ที่ต้องเผชิญกับมรสุมทางการเมืองอย่างหนัก แต่ความเข้มแข็งและอดทนเสมอมา ภูมิใจครับที่ได้ทำงานเคียงข้างอดีตนายกฯทั้ง 2 ท่าน”