วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปูสวนบิ๊กตู่ บช.แบงก์ ยึด-ถอนไปแล้ว โต้ไม่ใช่ขั้นเตรียมการ

ตร.ผวามือ3ป่วนวันพิพากษา นายกฯขู่-จับเว็บปลุกระดม


“บิ๊กตู่” เตือนย้ำปลุกระดมคนผิด ก.ม.อาญา ละเมิด พ.ร.บ.คอมพ์ ใครถูก ใครผิดเป็นเรื่องศาลพิจารณา สั่ง จนท.อย่าพูดเยอะเรื่องยึดทรัพย์หวั่นโดนข้อครหาจ้องรังแก ชี้ยังไม่ได้ลงมือยึดทรัพย์ “ยิ่งลักษณ์” แค่เตรียมพร้อม “บิ๊กป้อม” สั่งห้ามระดมคนจัดหาพาหนะ ลั่นดูแลความเรียบร้อยวันพิพากษาเอง ตร.เล็งใช้แผนกรกฎ 52 รับหวั่นมือที่ 3 ป่วน “ยิ่งลักษณ์” ส่งทนายแทงเรื่องซ้ำให้ศาลฎีกาฯส่งศาล รธน.ตีความ อ้างไม่สามารถตัดสินเองได้ โต้ “บิ๊กตู่”บอกถูกยึดเงินจากบัญชีไปแล้ว “วิษณุ” ชี้ 25 ส.ค. อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย “ปู” มีสิทธิอุทธรณ์ได้ถ้า ก.ม.ใหม่เสร็จ ป.ป.ช.จ่อเชือดซ้ำ ชี้มูลคดีเงินเยียวยา ก.ย.นี้ นายกฯเคาะชื่อเลขา สมช.แล้ว เสนอเข้า ครม. 1 ส.ค. ย้ำกรณีย้ายข้ามห้วยต้องจำเป็นสุดๆ คนแรงงานก้มหน้าตัดพ้อเสียกำลังใจ ผู้ตรวจการแผ่นดินยุติสอบ เรือดำน้ำ ระบุไม่มีปัญหาขัด รธน.

ยังเป็นประเด็นการเมืองที่หลายฝ่ายติดตามใกล้ชิด สำหรับคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการทำให้รัฐเกิดความเสียหาย 5 แสนล้านบาท ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพิพากษาวันที่ 25 ส.ค. ล่าสุดมีการตอบโต้เรื่องของการอายัดทรัพย์ในคดีความทางแพ่งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์

“บิ๊กตู่” เตือนปลุกระดมผิด ก.ม.

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลจะพิจารณาตัดสินคดีสำคัญทางการเมืองในช่วงเดือน ส.ค.ว่า ทุกคดีมีความสำคัญ มีตั้งหลายคดี ทำไมต้องสำคัญแค่คดีเดียว ยังไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก เป็นเรื่องของศาล ขออย่าไปละเมิดศาลเท่านั้นเอง การเคลื่อนไหวข้างนอกบางทีมันผิดกฎหมาย การปลุกระดมต้องระวัง ถ้าพูดอะไรที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงกระทบต่อความสงบเรียบร้อยกฎหมายมีบัญญัติไว้ตามมาตรา 116 และยังมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พวกที่เขียนอยู่ในเว็บไซต์ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงระวังจะโดนทั้งหมด สิ่งที่อยากประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน คือเรื่องการบังคับ หรือการยึดทรัพย์ต่างๆนั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันตอนนี้เพราะเป็นเพียงขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมข้อมูลไว้ มีการตรวจสอบกัน วันนี้ยังไม่ผิดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสิน เมื่อศาลตัดสินแล้วถึงจะมีการดำเนินการต่างๆได้ ไม่ใช่ว่าจะไปตั้งใจยึดทรัพย์ก่อนเป็นเพียงขั้นตอนการทำงานของข้าราชการ

สั่ง จนท.หยุดพูดหวั่นถูกครหารังแก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนบอกให้กรมบังคับคดีดำเนินการชี้แจงแล้วว่าไม่ใช่เรื่องของการไปยึดทรัพย์อะไร กระทรวงการคลังที่พูดออกมาเพราะได้ทำข้อมูลไปแล้ว ก็ไม่อยากให้พวกสื่อไปซักมาก ได้บอกไปว่าอะไรที่ยังไม่ใช่เวลาก็ยังไม่ต้องพูด มันจะกลายเป็นว่าเราไปรังแกเขา จึงอยากฝากไปถึงพ่อ แม่ พี่ น้องข้างนอกด้วยให้เข้าใจระบบข้าราชการว่าต้องมีการเตรียมการเอาไว้ ทั้งหมดสุดแต่ว่าผลทางคดีจะว่าอย่างไร

ตอนนี้ยังไม่ได้ยึดทรัพย์ใครทั้งนั้น

“ถ้าไม่ผิดก็จบไป ยึดทรัพย์อะไรใครไม่ได้ก็แค่นั้น แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็ต้องดำเนินการต่อให้ได้ ต้องเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้นเอง วันนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่าใครผิดใครถูก เพราะเป็นหน้าที่ของศาล คนส่วนใหญ่สนใจที่ปลายเหตุ หรือปลายทางในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นมันจะหมดไปได้อย่างไร หากจิตใจหรือจิตสำนักยังไม่มี ประเทศก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เคลื่อนไหวกันไปมา” นายกฯกล่าว

“บิ๊กป้อม” ห้ามชวนคนมาให้กำลังใจ “ปู”

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอร้องไม่ให้มวลชนออกมาชุมนุมให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลจะพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ถ้ามวลชนจะมาให้กำลังใจกันเองก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้ห้ามอะไร แต่ความจริงอยู่ที่บ้านก็ให้กำลังใจกันได้ เมื่อถามว่านายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาเชิญชวนประชาชนไปให้กำลังใจจะผิดกฎหมายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดว่าถ้าเป็นเรื่องการเมืองแล้วออกมาเชิญชวนอย่างนี้ทำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ต้องเชิญชวน ถ้าใครอยากมาก็มาเอง เมื่อถามว่าถ้าอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคอีสานจะจัดรถให้มวลชนสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำไม่ได้

ดูแลสถานการณ์เองวันพิพากษา

เมื่อถามว่า ในวันที่ศาลพิพากษาคดีจะจัดพื้นที่รอบศาลเป็นพื้นที่เฉพาะให้มวลชนมาให้กำลังใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้ต้องถามศาลก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในวันนั้น ตนจะดูแลเอง เพราะในพื้นที่จะมีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ทำหน้าที่อยู่แล้ว ศาลสามารถขอความร่วมมือมาได้ว่าจะให้เราช่วยดูแลอย่างไร

ตร.ใช้แผนกรกฎ 52 รปภ.วันปิดคดี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเตรียมมาตรการการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 1 ส.ค.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ได้เตรียมใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมกำชับไปยังทุกพื้นที่ต่างๆเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของแกนนำและมวลชน หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่ บช.ภ.5 เริ่มมีแกนนำบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวจำนวน 1-2 คน ลักษณะเชิญชวนมวลชน โดยเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น พร้อมกำชับให้ บก.ปอท.เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีในการเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชน

หวั่นมือที่สามสร้างสถานการณ์ป่วน

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่สกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าว แต่จะอำนวยความสะดวกในด้านการจราจร และป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย หากพบมีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดคำสั่ง คสช.จะดำเนินคดีทันที ส่วนการเข้าไปพูดคุยกับแกนนำในพื้นที่ เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง สำหรับการดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนของ บช.น.เป็นหลัก แต่หากประเมินแล้วไม่เพียงพอจะพิจารณาขอกำลังในพื้นที่อื่นมาเสริม ยอมรับว่ามีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยก่อนวันที่ 25 ส.ค.จะเรียกประชุมอีกครั้ง

“ยิ่งลักษณ์” จี้อีกยื่นศาล รธน.ตีความ

อีกด้านหนึ่ง นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสน ล้านบาท ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้เพิกถอนคำสั่งและกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ จากกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ยกคำร้องจำเลย ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็น พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 5 ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคหกหรือไม่

ศาลฎีกาฯไม่สามารถวินิจฉัยเอง

โดยคำร้องระบุใจความสำคัญว่า ศาลฎีกาจะใช้ดุลพินิจพิจารณาวินิจฉัยเองว่าคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่โต้แย้งดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์ที่จะยื่น เพื่อให้ศาลส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจกระทำได้ เพราะนอกจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลฎีกาแล้ว ยังมีบทบัญญัติอันมีสภาพบังคับที่ไม่อาจปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้ และศาลรัฐธรรมนูญเพียงศาลเดียวเท่านั้นที่จะมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ศาลอื่นไม่มีอำนาจในการสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณาแต่อย่างใด ศาลที่นั่งพิจารณาจึงไม่ควรเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยเสียเอง เพราะอาจขัดต่อหลักนิติธรรม และการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางในฐานะตุลาการได้

ต้องรักษาสิทธิขอความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ท้ายคำร้องดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้วิงวอนต่อศาลว่า การพิจารณาคดีนี้หากมีคำพิพากษาจะทำให้คดีถึงที่สุด โดยที่ไม่มีโอกาสขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้อีก สิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่คุ้มครองจำเลยไว้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเสียสิทธิไป แม้ว่าการตัดสินใจยื่นคำร้องฉบับนี้จะสร้างความลำบากใจต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างความยุ่งยากและรบกวนจนเป็นภาระต่อองค์คณะของศาลฎีกา แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงต้องการวิงวอนขอความเมตตาและขอความเป็นธรรมในกรณีดังกล่าว

“ปู” โต้ “บิ๊กตู่” บอกถูกถอนเงินไปแล้ว

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ว่า “ไม่ใช่แค่อยู่ขั้นตอนการเตรียมการนะคะ แต่ได้ยึดและถอนเงินในบัญชีดิฉันไปแล้วค่ะ”

ศาลสั่งคลัง–กรมบังคับคดีชี้แจง

นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาบังคับการอายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากกรณีที่กระทรวงการคลังส่งรายการบัญชีธนาคารของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้กรมบังคับคดีทำการอายัดทรัพย์ว่า ก่อนหน้านี้ ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ผู้ฟ้องคดียื่นขอให้ศาลขอคุ้มครองชั่วคราวจากการถูกกระทรวงการคลังผู้ถูกฟ้องคดีส่งบัญชีให้กรมบังคับคดีอายัดเงินฝากในบัญชีธนาคารกรุงเทพ 7 บัญชี โดยไม่ได้แจ้งยอดเงิน ศาลพิจารณาคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้วมีคำสั่งให้กระทรวงการคลังผู้ถูกฟ้องคดี และกรมบังคับคดีชี้แจงรายละเอียดต่อศาลภายใน 15 วัน โดยมีการส่งหมายไปตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา สำหรับประเด็นที่ให้กระทรวงการคลังและกรมบังคับคดีชี้แจงจะเป็นประเด็นถึงเหตุผลที่ไปยึดบัญชีเพิ่มเติมดังกล่าว พร้อมความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องทำการยึดทรัพย์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มา รวมถึงรายละเอียดกระบวนการในการยึดทรัพย์ของกรมบังคับคดี ซึ่งคาดว่าทั้งกระทรวงการคลังและกรมบังคับคดีจะรวบรวมข้อมูลส่งมาภายในช่วง กลางเดือน ส.ค. ตามกำหนด 15 วัน หลังจากได้หมายศาล

“วิษณุ” ชี้ “ปู” อาจอุทธรณ์คำตัดสินได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยื่นอุทธรณ์ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกฟ้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ ตามหลักข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่จะยื่นได้เมื่อใดและอย่างไรนั้น ไม่สามารถระบุได้ต้องรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ก่อน เพราะขณะนี้ไม่มีช่องทางที่จะยื่นได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 50 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฯ สิ้นสุดการบังคับใช้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า หากศาลมีคำพิพากษาก่อนที่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกฎหมายใหม่ แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าจะอะลุ้มอล่วยไว้ในบทเฉพาะกาล

ป.ป.ช.จ่อเชือดซ้ำ “ปู” คดีเงินเยียวยา

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ครม. รวม 34 ราย กรณีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเม