วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอสซีจีลงทุนญวน 1.88 แสนล.

โครงการปิโตรเคมีระดับโลกครบวงจรแห่งแรก

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี เปิดเผยว่า เอสซีจีได้เดินหน้าขยายธุรกิจสู่อาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้อนุมัติการลงทุนใน Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 71% ด้วยมูลค่าการลงทุน 188,000 ล้านบาท ร่วมกับ Vietnam Oil and Gas Group (PetroVietnam) ของประเทศเวียดนาม เพื่อดำเนินโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกที่มีความทันสมัยระดับชั้นนำของโลก และมีความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจ เนื่องจากเชื่อมโยงจากโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นถึงขั้นปลายครบวงจร สามารถใช้วัตถุดิบได้อย่างยืดหยุ่น มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.6 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปีครึ่ง และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2565 เพื่อช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าและตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมในเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปรากฏว่า เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 108,825 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 13,252 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 24% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ ประกอบกับสภาพตลาดชะลอตัว และการแข่งขันโดยรวมในธุรกิจซีเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่รุนแรงมากขึ้น

ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปีนี้ เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 225,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสำหรับงวด 30,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 1 นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการส่งออกครึ่งปีแรก 60,689 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดในประเทศจีนและเอเชียใต้

สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจีในอาเซียน นอกเหนือจากไทย ใน 6 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้จากการขายในอาเซียน 52,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน.