วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำป่าเทือกเขาพนมดงรัก หลากท่วมบ้านเรือน-ถนนจมหลายสาย รถผ่านไม่ได้

น้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรัก ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนสายสำคัญถูกตัดขาด รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง เร่งให้การช่วยเหลือ พร้อมติดตั้งป้ายเตือนเลี่ยงเส้นทาง ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่บริเวณพื้นที่ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 1, เจ้าหน้าที่ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23, เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกันทรลักษ์ เร่งสำรวจ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้น้ำป่าจากแนวเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวเทือกเขากั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย เบื้องต้น จากการสำรวจพบความเสียหาย จำนวน 16 หลังคาเรือน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ต่างเร่งช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยง ออกจากบริเวณดังกล่าวแล้วเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ ถนนสายบ้านภูมิซรอล-บ้านสำโรงเกียรติ ทางหลวงหมายเลข 2335 ช่วงกิโลเมตรที่ 10-11 ช่วงบ้านโดนเอาว์ ต.รุง ถูกน้ำป่ากัดเซาะเป็นโพรงด้านล่าง ล่าสุดเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงกันทรลักษ์ ได้สั่งปิดเส้นทางการจราจรบริเวณดังกล่าวแล้ว เพื่อความปลอดภัย

และ ช่วงกิโลเมตรที่ 18-19 บ้านโคกเจริญ ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ น้ำป่าจากเทือกเขาได้ไหลเอ่อเข้าท่วม รถยนต์ไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านสัญจรไปมาได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดเส้นทางบริเวณดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ด้าน นายบัวกัน พวงมาลัย อายุ 63 ปี ชาวอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ตนเพิ่งจะเคยเห็นน้ำท่วมบริเวณพื้นที่บ้านของตน ซึ่งครั้งนี้หนักมาก โดยน้ำป่าที่ไหลเข้าท่วมในครั้งนี้เป็นมวลน้ำที่ไหลมาจากแนวเทือกเขา

ขณะที่ นายอำนาจ สามารถ หัวหน้าหมวดทางหลวงกันทรลักษ์ แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบของทางหลวงกันทรลักษ์ ช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางในบางจุดเพื่อความปลอดภัย เช่น บริเวณแยกบ้านโดนเอาว์ เนื่องจากถนนเป็นโพรง และบริเวณบ้านโคกเจริญ เนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วม ทำให้รถไม่สามารถผ่านไปมาได้ โดยได้จัดป้ายทางเลี่ยงไว้ตามจุดต่างๆ แล้ว สำหรับสถานการณ์ยังคงต้องติดตามปริมาณฝนที่ตกบนเทือกเขาอย่างใกล้ชิดต่อไป