วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตามยึดรถคู่แฝด 18 คัน แก๊งสวมทะเบียน ลูกค้าซื้อเพราะถูก ไม่สนผิด

ตร.อุดรฯ ตามยึดรถเก๋งหรู สวมทะเบียน 18 คัน ค่า 50 ล้าน หลังบุกจับลูกทัพฟ้า รับผลิตทะเบียนปลอม เผยลูกค้ามีทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ รู้ว่ารถสวมทะเบียน แต่พอใจซื้อไปใช้ เนื่องจากราคาถูก ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่หน้า สภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส. สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวการอายัดรถยนต์เก๋ง และรถปิกอัพ สวมทะเบียน 18 คัน รถจักรยานยนต์ 35 คัน เล่มทะเบียนรถยนต์ปลอม ป้ายเสียภาษีปลอม 

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจ และทหาร บุกค้นบ้านเลขที่ 59/287 หมู่บ้านร่มเย็น ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี จับกุม จ.ท.พศ โภคินอัคร อายุ 28 ปี สังกัด บน.23 อุดรธานี นางกมลชนก โภคินอัคร อายุ 29 ปี สามีภรรยา, น.ส.วรรณภา ดีมั่น อายุ 20 ปี และนายกฤษดา แสงโยธา อายุ 23 ปี

พร้อมของกลาง ป้ายทะเบียนปลอม ขจ 2329 สงขลา ประทับตรา “ขส” มุมขวาล่าง 2 แผ่น จ่าหน้าซองส่งคุณเบญจวรรณ ยูโซ๊ะ ที่ว่าการอำเภอจะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส 96220 แผ่นป้ายทะเบียนปลอม 1 ฒษ 1551 กรุงเทพมหานคร ประทับตรา “ขส” มุมขวาล่าง 2 แผ่น ป้ายทะเบียนปลอม ษก 5122 กรุงเทพมหานคร ประทับตรา “ขส” มุมขวาล่าง 2 แผ่น หนังสือรวบรวมข้อมูลรถยนต์ทั่วประเทศ 2 เล่ม คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ปริ๊นเตอร์ 5 เครื่อง มือถือ 10 เครื่อง แทปเล็ต 1 เครื่อง ซิมการ์ด 8 อัน ใบแสดงการชำระภาษีประจำปี 2560 ปลอมจำนวนมาก แจ้งข้อหา “ใช้หรืออ้างเอกสารทางราชการปลอม” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ตามกฎหมาย 

พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวน จ.ท.พศ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากแหล่งรับจำนำรถยนต์ทั่วประเทศ ให้ปลอมแปลงป้ายทะเบียน คู่มือการจดทะเบียน และใบแสดงการชำระภาษี หรือป้ายวงกลม จะได้ค่าจ้างทำป้ายทะเบียนปลอมคู่ละ 3,000 บาท คู่มือการจดทะเบียน เล่มละ 4,000 บาท ป้ายการเสียภาษีแผ่นละ 1,000 บาท ส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ โดยแหล่งผลิตทะเบียนปลอม จะโหลดข้อมูลประวัติรถยนต์มาจากเว็บไซต์สำนักงานขนส่ง ทำให้รถยนต์ยี่ห้อ สี หมายเลขทะเบียน เหมือนกัน 2 คัน หรือเรียกว่ารถแฝด จะมีคันที่ถูกต้องตามกฎหมาย 1 คัน และรถสวมทะเบียน 1 คัน วิ่งอยู่บนท้องถนน 

พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยต่อว่า ลูกค้าที่มาซื้อรถยนต์จากแหล่งรับจำนำรถ ต่างก็รู้ดีว่าเป็นรถสวมทะเบียน แต่พอใจซื้อไปใช้ เนื่องจากราคาถูก เช่นรถเบนซ์ E 250 CGI ราคาคันละ 6.5-7 แสนบาท รถกระบะ 4 ประตู 4 แสนบาท รถเก๋ง 2-3 แสนบาท ลูกค้าส่วนมากจะเป็นข้าราชการ ครู สาธารณสุข นักธุรกิจ อดีตที่ปรึกษานักการเมือง ถึงไม่สามารถไปต่อทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือที่ตรวจสภาพรถเอกชน เนื่องจากหมายเลขเครื่อง และหมายเลขแชสซีไม่ต้องกับทะเบียน แต่แก๊งรับจำนำรถก็สามารถรับต่อทะเบียนให้ โดยให้ ท.จ.พศ เป็นผู้รับต่อทะเบียนปลอม ซึ่งตำรวจได้ออกติดตามรถสวมทะเบียนจากผู้ซื้อในภาคอีสานได้ 12 คัน รถเบนซ์ 2 คัน ที่กรุงเทพฯ มูลค่า 50 ล้านบาท ซึ่งจะได้ดำเนินคดีกับผู้ซื้อและครอบครองข้อหา “ปลอมแปลงเอกสาร และรับของโจร” 

พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยต่อไปว่า เช้ามืดวันนี้ พ.ต.อ.ภูมวิทย์ เวชกาม ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ทหาร มทบ.24 เข้าตรวจค้นแหล่งรับจำนำรถ เลขที่ 369/1 หมู่ 1 ซอยหนองบัว 3 เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบนายไตรรัตน์ ตั้งดวงดี อายุ 54 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน นำตรวจค้น พบรถยนต์ 4 คัน จักรยานยนต์ 35 คัน จอดอยู่ภายในบ้าน โดยรถทุกคันมีหลักฐานมาแสดง ซึ่งนายไตรรัตน์ให้การว่า ตนเคยไปทำงานต่างประเทศ เมื่อกลับมาบ้าน มีเพื่อนซึ่งเดือดร้อนเรื่องเงิน นำรถยนต์มาจำนำ จึงได้ช่วยเหลือเพื่อนโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ย 

ต่อมาเพื่อนได้แนะนำคนรู้จักที่เดือดร้อนเรื่องเงิน นำรถมาจำนำกับตน ลักษณะปากต่อปาก กิจการจึงขยายขึ้น รถยนต์คันละ 5-8 หมื่นบาท รถจักรยานยนต์ 5,000-25,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน โดยรถทุกคันมีหลักฐานมาแสดง และไม่เคยนำรถไปขายต่อ และให้เจ้าของรถผ่อนส่งจนกว่าจะหมดและรับรถกลับคืนไป แต่ยอมรับว่าทำกิจการไม่มีใบอนุญาตรับจำนำ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” และจะได้นำส่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์คืนเจ้าของ หรือผู้ครอบครองต่อไป