วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ที่แรกและที่เดียว' สารจาก Google ถึงอนาคตของอินเทอร์เน็ตและผู้ใช้งาน

หลายคนคงมีคำถามว่า เมื่อสมาร์ทโฟนมีประสิทธิภาพสูงกว่าแล็ปท็อปราคาถูกตามท้องตลาด สิ่งนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่าพันล้านคนได้อย่างไร ไทยรัฐออนไลน์ เจาะลึกบทความพิเศษที่แรกและที่เดียวเท่านั้น เกี่ยวกับ "อนาคตของอินเทอร์เน็ตขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานในอนาคตกว่าพันล้านคน" จากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google

ไทยรัฐออนไลน์ได้สารนี้มา'ที่แรกและที่เดียว' และด้านล่างนี้คือทั้งหมด

ซันดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google เล่าว่า เป็นเวลาหลายปีที่ Okechukwu Ofili นักเขียนและผู้ประกอบการชาวไนจีเรีย รู้สึกหงุดหงิดกับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิม เนื่องจากว่าที่หนังสือจากนักเขียนท้องถิ่นจะได้รับการตีพิมพ์นั้นใช้เวลานานมาก จนทำให้นักเขียนต้องต่อคิวกันยาวเป็นหางว่าว Ofili จึงได้ออกแบบแอปพลิเคชันมือถือที่มีชื่อว่า Okadabooks ซึ่งช่วยให้นักเขียนแอฟริกันสามารถตีพิมพ์หนังสือของพวกเขาผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

โดย Ofili ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ชาวไนจีเรียเรียกว่าโอคาด้า ซึ่งเป็นตัวช่วยในการเดินทางเพื่อฝ่าการจราจรที่ติดขัดของกรุงลากอส ปัจจุบัน ชาวไนจีเรียสามารถเลือกอ่านหนังสือบนแอปพลิเคชัน Okadabooks ได้มากถึง 10,000 เล่ม ซึ่งบางเล่มมีราคาถูกกว่าค่าบริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วยซ้ำไป

เช่นเดียวกับผู้ก่อตั้งบริษัทหลายๆ คน Ofili พบทางออกใหม่สำหรับปัญหาเดิมๆ โดยใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติสมาร์ทโฟนที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้เขายังแสดงถึงสิ่งใหม่ๆ นั่นคือจิตวิญญาณของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีระดับโลกที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายในท้องถิ่นมากกว่าการรอให้เทคโนโลยีจากภูมิภาคอื่นๆ เข้าถึงพวกเขา Ofili พร้อมด้วยชาวไนจีเรีย ชาวบราซิล ชาวอินโดนีเซีย และชาวอินเดียจำนวนมาก เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้นำเทรนด์ที่กำลังจะสร้างนิยามใหม่ให้กับอินเทอร์เน็ตในภารกิจ “Building for billions” หรือ “การสร้างสรรค์เพื่อผู้คนหลายพันล้านคน”

“Building for billions” หมายถึงการออกแบบเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับทุกคน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบ ผู้คนที่ทำกิจกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟนกำลังใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบใหม่ๆ และมีศักยภาพมากมายสำหรับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการพยายามช่วยแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีที่พวกเขามีอยู่ในมือ อนาคตของอินเทอร์เน็ตจะถูกเขียนขึ้นโดยคนอย่าง Ofili และคนที่เขาสร้างสรรค์ผลงานให้ ส่วนบริษัทเทคโนโลยี เช่น Google ก็ต้องมุ่งเน้นการปรับโฉมแอปพลิเคชัน บริการ และแพลตฟอร์มต่างๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้คนส่วนใหญ่ในโลกนี้

ซันดาร์ ทราบดีว่าเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้มากแค่ไหน เขาเติบโตในประเทศอินเดีย และจำได้ว่าครั้งแรกที่มีโทรศัพท์บ้าน ในช่วงปี 1980s มันเหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่ และนับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น ก็จะเป็นการย้ำเตือนถึงเหตุการณ์ที่สำคัญในแต่ละช่วงชีวิตของเขา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ใช้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย โทรศัพท์มือถือเครื่องแรก และสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในชีวิต เขารู้สึกหลงใหลในกระบวนการทำงานของเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา และมันน่าตื่นเต้นมากเมื่อคิดว่าเทคโนโลยีเพียงชิ้นเดียวสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนคนหนึ่งได้อย่างไรบ้าง

ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 10 ปีก่อน ซันดาร์ ให้ความสนใจกับโครงการ “One Laptop Per Child” เป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแล็ปท็อปราคา 100 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนทั่วโลกมีคอมพิวเตอร์ราคาถูกใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสมาร์ทโฟนมีส่วนสำคัญในการทำให้ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ได้มากขึ้น เฉพาะอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ Google นั้นมีมากกว่า 2 พันล้านเครื่อง ปัจจุบันสมาร์ทโฟนมีราคาถูกลงมาก บางเครื่องราคาไม่ถึง 100 เหรียญสหรัฐฯ แต่สมาร์ทโฟนกลับมีประสิทธิภาพมากกว่าแล็ปท็อปราคาถูก นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลดเพื่อใช้งานเป็นล้านๆ แอปฯ 

อย่างไรก็ตามผู้คนไม่ควรชะล่าใจว่าความนิยมใช้สมาร์ทโฟนของในปัจจุบันจะช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศ (Digital divide) ได้อย่างสมบูรณ์ การผลักดันเรื่องสมาร์ทโฟนราคาประหยัดยังมีหนทางอีกยาวไกล กูเกิลมีศักยภาพมากมายที่จะพัฒนาสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่คุณภาพดี เมื่อเร็วๆ นี้ ทางบริษัทได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่เรียกว่า Android Go ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนที่มีแรมต่ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงแอปพลิเคชันที่รองรับและทำงานได้ดีบนสมาร์ทโฟนที่มีสเปกต่ำ แต่เมื่อนึกถึงผู้คนหลายพันล้านคนที่จะใช้โทรศัพท์เหล่านั้น บริษัทจำเป็นต้องมีการปฏิวัติครั้งที่สองเพื่อแก้ปัญหาที่สำคัญ 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1.ความน่าเชื่อถือของการเชื่อมต่อ 2.ค่าใช้จ่ายด้านข้อมูล และ 3.เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

2 ใน 3 ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไนจีเรีย ยังใช้การเชื่อมต่อแบบ 2G อยู่ ซึ่งทำให้เข้าเว็บไซต์ได้ยาก ส่วนการดูวิดีโอนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง (ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับผู้ที่เผยแพร่ข่าวสารบนเว็บไซต์เช่นกัน เนื่องจากพบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะออกจากเว็บไซต์นั้นทันที ถ้าไม่สามารถโหลดหน้าเว็บได้ภายใน 3 วินาที) บ้างครั้งการเข้าถึงข้อมูลก็จำกัด ค่าใช้จ่ายด้านดาต้าโดยเฉลี่ยในแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราสูงกว่าอินเดียถึงสองเท่า และสูงกว่าอินโดนีเซีย 50% และถึงแม้จะมีการเชื่อมต่อที่ดีกว่า ก็อาจไม่มีข้อมูลที่ผู้ใช้งานต้องการ แม้ว่าภาษาฮินดีจะเป็นหนึ่งในภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก ประมาณ 370 ล้านคน แต่ภาษาฮินดีกลับไม่อยู่ในกลุ่ม 30 ภาษาที่นิยมใช้มากที่สุดบนอินเทอร์เน็ต

ที่ Google มีทีมงาน Next Billion Users ซึ่งออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับความยุ่งยากในการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ และคิดค้นโซลูชั่นใหม่ๆ พวกเขาได้สร้างโปรแกรมต่างๆ มากมาย เช่น Google Station ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้บริการหลายล้านคนที่สถานีรถไฟกว่า 100 สถานีในอินเดีย สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพสูง ในขณะเดียวกันเราได้ปรับแต่งแอปพลิเคชัน Search, Chrome, YouTube และ Maps ให้สามารถใช้งานได้ในภาวะที่มีการเชื่อมต่อที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่สม่ำเสมอ โดยลดการใช้ข้อมูลหรือทำให้เนื้อหาถูกนำมาใช้งานแบบออฟไลน์เพื่อใช้ในภายหลัง นอกจากนี้เรายังทำให้หลายๆ ภาษาสามารถใช้ได้บนสมาร์ทโฟนผ่านทางฟอนต์แบบโอเพนซอร์ส คีย์บอร์ดต่างๆ รวมทั้งการเขียนและเสียงพูด ผู้ใช้งานไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ หรือเรียนรู้ที่จะพิมพ์ แค่ใช้อินเทอร์เน็ต และเรากำลังนำร่องแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใหม่ เช่น แอปพลิเคชัน YouTube Go ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานแบบออฟไลน์ในช่วงที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อนหรือไม่มีการเชื่อมต่อเลย


แต่ความพยายามจากบริษัทเดียวยังไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราสามารถทำได้คือ การเพิ่มขีดความสามารถให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และบริษัทอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่กูเกิลได้พยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับผู้ใช้งานหลายพันล้านคน เราได้ข้อคิด 3 เรื่อง ซึ่งเราหวังว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกลุ่มใหม่กว่าพันล้านคนได้เร็วกว่านี้ สิ่งที่เราเรียนรู้ 3 เรื่องนั้นคือ

ลดขนาดแอปฯ - 1 ใน 3 ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกมีพื้นที่เก็บข้อมูลน้อยกว่า 1 GB ดังนั้นแอปฯ จึงต้องมีขนาดเล็ก Ola Cabs ผู้ให้บริการแอปฯ แท็กซี่ในอินเดียแก้ไขปัญหาแอปพลิเคชันที่มีขนาดใหญ่ โดยการสร้าง Progressual Web App (PWA) ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีขนาดเล็กที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแอปฯ โดย PWA ของ Ola Cabs มีขนาดเพียง 0.5 MB เท่านั้น และใช้ดาต้าตอนโหลดครั้งแรกเพียง 50 KB เท่านั้น ส่วนครั้งต่อไปก็จะเหลือเพียง 10 KB ทำให้มีผู้ใช้บริการแท็กซี่ผ่านแอปฯ Ola Cabs มากขึ้น

เพิ่มความเร็ว - ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตระบบ 2G อาจใช้เวลาถึง 25 วินาทีในการโหลดเว็บๆ หนึ่ง และใช้ดาต้ามากถึง 1 MB (ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง) ในปี 2015 เราได้เพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ประสบปัญหาการเชื่อมต่อช้าในอินโดนีเซีย อินเดีย และบราซิล ทำให้พวกเขาโหลดเว็บได้เร็วขึ้นสี่เท่า และใช้ดาต้าในการโหลดข้อมูลน้อยลง 80% ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ แต่ยังช่วยให้เว็บต่างๆ มีอัตราการเข้าชมเพิ่มขึ้น 50% อีกด้วย

ครอบคลุมหลากหลายภาษา - เราพบว่าผู้คนในอินเดียจะสลับการใช้ภาษา ระหว่างภาษาฮินดีและภาษาอังกฤษ เพื่อหาภาษาที่ให้ข้อมูลที่ดีที่สุด เราจึงได้พัฒนาฟีเจอร์ที่เรียกว่า "tabbed search" ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนภาษาของผลการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว โดยฟีเจอร์นี้ทำให้มีผู้ค้นหาข้อมูลบน Google เพิ่มขึ้น 50%

แนวคิดเหล่านี้อาจดูเหมือนง่าย แต่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่ง หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ Google

ซันดาร์ เล่าปิดท้ายว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 2.8 พันล้านคนทั่วโลก และจะเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยล้านคนภายในสิ้นปีนี้ อินเทอร์เน็ตกำลังกลายเป็นสิ่งสากลอย่างแท้จริง และเราเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทวีปแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถโชว์ความสามารถและความเป็นผู้ประกอบการของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ เราต้องฝึกอบรมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศเหล่านี้ เนื่องจากเป็นผู้ที่เข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้ในท้องถิ่นมากที่สุด และสามารถสร้างแอปฯ ที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา และนี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนทั่วโลก Ofili เป็นผู้นำทางนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนอื่นๆ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้คนนับพันล้าน การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอนาคตอีกกว่าพันล้านคน ไม่ใช่แค่การขยายเทคโนโลยีที่คุ้นเคยไปยังสถานที่ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ สำหรับอนาคตด้วยเช่นกัน.