วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระราชนิพนธ์บทกลอน ในหลวง ร.10 จากความรัก และของขวัญล้ำค่า

เนื่องด้วย วันที่ 28 กรกฎาคม นับเป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจวนจบวันนี้ 28 กรกฎาคม 2560 ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงมีพระราชจริยวัตรอย่างงดงามตามอย่างพระราชบิดาและพระราชมารดา นอกจากนี้ยังมีพระปรีชาสามารถหลายด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นคืองานพระราชนิพนธ์บทกลอน เมื่อสมัยยังทรงพระเยาว์

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวม พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสต่างๆ ที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น

พระราชนิพนธ์กราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงเข้าศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย เดือนพฤษภาคม 2515

"...เมื่อสิบสองมกราหนึ่งห้าลูกคราคลาด        ต้องนิราศจากไปไกลหนักหนา
จำใจจากแม่พ่อคลอน้ำตา                         นึกขึ้นมาคราใดใจอาวรณ์
   ลูกจากไปครานี้มีจิตมั่น                         จะขยันและทำตามคำพร่ำสอน
ถึงลำบากอย่างไรไม่อุทธรณ์                       สู้ทุกตอนตามประสงค์จำนงใจ

   ห้าอาทิตย์เข้าเรียนใหม่ไร้ญาติมิตร            ทรมานจิตทรมานกายไม่แจ่มใส
ตื่นตีห้าฝึกหนักงานมากมาย                       ความสบายไม่เคยพบสบอารมณ์
   จะไปไหนพ้นชายคาจะต้องวิ่ง                   ห้ามยืนพิงห้ามนั่งเหม่อเจอขื่นขม
โดนทำโทษล้างส้วมด่าตรอมตรม                 แสนระทมค่ำเช้าเศร้าอุรา

   ออกกำลังอย่างทหารเป็นงานใหม่              วิ่งสิบไมล์ปีนเขาลงหน้าผา
แบกเครื่องหลังข้ามน้ำตามเวลา                   หากทำช้าเกินกำหนดปลดออกไป
   ฝึกอาวุธแถวชิดผิดเสมอ                        มัวแต่เผลอฟังคำสั่งว่าไฉน
เขาสั่งเร็วเสียงเพี้ยนไม่เข้าใจ                      เขาสั่งไปเรายืนเฉยเชยเหลือเกิน

   ตรวจเครื่องแบบร่างกายในตอนเช้า           ดูผมยาวเสื้อผ้าดูท่าเขิน
สุขภาพความสง่าเวลาเดิน                         มัวแต่เพลินถูกตัดแต้มแถม พี.ที.
   รบในป่าใช้อาวุธสุดลำบาก                    นอนแช่ปลักมุดหนามเมื่อยามหนี
มีข้าศึกคอยติดตามทุกนาที                       ข้าวไม่มีติดท้องสองสามวัน

   เขาช่างสรรความลำบากให้ยากยิ่ง            ให้ทำจริงยิงแทงแข็งขยัน
สอนต่อสู้หลบหลีกอย่างฉับพลัน                  สอนครอบครันเหลี่ยมชายไว้รับมือ
   เขาถือว่าจะเป็นนายต้องแข็งแกร่ง             ต้องแสดงอานุภาพน่าเชื่อถือ
เสียสละมีความรู้คู่ฝีมือ                            รักเกียรติชื่อวงศ์วานบ้านเมืองตน

   วันอากาศแจ่มใสใจลูกสู้                       วันฝนพรูหิมะแฉะแย่สับสน
มันหนาวเหน็บน่าเบื่อเหลือจะทน                 ทุกข์ระคนใจเศร้าเคล้าน้ำตา
   หวังสี่ปีข้างหน้าถ้าโชคช่วย                    อาจอำนวยให้สำเร็จการศึกษา
คงได้รับยศศักดิ์ปริญญา                          ดังเจตนาแม่พ่อผู้รอคอยฯ"

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชนิพนธ์คำกลอน เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม 2515

“…ขอน้อมกราบพระบาทบูชาพ่อ                  พ่อเพียรก่อชายมาจนกล้าแข็ง
พ่อรักชายห่วงชายไม่แสดง                        พ่อคอยแจ้งทิศทางให้สร้างคน
   ช่วงชีวิตที่ผ่านมาจนบัดนี้                       เข้าใจดีชายผิดพลาดดื้อสับสน
เคยสร้างความยุ่งยากให้กังวล                    พ่อสู้ทนให้อภัยแก้ไขมา

   วันเวลาผ่านไปให้สำนึก                        ในส่วนลึกของพ่อที่ปรารถนา
ยากจะหาพ่อใครในโลกา                         ที่เมตตารักลูกอย่างถูกทาง
   จะอดกลั้นขันติมีมานะ                          เสียสละยุติธรรมทำทุกอย่าง
จะซื่อสัตย์จริงใจไม่อำพราง                       เดินสายกลางข่มใจให้นิ่มนวล

   บรรดาข้าฯ บริวารจะสานไว้                   แม้ยากไร้อุ้มชูสุดสงวน
จะเผื่อแผ่เมตตาเท่าที่ควร                         เป็นขบวนแน่นมัดพัฒนา
   การศึกษาของชายในปีนี้                       ก้าวหน้าดีผ่านได้ไร้ปัญหา
ขอถวายทูลหม่อมพ่อที่รอมา                      โล่งอุราวันเฉลิมฯ เพิ่มสูขเอยฯ”

พระราชนิพนธ์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2515

“...วันเฉลิมสมเด็จแม่ได้แต่คิด                   ขอน้อมจิตรำลึกถึงคนึงหา
พระคุณแม่มากล้นเหลือคณา                      ลูกเกิดมาโชคดีมีแม่งาม
   ไปเมืองไหนถูกถามถึงนามแม่                 ว่างามแท้ราชินีแห่งสยาม
ควีนสิริกิติ์จำขึ้นใจในพระนาม                   ชมว่างามเพริศพริ้งยอดหญิงไทย

   แม่รักชายห่วงชายชายก็รู้                     ชายจะสู้สุดชีวาอย่าสงสัย
จะทำตัวให้สมแม่วางใจ                          จะรักไทยกู้ศักดิ์ศรีจักรีวงศ์
   จะรักหญิงที่เขาเข้าใจแม่                      จะแน่วแน่พุทธศาสน์ถึงพระสงฆ์
การสวดมนต์ไหว้พระจะดำรง                    จะมั่นคงรักชาวไทยไม่เสื่อมคลาย

   ขอถวายสมเด็จแม่เพียงเท่านี้                   จงโชคดีมีสุขทุกข์จากหาย
อย่าคิดมากทำพระทัยให้สบาย               เรื่องลูกชายแม่อย่าเศร้าเขารักดี
   ชายขอกราบลงที่ตักพร้อมรักแท้            ชายรักแม่สุดหัวใจชายไม่หนี
ชายจะเป็นกำลังใจป้องไพรี                มอบชีวีและเลือดเนื้อเพื่อแม่เอยฯ”

เมื่อครั้งที่ทรงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงซื้อที่ดินกว่า 17 ไร่จากราษฎร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดไชยวัฒนาราม เพื่อสร้างพระตำหนัก “สิริยาลัย” พระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2535 ในหลวง รัชกาลที่ 10 ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตสร้างพระตำหนักถวายเนื่องในโอกาสเดียวกันด้วย พระตำหนักแห่งนี้จึงเป็นเสมือน “ของขวัญ” ล้ำค่า ดังพระราชนิพนธ์ที่ ในหลวง รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯให้จารึกบนแผ่นเงินประดิษฐานไว้ที่ฝาผนังพระตำหนักว่า

“...พระตำหนักแห่งนี้มีความหมาย       พ่อกับชายสร้างถวายให้กับแม่

วิมานทองแห่งนี้คือดวงแด        ลูกกับแม่ผูกพันนิรันดร


   อานุภาพแห่งความรักสลักจิต       เนรมิตเรือนไทยอนุสรณ์

ครบหกสิบพรรษาพระมารดร       ประชากรแซ่ซ้องพระบารมี

   
ขอบูชาจารึกด้วยชีวิต       ชายอุทิศกายใจไว้ที่นี่

เพื่อถวายความจงรักและภักดี      อีกหมื่นปีไม่มีคลายจากชายเอย”

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา ขอน้อมเกล้าฯถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเกษมสำราญ และทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์