บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถ้าปฏิรูป “ครู” สำเร็จ ปฏิรูปการศึกษาก็สำเร็จ

โดย ซูม

เมื่อพูดถึงปัญหาของครูไทย ปัญหาใหญ่ปัญหาแรกที่เราได้ยินอยู่เสมอ ก็คือปัญหาครูมีหนี้สินล้นพ้นตัว ต้องไปหาเงินใช้หนี้จนแทบไม่มีเวลาสอนเด็กๆ

กับอีกปัญหาหนึ่งที่เราได้ยินมากขึ้นในช่วงหลังๆ ได้แก่ ปัญหาครูรุ่นใหม่ขาดจิตวิญญาณในการสอน ไม่ทุ่มเท ไม่เอาจริงเอาจัง

มาจนถึงปี 2555 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสนพระทัยในด้านการศึกษาของชาติ ไม่แพ้การพัฒนาด้านอื่นๆ ได้มีพระราชหัตถเลขา ถึงองคมนตรี สะท้อนถึงปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งของครูไทย

“ปัญหาปัจจุบันคือ ครูมุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์ เขียนตำราส่งผู้บริหาร เพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น แล้วบางทีก็ย้ายไปที่ใหม่ ส่วนครูที่มุ่งการสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน”

“ระบบไม่ยุติธรรม เราต้องเปลี่ยนระเบียบตรงจุดนี้ การสอนหนังสือต้องถือว่าเป็นความดีความชอบ หากคนใดสอนดี ซึ่งส่วนมากคือมีคุณภาพและปริมาณ ต้องมี reward”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวในระหว่างแสดงปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมสัมมนาคณะผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า

“ผมขนลุกทุกครั้ง เมื่อพูดถึงพระราชหัตถเลขาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาของเรา”

“เมื่อผมมารับตำแหน่ง จึงหยิบเรื่องนี้มาดูอย่างละเอียด และเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 นี้เอง ได้มีการประกาศใช้หลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะรูปแบบใหม่เป็นที่เรียบร้อย”

ระเบียบการประเมินใหม่จะวัดจาก 2 ประเด็นหลัก คือ ปริมาณ และ คุณภาพ จากการสอนนักเรียนในห้องเรียนนั่นเอง

ใน ด้านปริมาณ จะพิจารณาจากชั่วโมงการสอน ความยุ่งยากในการจัดการเรียนการสอน เช่น สอนเกินชั่วโมงที่กำหนด สอนหลายชั่วโมงเรียน สอนในห้องที่มีนักเรียนมาก ฯลฯ

ส่วนทางด้าน คุณภาพ ซึ่งหมายถึง การเพิ่มความรู้ ความสามารถของครูผู้สอนให้มากขึ้น ก็จะมีการเปิดโอกาสให้ครูพัฒนาคุณภาพตนเอง โดยเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรต่างๆที่จะกำหนดขึ้น

ท่านเล่าว่า ได้มีการจัดตั้ง สถาบันคุรุพัฒนา ขึ้นมาใหม่ เพื่อทำหน้าที่ดูแลโครงการฝึกอบรมต่างๆ สำหรับครูและรับรองไปแล้วกว่า 1,500 หลักสูตร ให้ครูเลือกเข้ารับการอบรมตามความเหมาะสม

มีการนำเงินเหลือจ่ายมาเป็นโควตาหรือคูปองการอบรมสำหรับครูคนละ 1 หมื่นบาทต่อคนต่อปี

ล่าสุด มีครูมาลงทะเบียนขอเข้ารับการอบรมกว่า 270,000 คน ซึ่งในการอบรมจะเป็นเสาร์ อาทิตย์ หรือนอกเวลาเรียนเพื่อไม่รบกวนเวลาของเด็ก

ผมคงไม่สามารถสรุปประเด็นได้ทั้งหมด เพราะหลายๆเรื่องหลายหลักสูตร และหลายวิธีการเป็นเรื่องที่คนนอกวงการศึกษาอย่างผมไม่คุ้นเคยนัก นำมาขยายความต่อเกรงว่าจะผิดไปจากข้อเท็จจริงเสียเปล่าๆ

แต่จากที่ได้ฟังก็พอจะเข้าใจว่าได้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไปแล้ว...เรื่องที่ครูหนีการสอนไปเขียนวิทยานิพนธ์ เพื่อเลื่อนวิทยฐานะที่เป็นปัญหาหมักหมมมาเป็นเวลานานมากในระดับการศึกษาไทย

โดยจะใช้วิธีประเมินแบบใหม่ ดูจากชั่วโมงการสอน และคุณภาพในการสอน ซึ่งจะมีวิธีการช่วยเพิ่มคุณภาพอย่างมากมายหลายหลักสูตร

ผมขอเอาใจช่วยให้วิธีการใหม่ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านปัจจุบันริเริ่มขึ้น จงเป็นผลสำเร็จด้วยเถิด

ขณะเดียวกันก็ขอส่งกำลังใจมาที่คุณครูทุกๆท่านทั่วประเทศ ที่ผมยังเคารพนับถือและฝากความหวังไว้กับท่านทั้งหลาย

ผมเข้าใจดีว่า การทำงานทุกอาชีพต้องการขวัญและกำลังใจ ต้องการ reward หรือรางวัลตอบแทนอันสมควรแก่งานที่ได้กระทำ

แต่สำหรับอาชีพครูเป็นอาชีพที่พิเศษกว่าอาชีพอื่น ผลตอบแทนอย่างที่คนอื่นๆเขาอยากได้ เช่น เงินทอง ยศถาบรรดาศักดิ์ แม้จะสำคัญ แต่ก็อาจไม่สำคัญเท่าผลตอบแทนที่ได้รับจากหัวใจของพ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก และจากตัวเด็กที่เป็นลูกศิษย์ของท่านเอง

นั่นก็คือความเคารพ ความบูชา ความศรัทธา และยกย่อง พร้อมที่จะกราบไหว้ท่านทั้งหลายอย่างจริงใจ ในฐานะครูของแผ่นดิน

ขอฝากคุณครูทุกๆท่านไว้ด้วยนะครับ.

“ซูม”