บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คัมภีร์ มหาสม

ผมพยายามนึก เด็กวัดรุ่นกึ่งพุทธกาล คนหนึ่งก้าวหน้าเป็นนายกฯ ที่ไม่เคยมีข่าวคอร์รัปชั่นอย่าง คุณชวน หลีกภัย หิ้วปิ่นโตตามหลังพระบิณฑบาต เวลาพระขึ้นธรรมาสน์เทศน์ ก็คงไม่ค่อยได้ฟังนัก

จะซึมซับคำสอนจากพระได้สักแค่ไหน

นึกได้หลายวัดสมัยนั้น มีโบสถ์ในศาลามีภาพพระพุทธประวัติ ภาพชุดพระเจ้าสิบชาติ หรือไม่ก็ชุดพระเวสสันดร...ติดเรียงรายให้ดู

นรกที่เห็นจากภาพน่าสยดสยองคนเป็นชู้ปีนต้นงิ้วหนามแหลม... เทวทัตสำนึกบาปถูกธรณีสูบ...ติดตา ขณะที่สวรรค์นั้นร่มรื่นสวยงาม เห็นแล้วก็อยากไปให้ถึง

ภาพเหล่านั้น...ล้วนเป็นภาพของ ส.ธรรมภักดีที่มีโฆษณาทางวิทยุว่าสำนักงานอยู่ถนนข้าวสาร

หนังสือพ่อค้าไทย ยุค 2480 เล่ม 2 (สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2557) เอนก นาวิกมูล เล่าเรื่อง ส.ธรรมภักดีว่า นายสม เริ่มด้วยทุนสิบสลึง พิมพ์หนังสือพุทธศาสนา เล่มละ 50 สตางค์จำหน่ายในบ้านหลังเล็กๆข้างวัดราชนัดดา

7 ปีกิจการรุ่งเรือง ย้ายไปอยู่ถนนตะนาว ช่วงนี้จึงเปลี่ยนจากการใช้เทียนไขมาใช้ตะเกียงหลอด

ย้ายสำนักงานมาถนนข้าวสาร กิจการใหญ่โตมากมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งประเทศ สินค้ามีทั้งหนังสือพุทธประวัติยังมีตู้พระไตรปิฎก หนังสือพระไตรปิฎกทั้งแบบพิมพ์บนใบลาน และบนกระดาษ

การพิมพ์คัมภีร์เทศน์แทนการจารใบลานแบบโบราณ ถือเป็นความเปลี่ยนแปลง...ครั้งสำคัญ

ประวัติของนายสมมีหลายคนเขียน “เป็นชาวนาบางกระบือเหนือ” ต.บางพุดทรา จ.สิงห์บุรี เกิดปี 2451 วัยเรียนพ่อแม่ส่งไปเรียนที่วัด แต่หนีกลับบ้าน พ่อแม่ส่งตัวมาอยู่กับหลวงอาที่วัดขวิด (สามเสน) หลังวังศุโขทัย กรุงเทพฯ

วนเวียนเรียนหลายวัด แต่ยังอ่านหนังสือไม่ออกกลับบ้านเกิด หนีไปอยู่วัดคุ้งท่าเลา ลพบุรี เจออาจารย์ดีใช้ไม้เรียวเคี่ยวเข็ญจนรียนจบ ป.2 ย้ายหลายโรงเรียน จบ ป.3 กลับไปบ้านเกิด

ได้แรงใจจากพี่ชายตั้งใจเรียนเอาดีทางพระ บวชเป็นมหาเปรียญห้า และนักธรรมชั้นเอกปี 2478 อายุ 27 ปี สึกออกมาดิ้นรนคิดพิมพ์หนังสือคู่มือพระธรรมกถึกชุดหนึ่ง 7 เล่มขาย แต่ไม่มีทุน

ไปตามวัดขอชื่อพระเณรสั่งจองได้มา 300 ชื่อ เอามาเสนอให้โรงพิมพ์อักษรโสภณ รับพิมพ์ เก็บเงินจากพระเณรได้ ก็จ่ายโรงพิมพ์ ได้รับคำแนะนำให้พิมพ์ขาย 72 จังหวัดทั่วประเทศใช้ชื่อ คลังตำราสยามบรรณาการ...

อยู่ไม่นานก็เปลี่ยนมาเป็น ส.ธรรมภักดี สำนักงานใหญ่ อยู่ในตึกแถว 13 คูหา ถนนข้าวสาร

ชุดภาพพุทธประวัติ พระเจ้าสิบชาติ พระเวสสันดร พระเทวาภินิมมิต (ฉาย เทียมศิลป์ไชย) วาดแพร่หลายอยู่ในวัดทั่วประเทศ นี่คือการปลูกฝังคำสั่งสอนพุทธศาสนาในมิติใหม่ ฝังใจชาวบ้าน มากกว่าฟังจากพระเทศน์

เอนก นาวิกมูล ออกตัวหาเรื่องมหาสมจากหนังสือเก่าได้แค่ปี 2490

เณรวัดดาวดึงส์ ปี 2501–2 ขอเติมให้นิด ส.ธรรมภักดี ใส่บาตรทุกเช้าเคยข้ามฟากไปบิณฑบาตรหน้าสำนักงานถนนข้าวสาร แถวพระยาวหน้าขันข้าวใบใหญ่ได้ข้าวสารมาทัพพีหนึ่ง

มีเรื่องเล่าชาววัด พระบวชใหม่คว้าคัมภีร์ขึ้นอ่าน...ถึงตอนจบ “เอวังกิ่ม แม่อิ่มสร้าง ส.ธรรมภักดี พิมพ์จำหน่าย มหาปุ้ย แสงฉาย รจนา”

จบเทศนา...ธรรมเนียมพระท่านใช้ว่า เอวังก็มี...แต่คัมภีร์เทศน์รุ่นนั้นขายดีพิมพ์มาก จนคำ...ก็มี เลือน...พระอ่านเป็น “กิ่ม” ตามด้วย แม่อิ่มสร้างคล้องจองกันไป

คนรุ่นหลังได้ฟังชื่อ ส.ธรรมภักดี อีกครั้งเป็นอนุสรณ์

ผมเชื่อว่าเด็กรุ่นนั้น กลัวบาปกลัวกรรม...ไม่กล้าทำชั่ว...ก็เพราะกลัวตกนรก จากการดูภาพของมหาสม น่าเสียดายเด็กรุ่นใหม่คงได้ดูภาพ นรก สวรรค์กันบ้างแต่ก็คงน้อยเต็มที

เติบโตเป็นนักการเมือง ก็มีเรื่องคอร์รัปชัน รับราชการใกล้กับพุทธศาสนา แทนที่จะทำหน้าที่เป็นการทำบุญเกื้อกูลวัดวา อนิจจัง อนิจจาเอ๋ย...หากินกับเงินทอนจากพระเฉยเลย.

กิเลน ประลองเชิง