วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์ ดูท่าไม่น่ารอด (1)

กรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกลายเป็นเรื่องใหญ่และอาจนำไปสู่การถอดถอนทรัมป์ออกจากการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯได้

จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ยอมรับแล้วนะครับว่า ได้เข้าไปในสถานที่ที่มีการพบปะกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ (ลูกชายทรัมป์) พอล มานาฟอร์ต (ทีมหาเสียงของทรัมป์) และนาตาเลีย เวเซลนิตสกายา (ทนายความชาวรัสเซีย) แต่คุชเนอร์ยังยืนยันว่า ไม่ได้คุยกัน ถึงการหาเสียง ไม่ได้สมคบคิดหรือทราบว่ามีคนอื่นในทีมหาเสียงสมคบคิดกับรัฐบาลต่างชาติ ไม่ได้มีการติดต่อกับรัสเซียอย่างไม่เหมาะสม ไม่ได้พึ่งเงินทุนรัสเซียในการทำธุรกิจเอกชน

ไม่ว่าทรัมป์และพวกจะปฏิเสธยังไง ประชาคมข่าวกรองของสหรัฐฯ ก็เชื่อว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งและทำให้ทรัมป์ชนะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์ออกมาปฏิเสธย้ำแล้วย้ำอีกและบอกว่าเรื่องนี้เป็นการเมือง

หนึ่งในผู้ที่รู้ความจริงในเรื่องนี้ดีที่สุดคือนายเซร์เก คิสลียัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ เพราะตอนเลือกตั้ง ทูตได้พบกับคุชเนอร์ และเจฟ เซสชันส์ ซึ่งตอนนี้เป็นรัฐมนตรียุติธรรม พอกระแสข่าวออกมาในลักษณะที่ว่าจะสามารถเอาผิดทรัมป์ได้แรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปูตินก็สั่งให้ทูตคิสลียัคกลับรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า แกทำหน้าที่เป็น ทูตนานจนครบวาระแล้ว

ทรัมป์ดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อให้ตนพ้นข้อหาสมคบกับต่างชาติช่วยเลือกตั้ง ถึงขนาดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน แกปลดนายเจมส์ โคมีย์ ผอ.เอฟบีไอ

ผู้อ่านท่านครับ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมตึกเวิลด์เทรด 11 กันยายน 2544 เพียง 1 สัปดาห์ อดีตประธานาธิบดีบุชตั้งนายมุลเลอร์เป็น ผอ.เอฟบีไอ โดยมีนายโคมีย์เป็นรองฯ ในยุคที่มุลเลอร์กับโคมีย์ เป็นใหญ่ เอฟบีไอเป็นหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายที่มีประสิทธิภาพมาก

สมัยนั้น บุชต้องการสร้างโปรแกรมสอดแนมภายในประเทศอย่างลับๆ และอย่างผิดกฎหมาย ทั้งสองคนไปขอพบบุชเพื่อคัดค้านโครงการนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่กลัวถูกบุชปลด จนบุชต้องปรับแผน

ความกล้าปกป้องหลักนิติธรรมทำให้ประชาชนคนอเมริกันยกย่องมุลเลอร์กับโคมีย์มาก แม้แต่คนของพรรคเด็มโมแครตและรีพับลิกันที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมามีอำนาจ ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับมุลเลอร์กับโคมีย์

จะมีก็เพียงทรัมป์นี่แหละครับ ที่ไปปลดโคมีย์ซึ่งล่าสุดเป็น ผอ.เอฟบีไอ ปลดเสร็จ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯซึ่งมีเซสชันส์ผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมากับทรัมป์ในช่วงหาเสียงเป็นรัฐมนตรี ก็ตั้งนายมุลเลอร์เป็นอัยการพิเศษผู้มีอำนาจเต็มเข้ามาสืบคดีนี้โดยตรง

ผมว่าเซสชันส์ทำไปเพื่อเอาตัวเองรอด เพราะสื่อใหญ่อย่างหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ออกมาบอกกับสังคมว่า ขณะที่กำลังหาเสียง นายเซสชันส์นี่แหละ เป็นคนไปพบเอกอัครราชทูตรัสเซียถึง 2 รอบ

เมื่อสื่อมีหลักฐานชัดเจน รัฐมนตรีเซสชันส์ก็ออกมาประกาศว่า อ้า ต่อไปนี้ ข้าพเจ้าจะไม่ขอเกี่ยวดองหนองยุ่งกับกระบวนการสอบสวนเรื่องรัสเซีย จากนั้น เซสชันส์ก็ปล่อยให้นายมุลเลอร์ขย้ำทรัมป์ตามสบาย

บรรดาคนที่จะฆ่าทรัมป์ให้ตายกลายเป็นผีได้ ผมว่ามุลเลอร์นี่แหละครับ เป็นคนที่มีศักยภาพมากที่สุด แกเคยเป็นนาวิกโยธินที่ได้รับบาดเจ็บในสงครามเวียดนาม เคยฟ้องร้องคดีโหดมามากมายหลายคดี อย่างคดีอดีตประธานาธิบดีปานามา นายมานูเอล นอริเอกา หรือคดีเจ้าพ่อมาเฟียใหญ่อย่างนายจอห์น กอตตี

พอได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจเต็มและมีอิสระในการสืบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง มุลเลอร์ก็ไปตามยอดฝีมือของประเทศสิบกว่าคนมาเป็นทีมงาน มีทั้งคนที่เก่งสุดด้านการกล่อมพยานให้เล่นงานเจ้าพ่อมาเฟีย คนเก่งเรื่องการฟอกเงิน เคยเอาเศรษฐีเข้าคุกมามากมายหลายหลาก คนที่มีประสบการณ์ในการว่าคดีในศาลสูง ฯลฯ

ตอนนี้ อภิพญามหายอดฝีมือทั้งหลายกำลังสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพื่อเอามาวินิจฉัยว่า ทรัมป์และสมาชิกในครอบครัวทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทีมหาเสียงของทรัมป์ เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งหรือเปล่า

ตอนนี้ มีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาแล้วว่า ทรัมป์และพวกลำบาก

ลำบากอย่างไร พรุ่งนี้ขอกลับมารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com