บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนม็อบห้ามใจ ‘บิ๊กตู่’ฮึ่ม! โทษหนัก-ติดคุก

จะเกณฑ์มาต่อต้านศาลไม่ได้ ‘ปู’โวยอายัดบัญชีชี้นำคดีข้าว ครม.เด้ง2ปลัด-ตั้งข้ามห้วย2 “ประยุทธ์” เตือนชาวบ้านอย่าหลงลมติดคุกก่อนแกนนำ ย้ำกองเชียร์ “ปู” ต่อต้านศาลผิด ก.ม. “ประวิตร” ปรามให้กำลังใจ “ปู” ที่ไหนก็ได้ โฆษก กอ.รมน.ขู่จัดตั้งม็อบฝืน พ.ร.บ.ชุมนุม-ขัดคำสั่ง คสช. “วัฒนา” สับสมุนเผด็จการป้ายสีจ้างกองเชียร์ ยันเป็นเสรีภาพคนมาให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” โวยคลังเร่งยึดทรัพย์ชี้นำคดีจำนำข้าว กรมบังคับคดีแจ้งธนาคารอายัด 12 บัญชีเงินฝากอดีตนายกฯ ศาลปกครองสั่ง “ปู” แจงเพิ่มขอทุเลาคำสั่ง ครม.เด้งฟ้าผ่า “ปลัด กษ.-ปลัดดีอี” เข้ากรุเป็นผู้ตรวจพิเศษ “ฉัตรชัย” อ้าง “ธีรภัทร” ถูกยืมตัวช่วยงานนายกฯ เผยเหตุ 2 ปลัด สนองงานรัฐบาลไม่คืบ โผ มท.ฉลุยโยกสลับผู้ว่าฯ 21 ตำแหน่ง สิงห์ดำแน่นปึ้กยึดหัวหาด 10 เก้าอี้ ชงวาระร้อนหน้าประชุม ครม. ส่ง “จรินทร์” ข้ามห้วยเสียบปลัด ก.แรงงาน “บิ๊กตู่” เมินไม่ปรับ ครม.ตามโพล

คสช.และฝ่ายความมั่นคงยังคงปรามไม่ให้มวลชนเดินทางมาชุมนุมหน้าศาลในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ย้ำเตือนประชาชนให้หักห้ามใจ อย่าหลงเชื่อแกนนำออกมาต่อต้านศาล เพราะจะกระทำผิดกฎหมายมีโทษแรงถึงขั้นติดคุก

“บิ๊กตู่” เหน็บบางคนจบสูงดีแต่ทะเลาะ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำนิสิตแพทย์ ประชาสัมพันธ์การจำหน่ายเข็มวันอานันทมหิดล การจัดนิทรรศการเผยแพร่แนะนำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนภายใต้โครงการติดปีกความรู้ สู่นอกห้องเรียน ปีที่ 2 ต่อมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ นำคณะผู้บริหาร 7 หน่วยงานพร้อมเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ เข้าพบนายกฯพร้อมแสดงผลงาน โดยนายกฯกล่าวชื่นชมเยาวชนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ บางคนเรียนจบสูง แต่คิดอะไรไม่เป็น มัวคิดแต่เรื่องทะเลาะกัน เราต้องสร้างการรับรู้ ช่วยสร้างสังคม คนรุ่นใหม่ต้องไม่ขัดแย้ง ให้คนรุ่นเก่ามันขัดแย้งกันไป วันนี้เราต้องสอนให้เยาวชนรู้จักคิด ในแวดวงการเกษตรก็ต้องสอนให้เขารู้จักคิด รู้จักการบริหารจัดการน้ำการปลูกพืชให้เหมาะสม นำเทคโนโลยีมาใช้และทำงานวิจัยที่ใช้ได้จริง

สอนเด็กรวยแล้วต้องรู้จักเผื่อแผ่

จากนั้น นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำ ด.ญ.อาฒยา ฐิติกุล (น้องจีน) ผู้ชนะการแข่งขันกอล์ฟอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในโลก เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ โดยนายกฯได้กล่าวชื่นชมว่า มีความขยัน อดทน แต่การเล่นต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียน ต้องแบ่งเวลาให้ได้ ขออวยพรให้เทิร์นโปรให้ได้สมความตั้งใจ ต่อไปในอนาคตจะได้ไปเป็นโค้ชสอนคนอื่นได้ เท่าที่ติดตามเห็นว่าเล่นกอล์ฟได้เก่งมาก เล่นแล้วมีความสุข “ไม่เหมือนลุงเครียด เพราะเล่นไปก็คิดไป คิดจนเล่นได้ไม่ดี คิดถึงทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องงาน การบริหารประเทศ ไทยแลนด์ 4.0 จำนำข้าว ขอร้องว่า เวลาเล่นอย่ากดดันตัวเอง การได้เป็นที่หนึ่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าตามมาคือการรักษาตำแหน่งเอาไว้ ขอให้ทำให้เต็มที่ อายุเพียง 14 ปีเท่านั้น ยังมีโอกาสยังมีอนาคต และเมื่อคนเรามีความพร้อม รวยแล้วต้องรู้จักเผื่อแผ่ ทำเพื่อประเทศ ถ้าเราเผื่อแผ่จะเจริญ จิตใจจะดีขึ้น สวยขึ้น ถ้ามัวแต่คิดทุกวันว่าจะทำอะไรให้ได้เงินมากๆ โดยไม่คิดเผื่อแผ่แบ่งปันก็จะเป็นทุกข์”

ย้ำกองเชียร์ต่อต้านศาลผิด ก.ม.

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีสัญญาณทางการเมืองที่จะไม่นำไปสู่การปรองดองว่า คิดว่าไม่ใช่จะเป็นความคิดของใครต้องเป็นความคิดของประชาชนมากกว่า ตนชัดเจนอยากให้บ้านเมืองสงบนำไปสู่การปรองดองได้ ต้องมีกฎหมายเป็นตัวหลัก เป็นตัวบ่งชี้ว่าผิดหรือถูก ไม่ใช่เอาอะไรมาต่อต้านกระบวนการยุติธรรม ประชาชนทั้งประเทศคงไม่ยอมรับ และทุกคดีความตัดสินโดยกระบวนการยุติธรรมทางศาลตามขั้นตอนปกติ ไม่ใช่ คสช.ไปตัดสิน ช่วงที่กำลังมีคำพิพากษาอยากให้สังคมได้เข้าใจ ถ้าใครเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากผิดต้องถูกลงโทษไม่ผิดก็ไม่ถูกลงโทษเท่านั้นเอง จะมาต่อต้านนอกศาลไม่ได้ ฝ่ายศาลฝ่ายกระบวนการยุติธรรมกำลังดูอยู่ พูดจาให้ร้ายอะไรต่างๆหรือหมิ่นศาลไม่ได้ ตนเป็นห่วงประชาชนที่ไปร่วมในวันพิจารณาคดีต้องระวังด้วย ถ้าไปร่วมแล้วเดือดร้อนขึ้นมาก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเหมือนกัน เพราะมันผิดกฎหมาย รัฐบาลคงไม่ไปสกัดประชาชนที่จะเข้ามา แต่ทุกคนต้องสกัดใจตัวเองมากกว่าว่าเราจะไปทำไม จะได้ประโยชน์ตรงไหน มันไม่มีผลต่อการตัดสินคดี แล้วจะไปทำไมศาลจะตัดสินก็ตัดสินไป ถ้าไม่ผิดจะเข้าไปสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้หรือ มันต้องมีอะไรผิด ไม่ผิดคงเข้าไปไม่ได้

ขู่ ปชช.ระวังติดคุกก่อนแกนนำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งใดที่เป็นความขัดแย้งเบาๆลงบ้าง ตนก็เป็นห่วงยิ่งกว่า ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายแล้วใครจะเดือดร้อน ไอ้คนแกนนำเดือดร้อนบ้างไหม กว่าจะดำเนินคดีได้นานหรือไม่ แต่คนที่ติดคุกก่อนคือใคร ประชาชนโดนติดคุกก่อนใช่หรือไม่ สงสารประชาชนเขาบ้าง และประชาชนต้องห้ามใจตัวเองบ้าง อย่าให้เขาพาไปโน่นมานี่ หากใครมาต้องตรวจสอบว่าจะมาอย่างไร ถ้ามาเองคงเป็นเรื่องของความชอบส่วนตัว แต่ถ้ามีคนไปรับไปเกณฑ์ เอารถไปรับมาอย่างนี้ไม่ได้ถือว่าผิดกติกา อย่าสร้างความวุ่นวายเลย เขตศาลต้องระวัง โทษมันแรง

“บิ๊กป้อม” ชี้ให้กำลังใจ “ปู” ที่ไหนก็ได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กทำนองชวนมวลชนมาให้กำลังใจในวันพิพากษาคดีจำนำข้าวว่าการให้กำลังใจไม่จำเป็นต้องออกมาที่ศาล ให้กำลังใจที่ไหนก็ได้ มั่นใจว่าจะไม่มีความวุ่นวาย เพราะจะตัดสินเรื่องของอดีตที่ทำมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของศาลจะตัดสินตามหลักฐานพยาน คนที่จะมาให้กำลังใจต้องดูว่าออกมาแล้วจะเกิดความสับสนและเกิดความขัดแย้งนั้น ไม่น่าจะทำได้

ย้อนน้องชายโดนก็ไม่ได้เรียกใครมา

เมื่อถามว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกพิพากษาให้จำคุกจะปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องคดีความไม่ใช่เรื่องที่จะให้คนมารวมตัวกันว่าถ้าถูกตัดสินผิดแล้วต้องมาชุมนุมมันไม่ใช่ ข้อขัดแย้งต่างๆเป็นเรื่องที่เกิดจากอดีต วันนี้เรามาร่วมมือกันสร้างความปรองดองที่รัฐบาลนี้ได้เริ่มทำ เมื่อถามว่านอกจากจะมีการพิพากษาคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์วันที่ 25 ส.ค.แล้ว วันที่ 2 ส.ค. จะมีการพิพากษาคดีที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ตกเป็นจำเลยกรณีสลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. 51 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมก็ไม่เห็นจะไปเรียกใครมารวมตัว วันนั้นไม่จำเป็นต้องเพิ่มการดูแลอะไร ทุกอย่างจะเป็นเหมือนกัน สิ่งที่ทำเป็นความผิดหรือไม่ กระบวนการยุติธรรมเดินหน้ามาตลอดเช่นเดียวกับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สื่อจะถามอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าเช่นนั้นผมจะถามว่าหาก พล.ต.อ.พัชรวาทโดน ผมก็ต้องลุกฮือบ้างหรือ ถ้าโดนก็โดน”

สมช.เชื่อจะเรียบร้อยไร้เหตุวุ่นวาย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงให้ ผวจ.ไปสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าประเทศชาติต้องการความสงบเรียบร้อย เราต้องเชื่อมั่นในระบบ เข้าใจว่าบางคนคิดอย่างไร แต่เอาประเทศชาติเป็นหลักก่อนดีกว่า ขอให้สงบเรียบร้อย ส่วนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ ไม่มีประเด็นที่น่ากังวล ไม่จำเป็นต้องจับตาแกนนำในพื้นที่หรือใครเป็นพิเศษ ได้ให้ ผวจ.ดูแลพื้นที่ให้เรียบร้อย

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงและด้านการข่าวได้ประชุมหารือกันโดยละเอียด ติดตามสถานการณ์และการข่าวตลอด ต้องวิเคราะห์ตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานเรื่องการขนอาวุธเข้ามาตามแนวชายแดน วันที่ 25 ส.ค.ไม่ได้มีมาตรการพิเศษใดๆ และไม่น่าจะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น เชื่อว่าจะเรียบร้อย

เตือนฝืน ก.ม.ชุมนุม–คำสั่ง คสช.

ขณะที่ พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งไม่ให้รวมกลุ่มให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 25 ส.ค.ว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะรอง ผอ.รมน.ระบุชัดเจนว่าการเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำได้ ไม่ได้ห้าม แต่การรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งมวลชนลักษณะม็อบไม่สามารถทำได้ผิด พ.ร.บ.การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะและคำสั่ง คสช.ที่ระบุว่าห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน หรือจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ตรงนี้ต้องระมัดระวัง ส่วนมาตรการรับมือมวลชนที่จะมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามที่หัวหน้า คสช.ระบุ ยึดกฎหมายเป็นหลักเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย

อ่านเกมระดมมวลชนกดดันศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า คสช.มองอย่างเป็นกลางว่า ไม่ใช่เป็นการชุมนุมทางการเมืองแต่จะรวมมวลชนเพื่อกดดันศาล แต่ขณะนี้ยังมีเวลาอีก 1 เดือน ยังไม่สามารถประเมินท่าทีของพรรค การเมืองว่า จะเคลื่อนไหวมวลชนอย่างไร สำหรับมาตรการ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจและสร้างความรับรู้ความเข้าใจว่าต้องปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมาย จึงขอความร่วมมือว่าอย่าสร้างกระแสความสับสนวุ่นวาย ยืนยันว่าไม่ได้ห้าม แต่ขอให้มีสติคิดว่าเวลานี้ ควรจะร่วมมือนำพาบ้านเมืองไปข้างหน้ามากกว่า

“มีชัย” ชี้ช่องทางยื่นอุทธรณ์ได้

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าวว่า คดีจำนำข้าวต้องรอดูว่าศาลจะวินิจฉัยว่าอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่จะอุทธรณ์ในข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริง ต้องรอดูว่าในวันนั้นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. มีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง หากมีผลแล้วให้เป็นไปตามกฎหมาย อุทธรณ์ได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่หากยังไม่มีผลบังคับใช้ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์แต่ต้องรอ พ.ร.บ.มีผล บังคับใช้ก่อนอยู่ดี เพราะกฎหมายเดิมให้สิทธิอุทธรณ์ได้เฉพาะกรณีมีหลักฐานใหม่ พ.ร.บ.ดังกล่าวน่าจะมีผลบังคับใช้ทัน รออีก 1-2 เดือนน่าจะออกมาแล้ว ส่วนถ้าถูกตัดสินให้จำคุก มีสิทธิขอประกันตัวได้ทันทีอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่

“วัฒนา” สับสมุนเผด็จการยั่วยุใส่ร้าย

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คนดี...ออกมาพร้อมกัน” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แสดงความกล้าหาญต่อสู้คดีที่ศาลฎีกาฯ ขณะที่ประเทศยังอยู่ในการปกครองของรัฐบาลเผด็จการ ย่อมสมควรจะได้รับกำลังใจจากประชาชนที่มาด้วยความสงบ ไม่เคยก่อความวุ่นวาย ไม่เคยขัดขวางกระบวนพิจารณาของศาล เผด็จการต่างหากที่ละเมิดสิทธิประชาชน นอกจากจะขัดขวางการใช้เสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแล้ว สมุนเผด็จการยังยั่วยุกล่าวหาประชาชนว่าถูกจ้างมาหรือวางแผนจะก่อจลาจล ส่วนหัวหน้าเผด็จการแสดงการข่มขู่จะดำเนินคดีกับคนที่จะมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันฟังคำพิพากษา แต่แทนที่นักการเมืองที่อ้างตัวว่ามาจากประชาชนจะประณามพฤติกรรมที่ละเมิด สิทธิประชาชนดังกล่าว กลับมากล่าวหาคนที่ปกป้องสิทธิของประชาชนว่ากดดันศาล

โต้ไปส่งใจไม่จำเป็นต้องขอเผด็จการ

นายวัฒนาระบุว่า ขอประกาศอีกครั้งว่า การที่ประชาชนจะมาให้กำลังใจใครย่อมถือเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพราะมากันเองด้วยใจและด้วยค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่มีใครจัดตั้ง ไม่ได้ขอเบิกเงินหลวงเป็นค่าเดินทางที่ต้องขออนุญาต เป็นการมาให้กำลังใจซึ่งถือเป็นกิจกรรมตามประเพณีและไม่ได้มากดดันศาล ทั้งไม่ใช่เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ต้องไปขออนุญาตเผด็จการ ดังนั้นในวันที่ 1 ส.ค.ตนจะไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในการแถลงการณ์ด้วยวาจาที่ศาล และวันที่ 25 อันเป็นวันฟังคำพิพากษาก็จะไปเช่นกัน “มีปัญหาอะไรมั้ย”

ยันกองเชียร์แห่มากันด้วยใจ

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชาวนาคนส่วนใหญ่ของประเทศ ได้รับประโยชน์จากโครงการจำนำข้าว วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังทุกข์ใจ จะตัดสินคดีจำนำข้าว จึงต้องการมาให้กำลังใจ ยืนยันว่าไม่มีการจัดตั้งมวลชน คนที่มาให้กำลังใจมาด้วยใจ ที่ผ่านมามีการให้กำลังใจบริเวณศาลตลอดไม่เคยวุ่นวาย ฝ่ายความมั่นคงควรอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาลจะดีกว่า

“วรงค์” งัดหลักฐานจับโกหก “เสี่ยไก่”

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ระบุว่าหลังรัฐประหารรัฐบาลได้สั่งห้ามเปิดโกดังข้าวเพื่อรมยาเป็นเหตุให้ข้าวเสื่อมสภาพว่า มีผู้หวังดีส่งหลักฐานเป็นเอกสารที่ พณ. 0404/ว5042 ลงวันที่ 17 มิ.ย.57 ยืนยันว่านายวัฒนาโกหกพูดความจริงไม่หมด หนังสือดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการเปิดคลังรมยาตามรอบระยะเวลาดำเนินการได้ตามปกติ ขอเรียกร้องให้นายวัฒนาและพรรคเพื่อไทยหยุดบิดเบือนข้อมูล เมื่อทุกฝ่ายได้ใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงผ่านศาล ควรเคารพและรอฟังคำตัดสินของศาล ที่สำคัญควรหยุดที่จะปลุกระดมมวลชนเพื่อมากดดันศาลด้วย เอาเวลาไปสู้คดีบ้านเอื้ออาทรดีกว่า

ปูดไลน์มือมืดอ้าง “มาร์ค” ปลุกคน

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการส่งข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริงส่งต่อกันทางแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่มต่างๆ โดยตัดต่อเอารูปภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปใส่รวมกับข้อความทำให้เข้าใจว่าเป็นคำพูดของนายอภิสิทธิ์ ส่อความหมายถึงการปลุกระดมมวลชนผู้สนับสนุนให้มาชุมนุม มีใจความส่วนหนึ่งว่า “ใครจะมาให้กำลังใจอย่างไรก็ทำได้ เพราะไม่ใช่การชุมนุม ผมก็ยังมีคนมาให้กำลังใจเหมือนกันมากมาย ตอนขึ้นศาล คุณยิ่งลักษณ์จะผิดหรือไม่ผิด ก็อยู่ที่ศาลตัดสินฯ” ซึ่งไม่เป็นความจริง อย่าส่งต่อและได้ประสานงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

“ปู” โวยเร่งรีบยึดทรัพย์ชี้นำคดีข้าว

ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังส่ง 12 บัญชีเงินฝากของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯให้กรมบังคับคดีดำเนินการอายัดนั้น วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า อยากจะสะท้อนถึงความพยายามต่างๆ ในการกระทำที่เสมือนสร้างเป็นเงื่อนไขเพื่อชี้นำคดี ก่อนที่จะมีผลตัดสินของศาลฎีกาฯ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว แต่ในที่สุดรัฐบาลก็เลือกที่จะทำ เพราะคิดว่าตนมีอำนาจจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ รวมทั้งไม่รอคำสั่งศาลปกครองที่ตนได้ขอให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ แม้วันนี้จะถูกอายัดบัญชีธนาคาร และกำลังจะถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด จนต้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอทุเลา คงได้แต่บอกว่ายังเข้มแข็งและพร้อมยืนหยัดต่อสู้ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่า “ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” ผ่านการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลอย่างหมดใจ ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ค่ะ ซึ่งจะทำอย่างดีที่สุด ขอเปลี่ยนกำลังใจจากแฟนเพจและพี่น้องประชาชน มาเป็นพลังให้ได้มีความเข้มแข็งและอดทน

ยธ.ประสานแบงก์อายัดบัญชี “ปู”

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสืบทรัพย์ได้ส่งรายละเอียดสมุดบัญชีเงินฝาก 12 บัญชีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้กรมบังคับคดีแล้วว่า กรมบังคับคดีได้รับแล้ว จากนี้จะดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนปกติประสานกับธนาคารที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเงินฝากทั้ง 12 บัญชีเพื่อตรวจสอบบัญชีต่อไป เมื่อกรมบังคับคดีแจ้งไปยังธนาคารแล้ว ทั้ง 12 บัญชีจะไม่สามารถทำธุรกรรมได้ โดยธนาคารจะตรวจสอบดูว่ามีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่ เสร็จแล้วจะส่งให้กรมบังคับคดีและกรมบังคับคดีจะส่งทรัพย์สินที่อายัดมาให้กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ผู้เสียหาย ส่วนทรัพย์สินอื่นที่เหลือ คณะกรรมการสืบทรัพย์จะดำเนินต่อ หากมีอะไรเพิ่มเติมจะส่งมาให้กรมบังคับคดีดำเนินการต่อ เช่น อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

เดินหน้าอายัดจนกว่าศาลสั่งหยุด

นายสุวพันธุ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาบังคับการอายัดทรัพย์สินและได้มายื่นเรื่องต่อกรมบังคับคดีด้วยเพื่อขอให้หยุดบังคับ แต่ไม่มีผลต่อการทุเลาคำสั่งทางปกครอง เพราะไม่มีกฎหมายเรื่องนี้ กรมบังคับคดีจึงทำต่อไป ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วจนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้หยุด เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า การยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่วงนี้พอดีกับช่วงที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกำลังจะตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 25 ส.ค. รมว.ยุติธรรมตอบว่าทุกเรื่องกระทรวงยุติธรรมเดินไปตามเนื้อผ้า ข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่ มาตรฐานเดียวกับกรณีอื่นๆ

ศาลปกครองสั่ง “ปู” แจงใน 15 วัน

ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายสมชาย งามวงศ์ชน ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงการพิจารณาคำขอทุเลาคำสั่งการบังคับอายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ทนายความได้ยื่นต่อศาลปกครองอีกครั้ง หลังกระทรวงการคลังเริ่มอายัดบัญชีทรัพย์สินว่า หลักการพิจารณามี 3 ข้อ หากองค์คณะจะมีคำสั่งทุเลา คือ 1.เป็นกรณีที่เห็นว่าคำสั่งนั้นน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.หากปล่อยให้คำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับต่อไป จะเกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีจนยากแก่การเยียวยาภายหลัง และ 3.การมีคำสั่งทุเลาการบังคับคดีของศาลจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐ ขณะนี้ตุลาการเจ้าของสำนวน มีหนังสือแจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดีชี้แจงเพิ่มเติมกลับมาภายใน 15 วัน ศาลทราบดีว่าคดีนี้ประชาชนสนใจการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งคงไม่ล่าช้า และไม่ได้รู้สึกกดดันหรือหนักใจกับกระแสเมื่อยึดข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ

ครม.เด้งฟ้าผ่า 2 ปลัดเข้ากรุทำเนียบฯ

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายธนากร บัวรัษฏ์ เป็นรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ขณะเดียวกัน ครม.มีมติรับโอนนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เป็นปลัดกระทรวงแรงงาน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์

“อัจรินทร์” ค้ำถ่อนั่งปลัดดีอี

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวว่า น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต นายปัญญา หาญลำยวง ผู้ตรวจฯกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นอธิบดีกรมพลศึกษา นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ผู้ตรวจฯ เป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา เป็น ผอ.สำนักงบประมาณ

ไฟเขียวโยกบิ๊ก มท.21 ตำแหน่ง

พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวอีกว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงจำนวน 21 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวง เป็น อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2.นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวง เป็น ผวจ.นครนายก 3.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี เป็นรองปลัดกระทรวง 4.นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก เป็นรองปลัดกระทรวง 5.นายธานี ธัญญาโภชน์ ผวจ.กำแพงเพชร เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 6.นายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี เป็น ผวจ.นนทบุรี 7.นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา เป็น ผวจ. พิษณุโลก 8.นายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.นราธิวาส เป็น ผวจ.พังงา 9.นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.ราชบุรี เป็น ผวจ.เลย

“ดลเดช” ผวจ.ยะลาขยับขึ้นสงขลา

10.นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี เป็น ผวจ.ราชบุรี 11.นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.แพร่ เป็น ผวจ. อุดรธานี 12.นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา เป็น ผวจ.ลำปาง 13.นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา เป็น ผวจ.สงขลา 14.นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี เป็น ผวจ.ขอนแก่น 15.นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็น ผวจ.อุบลราชธานี 16.นายวันชัย คงเกษม ผวจ.พัทลุง เป็น ผวจ.ร้อยเอ็ด 17.นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.ชัยนาท เป็น ผวจ.สุพรรณบุรี 18.นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม เป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา 19.นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ตราด เป็น ผวจ.นครปฐม 20.นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ เป็น ผวจ.สุโขทัย 21.นายพินิจ บุญเลิศ ผวจ.กระบี่ เป็น ผวจ.ปทุมธานี

สิงห์ดำปึ้กยึดหัวหาดคลองหลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีผู้จบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สิงห์ดำ) 10 ราย รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (สิงห์แดง) 6 ราย รัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง (สิงห์ทอง) 4 ราย และจบคณะรัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่ (สิงห์ขาว) 1 ราย ที่ผ่านมามีการวิจารณ์กันมากว่าสิงห์ดำยึดตำแหน่งสำคัญทั้งหมด จึงลดกระแสย้ายสิงห์แดงในระนาบเดียวกันไปขึ้นจังหวัดเกรดเอจำนวนหนึ่ง แต่ตำแหน่งบริหาร เช่น รองปลัดกระทรวง อธิบดี สิงห์ดำยังยึดครองเกือบทั้งหมด ตำแหน่งสำคัญ เช่น นายชยพลที่ย้ายไปเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รับการสนับสนุนจากนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย ส่วนนายนิสิตได้ขึ้นรองปลัดกระทรวง เพราะทำงานเข้าตา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ส่วนนายศุภชัย รองปลัดอีกคนนั้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอให้เข้ามาช่วยงาน

ชงร้อนๆดันชื่อ “จรินทร์” หน้าห้อง ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการโอนย้ายนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงานนั้น ก่อนหน้านี้นายจรินทร์เป็นหนึ่งในแคนดิเดตปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ผู้ใหญ่ในกระทรวงสนับสนุนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมากกว่า นายกฯจึงเยียวยาปลอบใจนายจรินทร์ให้เป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งที่กระทรวงมหาดไทยมักโอนคนพลาดหวังไปอยู่กระทรวงแรงงาน หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ทั้งนี้รายชื่อที่กระทรวงมหาดไทยเสนอไปยัง ครม.ไม่มีรายชื่อนายจรินทร์ โดยมีกระแสข่าวว่าหนังสือโอนตัวนายจรินทร์ไปกระทรวงแรงงาน พิมพ์ขึ้นที่หน้าห้องประชุม ครม.ในช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ค. และนำเข้าสู่ที่ประชุมทันที ทำให้กระทรวงมหาดไทย ยังไม่ได้เตรียมคนที่มารับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแทน ทำให้ยังมีตำแหน่งว่างอยู่ และจะต้องมีการพิจารณาแต่งตั้งระดับบริหารอีกครั้ง หรืออาจทำพร้อมกับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งถัดไป

คนในเซ็งข้าวนอกนาบินข้ามห้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงานว่า หลัง จากบรรดาข้าราชการต่างใจจดจ่อรอผลการประชุม ครม.ลุ้นว่าอธิบดี 1 ใน 3 กรม โดยเฉพาะนายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน จะได้ขึ้นนั่งตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่เมื่อ ครม.เห็นชอบให้นายจรินทร์ มาเป็นปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่จริงๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวชื่อนายจรินทร์จะข้ามห้วยมา แต่ถูกนายกฯ เบรกว่าการโยกย้ายปลัดกระทรวงไม่มีข้ามห้วย ถ้ามีต้องจำเป็นยิ่งยวด และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ก็ยืนยันเป็นข่าวมั่ว จะไม่มีการเสนอคนนอก แต่ผลกลับออกมาเช่นนี้ทำให้ข้าราชการต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะอยู่กันอย่างไร ตั้งใจทำงานแล้วไม่เติบโต คนนอกหาที่ลงไม่ได้ก็ถูกโยกย้ายมาหลายครั้งแล้ว ขณะที่นายวรานนท์ยอมรับสภาพ ตั้งแต่ก่อนประชุม ครม.โดยบอกกับคนใกล้ชิดว่าคนนอกมาแน่นอน

อ้าง “ธีรภัทร” เก่งนายกฯขอยืมตัว

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบโอนย้ายนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯมาช่วยราชการตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกฯตามข้อเสนอของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ประกอบกับเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินตามที่นายกฯมอบหมาย จึงได้ยืมตัวมาช่วยราชการในสำนักนายกฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่จะมาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯคนใหม่ยังไม่ได้คิดว่าเป็นใคร ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอก ให้ใจเย็นๆก่อนไม่ต้องกังวล น่าจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ได้ ในวันที่ 1 ส.ค.

เผยเหตุเด้ง 2 ปลัดเข็นงานไม่คืบ

ผู้สื่อข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ถูกโยกย้ายไปช่วยราชการตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกฯถือว่าถูกเด้งฟ้าผ่า เพราะนายธีรภัทรไม่รู้ตัวมาก่อนล่วงหน้า ที่ผ่านมานายธีรภัทรถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สามารถขับเคลื่อนงานในภาพรวมของกระทรวงได้ ตามนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายธีรภัทรมีผลงานโดดเด่นตามนโยบายการทวงคืนผืนป่า สมัยเป็นรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอธิบดีกรมป่าไม้ในช่วงที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ส่วนกรณี น.ส.วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ปลัดกระทรวงดีอี ถูกเด้งไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกฯ ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีสาเหตุมาจากการบริหารงานมีความล่าช้า โดยเฉพาะกระทรวงนี้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่การดำเนินการต่างๆไม่คืบหน้า

26 ก.ค.รอเคาะชื่อเลขาฯสมช.ใหม่

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเสนอแต่งตั้งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ว่า วันที่ 26 ก.ค.จะมีการประชุม สมช.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จะเสนอให้พิจารณาเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ตนได้เสนอชื่อนายสมเกียรติ ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการ สมช.ให้ พล.อ.ประวิตรไปแล้ว ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร จะเสนอชื่อ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ผอ.สำนักนโยบายและแผนกลาโหม เป็นเลขาธิการ สมช. นั้นก็ต้องแล้วแต่ จากนั้นคณะกรรมการ สมช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบ เป็นไปตาม พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2559 เมื่อถามว่า หากนำคนนอกข้ามห้วยเข้ามาคนในจะเสียกำลังใจหรือไม่ พล.อ.ทวีปตอบว่า ไม่คิดว่ากระทบ เพราะข้าราชการทุกคนทำงานเพื่อองค์กร เป็นข้าราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“บิ๊กตู่” โยนฝ่ายมั่นคงจิ้มเลขาฯสมช.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ผอ.สำนักนโยบายและแผนกลาโหมจะข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.แทนคนใน สมช.ว่า ยังไม่เห็นเรื่อง เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงจะพิจารณามา ส่วนจะเป็นใครอย่างไร ก็แล้วแต่ให้เสนอมา

แจงดึงปลัด กษ.มาทำงานด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแต่งตั้งรัฐบาลนี้มองความอาวุโส ขีดความสามารถประสิทธิภาพและประสิทธิผล ไม่ใช่อย่างหนึ่งอย่างใด ไม่ต้องไปกังวลขอให้ทำงานให้ได้ก็พอ คนเรามีทั้งคนชอบไม่ชอบ สิ่งสำคัญคือเรามีกรอบวินัยการทำงาน ถ้าแต่งตั้งมาแล้วทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ เป็นนายแล้วสั่งเฉยๆไม่ตามเรื่องไม่ติดตามนโยบายไม่มีความคิดริเริ่มใหม่ๆให้เกิดผลตามที่รัฐบาลหรือนายกฯต้องการก็อยู่ในตำแหน่งต่อไปไม่ได้ ก็ย้ายคนใหม่มา ตอนนี้มาดูทุกหน่วยงานเป็นคนๆไปและได้ตั้งหน่วยงานขึ้นมาตรวจสอบความประพฤติแล้วว่ามีคดีความอะไรติดตัวหรือไม่ ถ้ายังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามีคดีความก็ไม่ให้ตั้ง เอาตามนี้เป็นที่ตั้ง ตนไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่ก็รักเขาถ้าเขาทำงานดี เมื่อถามถึงกรณี ย้ายนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯไปเป็นผู้ตรวจการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เพื่อความเหมาะสม ก็มาทำงานกับผมนี่ไง”

นายกฯเมินไม่ปรับ ครม.ตามโพล

ด้านความคืบหน้ากระแสข่าวการปรับ ครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีผลโพลสนับสนุนให้ปรับ ครม.ว่า ขอร้องว่าอย่าเพิ่งพูดถึงการปรับ ครม. ไม่ใช่พูดเพื่อเอาใจใคร ไม่ว่าจะเอาใจเพื่อนหรือพี่ มันไม่ใช่ อยากเรียนว่า ไม่ว่าจะปรับใครเป็น รัฐมนตรีมันทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะความขัดแย้งมันสูง รัฐบาลทำงานมากว่า 3 ปี ทุกอย่างทำด้วยคณะทำงาน ตนประเมินเอง ถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่ดูแล้วว่าสิ่งที่สั่งลงไปแล้วไม่ทำ หรือกำหนดนโยบายอะไรแล้วไม่ทำ หรือทำแล้วไม่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลค่อยปรับ วันนี้ยืนยันว่าทุกคนยังทำงานอยู่ได้ เหลือเวลาอีก 1 ปีต้องดูว่าถ้าเปลี่ยนมาแล้วไม่ดีจะทำอย่างไร ความจริงรัฐมนตรีทำงานมาก แต่ไม่ใส่ใจไม่สนใจกันเอง รัฐมนตรีบางคนมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ อย่าไปเป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่ไม่ดีและไม่ชอบ เพราะมันคนละเรื่องกัน

สั่งสอบตุกติกงบดอกไม้จันทน์

เมื่อถามว่า กรณีพบทุจริตเงินทอนในการจัดผลิตดอกไม้จันทน์เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพฯ ที่ จ.ชัยภูมิ โดยจ้างชาวบ้านแล้วให้โอนเงินส่งคืนจังหวัด 5 พันบาท อำเภอละ 3 พันบาท พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนและตรวจสอบอยู่ บางพื้นที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ตั้งงบประมาณของตัวเอง จึงต้องตรวจสอบกับ อปท. เพราะไม่ใช่งบประมาณของมหาดไทย ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นงบประมาณของการศึกษานอกโรงเรียน ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่วนใหญ่จะเป็นงบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้พิการ “ผมเห็นข่าวว่าโอนเงินคืนจังหวัด 5 พันบาท ทำไมมันงี่เง่าขนาดนั้น 5 พัน 3 พันก็เอาหรือ แสดงว่าถ้ามากกว่านี้ ก็ยิ่งจะเอาใหญ่ใช่หรือไม่ เรื่องนี้ถ้าเป็นจริงต้องลงโทษ”

คสช.ตั้งแท่นฟัน ขรก. 70 ราย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม คสช.ว่า คสช.เตรียมออกคำสั่งหัวหน้า คสช. หลังศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ประมวลข้อมูลนำเสนอนายกฯและหัวหน้า คสช. มีบัญชีรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ 70 ราย คือ 1.ผู้บริหาร สถานศึกษา 1 ราย ให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวและได้รับเงินปกติ 2.ข้าราชการพลเรือน 6 ราย 3.พนักงานอื่นของรัฐ 2 ราย 4.ผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 37 ราย ให้ระงับการปฏิบัติราชการที่ดำรงตำแหน่งชั่วคราว และไม่ได้ค่าตอบแทน และ 5.ข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 24 ราย ให้ช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆตั้งอยู่ หรือไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผวจ.กำหนด โดยไม่ได้รับประจำตำแหน่งและไม่ได้สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายไปราชการชั่วคราว

“พี่ชายเทพไท” ติดโผบัญชีเชือด

ช่วงค่ำ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 35/2560 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประกอบมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว หัวหน้า คสช.จึงมีคำสั่งให้ผู้ที่มีรายชื่อทั้ง 70 คน ระงับการปฏิบัติราชการ หรือหน้าที่ในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราว อาทิ นายสถิตย์ อินทามระ ผู้ตรวจราชการ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ใจภักดี ผอ.การเลือกตั้งประจำ จ.เพชรบูรณ์ นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช พี่ชายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายก อบจ.เลย โดยให้คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 25 ก.ค.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

สปท.ปิดจ๊อบโต้วุ่นไร้ผลงาน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นัดสุดท้าย ก่อนจะหมดวาระในวันที่ 31 ก.ค. มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม มีสมาชิก สปท.ร่วมประชุม 146 คน เมื่อพิจารณาตามระเบียบวาระเสร็จแล้ว ได้เปิดโอกาสให้ สปท.หารือนอกรอบ ส่วนใหญ่พากันอภิปรายตอบโต้ฝ่ายการเมืองที่ปรามาส สปท.ทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ยืนยันว่า สปท. มีผลงาน สิ่งที่ขับเคลื่อนใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.กล่าวว่า วันที่ 31 ก.ค. จะมีพิธีส่งมอบภารกิจ สปท.ให้นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่รัฐสภา และค่ำวันเดียวกันมีงานเลี้ยงอำลาหมดวาระที่โรงแรมเดอะ สุโกศล

กมธ.ยืนตาม กรธ.รีเซ็ตผู้ตรวจฯ

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมวิป สนช. ที่รัฐสภาว่า การประชุมสนช. วันที่ 27 ก.ค. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน วาระ 2-3 ตามที่คณะ กมธ.วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว บทเฉพาะกาลสถานภาพของผู้ตรวจการแผ่นดิน กมธ.พิจารณาแล้วยืนตามเนื้อหาที่ กรธ.เสนอมา ให้รีเซ็ตผู้ตรวจการแผ่นดินเฉพาะคนที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดเท่านั้น มีสมาชิกขอแปรญัตติ 6คน ต้องรอมติที่ประชุม

ตั้งทีมปูพรมแจงสัญญาประชาคม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทำความเข้าใจร่างสัญญาประชาคมหลังคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เห็นชอบแล้วว่านายกฯสั่งการว่า จากนี้จะแถลงร่างสัญญาประชาคมเป็นทางการอีกครั้ง แล้วให้ กอ.รมน. และกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสร้างความรับรู้แก่ประชาชน เบื้องต้นอาจจัดตั้งทีมไปชี้แจงชาวบ้านในระดับ หมู่บ้าน ตำบล แต่ต้องหาข้อสรุปแนวทางอีกครั้ง คาดว่าการสร้างการรับรู้จะทำพร้อมกันทั่วประเทศ

“ทักษิณ” ขอจัดงานวันเกิดแบบส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 26 ก.ค. ที่เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 68 ปี ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปีนี้จัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากนายทักษิณเพิ่งไปร่วมงานคอนเสิร์ต Tomorrow land 2017 กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว และกลุ่มเพื่อนลูกสาว ที่ประเทศเบลเยียม โดยนายทักษิณบอกผ่านคนสนิทว่าปีนี้ขอจัดงานเล็กๆ มีเฉพาะกลุ่มคนสนิทและคนในครอบครัว พร้อมขอไม่ให้แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.เดินทางมา เนื่องจากกลัวจะถูกนำไปเชื่อมโยงเป็นประเด็นการเมือง หลังจากจัดงานเสร็จจะเดินทางกลับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทันที ส่วนอดีต ส.ส.ที่จะเดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณได้เตรียมจัดทริปพิเศษจะให้เดินทางไปประเทศใกล้ๆ ในช่วงหลังการตัดสินคดีจำนำข้าวและกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งชัดเจน เพื่อถือโอกาสหารือเตรียมพร้อมทางการเมืองต่อไป

“แหวน มีวังปลา” โดนรวบหน้าคุก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบังคับการปราบปรามว่า เมื่อคืนวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุชาติ อิ่มสวัสดิ์ รอง ผกก.2 บก.ป. ได้นำกำลังจับกุม น.ส.ณัฏฐธิดา หรือ “แหวน มีวังปลา” อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาล ทหารกรุงเทพฯ ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ที่หน้าทัณฑสถานหญิงกลาง ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ การถูกจับครั้งนี้มีขึ้นระหว่างที่ “แหวน” ก้าวออกจากคุกในทัณฑสถานหญิงกลางที่ถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 4 เดือน 7 วัน ทนายความได้ช่วยเหลือประกันตัวออกมาสู้คดีร่วมวางระเบิดศาล อาญาเมื่อช่วงต้นปี 58 โดย น.ส.ณัฏฐธิดากล่าวว่า ในปี 58 ได้แชร์ข้อความหมิ่นเบื้องสูงผ่านกลุ่มไลน์ โดยไม่รู้ว่าการแชร์ต่อๆกันมาหลายทอดผิดกฎหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้ศาลทหารดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ น.ส.ณัฏฐธิดา ถือเป็นพยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนาราม เพราะขณะนั้นเป็นพยาบาลอาสาของโรงพยาบาลวชิระ อยู่ในเต็นท์เดียวกับผู้ตายทั้งหมด อยู่ห่างจาก น.ส.กมนเกด อัคฮาด หนึ่งในผู้เสียชีวิตเพียง 5 เมตร