วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกครึ่ง-ป่วยมะเร็ง ทองคณิตโอลิมปิก

ขอคนไทยส่งกำลังใจให้ “น้องสเตฟาน” ลูกครึ่งเยอรมัน ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 แต่กลับไปคว้ารางวัลเหรียญทองคณิตศาสตร์โอลิมปิก เผยโตขึ้นอยากเป็นหมอรักษาโรคมะเร็ง สุดสลดยอมรับเป็นโรคร้ายบั่นทอนชีวิตแต่ใจสู้ไม่ถอย ที่ผ่านมาชีวิตต้องเข้าออกโรงพยาบาลรักษาตัวมาตลอด แต่ได้กำลังใจจากคนรอบข้างทำให้เป็นแรงผลักดันเรียนจนประสบความสำเร็จ แนะเด็กยุคใหม่ให้หาความรู้ในชั่วโมงเรียนให้มากที่สุด ไม่เข้าใจต้องถามครูทันที ไม่เคยห่างจากโลกออนไลน์ เล่นเกมเพื่อฝึกสมอง แต่ต้องใช้เวลาให้เหมาะสม

ผู้แทนชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาลพร้อมคณะ เข้าให้กำลังใจเด็กนักเรียนไทยเป็นมะเร็งร้ายระยะที่ 3 ไปแข่งขันคว้าแชมป์คณิตศาสตร์โอลิมปิก เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่โรงเรียนจินดามณี หลักสูตรภาษาอังกฤษ ย่านบางขุนเทียน นางวิธิตาม์ ตงเต๊า ผู้แทนชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาลพร้อมคณะ นำช่อดอกไม้ไปมอบให้นักเรียนตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก นานาชาติสิงคโปร์ ครั้งที่ 3 และได้รับรางวัลกลับมา ประกอบด้วย ด.ช.อัธเศรษฐ์ หรือน้องซีเหวิน กนกวุฒิธำรง อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันประเภท Paper test.

ด.ช.สเตฟาน หรือน้องสเตฟาน ควิ้นท อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันประเภท Maths Warriors. และ น.ส.มณิสรา หรือน้องมุก จิรพรสุวรรณ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันประเภท Paper test. ทั้ง 3 คน เป็นส่วนหนึ่งของนักเรียนตัวแทนจากประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 37 คน จาก 5 โรงเรียน ที่ผ่านการคัดเลือกการแข่งขันในระดับประเทศจนได้สิทธิ์ไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกนา นาชาติสิงคโปร์ ครั้งที่ 3 เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

นางวิธิตาม์เผยว่า การที่เด็กเหล่านี้ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันคว้ารางวัลระดับนานาชาติกลับมาถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะครั้งนี้มีน้องสเตฟาน ตัวแทนคนหนึ่งซึ่งกำลังเจ็บป่วยร่างกายไม่แข็งแรงเพราะป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3 ไปแข่งขันได้เหรียญทองมาให้คนไทยถือเป็นเรื่องที่ควรให้กำลังใจอย่างยิ่ง นอกจากมาให้กำลังใจเด็กๆแล้ว ส่วนหนึ่งอยากทราบว่าน้องสเตฟานเอาแรงพลังจากไหนมาต่อสู้และอยากมาดูว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงคณะครูอาจารย์ ส่งเสริมให้น้องสเตฟานใช้ชีวิตอย่างไรจึงประสบความสำเร็จได้ในขณะที่มีโรคร้ายอยู่กับตัว

ด.ช.สเตฟานกล่าวว่า ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะโตขึ้นอยากเป็นหมอไปรักษาคนไข้ ก่อนหน้านี้ชอบเล่นกีฬาเทควันโดจนสอบ เลื่อนชั้นได้ระดับสายดำแดง เป็นชั้นสูงสุดของเด็กอายุไม่เกิน 14 ปี และเคยตระเวนเดินสายไปแข่งขันคว้าทั้งตำแหน่งแชมป์และรองแชมป์มาแล้วหลายสนาม กระทั่งรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 3 เมื่อเดือน พ.ย.2559 ต้องเข้าออก โรงพยาบาลรักษาตัวมาตลอด แต่มีกำลังใจที่ดีซึ่งได้รับจากคุณพ่อ คุณแม่ คุณหมอ พยาบาล ครูและเพื่อนๆที่ทำให้เป็นแรงผลักดันเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ทำให้ประสบความสำเร็จ

น้องสเตฟานกล่าวอีกว่า ไม่เคยขาดการติดต่อจากโลกโซเชียล เล่นทั้งไลน์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม รวมทั้งเกมออนไลน์ แต่จะเล่นอย่าง พอเหมาะพอควรโดยเฉพาะเกมจะเล่นแนวฝึกสมองเพื่อให้สมองได้ใช้งาน สำหรับเทคนิคการเรียนให้เก่งตามวิธีของตนนั้นคือ จะไม่ท่องจำ แต่ต้องทำความเข้าใจ ตอนเรียนทำจิตใจให้สบาย ตั้งใจทำความเข้าใจในชั้นเรียนให้ได้มากที่สุด ถ้าไม่เข้าใจให้ถามครูทันที ความเข้าใจจากในชั้นเรียนมีความสำคัญมากถือเป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่จะไปเรียนพิเศษหรือหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ส่วนโรคร้ายที่เป็นอยู่ยอมรับว่าอาจจะบั่นทอนกำลังกายไปบ้าง แต่ยืนยันใจสู้ไม่ถอยและให้สัญญากับตัวเอง คุณพ่อ คุณแม่ ว่าจะขอสู้กับโรคร้ายจนหายดีเพื่อให้ได้เรียนจบเป็นหมอเฉพาะทางการรักษาโรคมะเร็งในอนาคตต่อไป

ด้านนางสุมาลี พูลสระคู อายุ 57 ปี มารดาของ ด.ช.สเตฟานกล่าวว่า ตนและนายแฮร์มัน ควิ้นท อายุ 57 ปี สามีชาวเยอรมัน มีน้องสเตฟานเป็นลูกชายคนเดียว ปัจจุบันครอบครัวทำธุรกิจด้านเครือข่ายไอที นำน้องสเตฟานมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่อนุบาล เห็นแววความฉลาดของลูกมาตั้งแต่เด็กๆ จึงส่งเสริมทั้งด้านการกีฬาและวิชาการอย่างเต็มที่ กระทั่งลูกเริ่มมีอาการป่วยแรกเริ่มคือมีไข้และต่อมที่คอบวมโตพาไปพบแพทย์ที่ รพ.ศิริราช หมอวินิจฉัยลูกชายป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 ทำให้ตนและสามีเป็นทุกข์อย่างมาก แต่น่าแปลกใจเพราะแทนที่น้องสเตฟานจะจิตตกกับภาวะร่างกายตัวเอง ในทางกลับกันน้องสเตฟานกังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ตนจึงให้อิสรภาพกับความตั้งใจเรียนของลูกเต็มที่จนลูกประสบความสำเร็จในที่สุด

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา น้องสเตฟานผ่านการฉายแสงไปแล้ว 20 ครั้ง ทำเคมีบำบัดหรือคีโมไปอีก 6 ครั้ง แพทย์ รพ.ศิริราช ผู้ให้การรักษายืนยันอาการดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ตนและสามีจะดูแลเรื่องโภชนาการและแบ่งสรรเวลาพาลูกไปเดินออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ หลังจากนี้แพทย์จะนัดอีกครั้งในช่วงเดือน ส.ค.เพื่อรับการตรวจแกลเลี่ยมสแกน และซีทีสแกน ก่อนจะนัดฟังผลความคืบหน้าด้านการรักษาในช่วงเดือน ต.ค.นี้ เชื่อว่าลูกจะหายดี เพื่อต่อสู้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับชาติในสนามต่อไป และจะพยายามสานฝันให้ลูกเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งให้ได้ตามที่ลูกใฝ่ฝัน” นางสุมาลีกล่าว