วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘สันธนะ’ พบตร. ให้ข้อมูลเจ๊ชุมพร ผู้บงการฆ่า8ศพ

ปัดสร้างกระแสไม่หากินกับศพ

“สันธนะ” มาตามนัดพบบิ๊กตำรวจให้ข้อมูล “เจ๊ชุมพร” ร่วมบงการฆ่าล้างครัวผู้ใหญ่บ้าน 8 ศพ ปัดสร้างกระแสอยากดัง ลั่นเป็นสุภาพบุรุษไม่หากินกับศพ รอง ผบ.ตร.ชี้ข้อมูลไร้น้ำหนักพยานหลักฐานพิสูจน์ไม่ได้ “เจ๊ชุมพร” เป็นชื่อสมมติ แถมไม่ยอมเปิดเผยตัวตน หวั่น 2 ตระกูลเปิดศึกล้างแค้น สั่งตำรวจในพื้นที่จับตาใกล้ชิด เผยสำนวนคดีคืบหน้าไปร้อยละ 80 ขณะที่ 3 แม่ลูกพยานปากเอกรอดคมกระสุน “บังฟัต” ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตำรวจอารักขาเข้มตลอด 24 ชั่วโมง

คดีสะเทือนขวัญกลุ่มคนร้ายฆ่าล้างครัว นายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัต อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เสียชีวิตรวม 8 ศพ บาดเจ็บ 3 คน ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีและสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ยกแก๊ง 8 คน นำโดยนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือบังฟัต อายุ 41 ปี นายทุนปล่อยเงินกู้ และถูกควบคุมตัวที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ ชนวนสั่งตายมาจากเรื่องจำนองที่ดิน แต่คดีดูเหมือนจะไม่จบเมื่อ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ออกมาอ้างว่ามีข้อมูล “เจ๊ชุมพร” อยู่เบื้องหลังบงการฆ่า 8 ศพ ตำรวจเชิญตัวมาให้ข้อมูล

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) และคณะพนักงานสอบสวนกรณีเจ๊ชุมพร เกี่ยวข้องกับคดีฆ่า 8 ศพ ก่อนเข้าให้ข้อมูล พ.ต.ท.สันธนะเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือเชิญจากพนักงานสอบสวนให้มาพบที่ บก.ภ.จ.กระบี่ เพื่อให้ข้อมูลกรณีอ้างว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังในนามเจ๊ชุมพร ได้ตอบรับเพื่อให้ปากคำแต่ไม่สะดวกที่จะเดินทางไป จ.กระบี่ นัดพนักงานสอบสวนให้ปากคำที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดีนี้จะต้องมีการสืบสวนขยายผลไปจนถึงผู้ที่กระทำความผิด นอกเหนือจาก 8 คน ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ขอแสดงความชื่นชมและยินดีกับคณะทำงานที่จับกุมคนร้ายทั้ง 8 คนมาดำเนินคดี และไม่เคยมีคำว่าเป็นการจับแพะออกจากปากของตน

พ.ต.ท.สันธนะกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงนำคดีมาสร้างกระแสหรืออยากดัง ขอบอกว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่หากินกับศพหรือผู้บาดเจ็บ สุดท้ายขอฝากว่าจะมีเจ๊อะไรออกมาอย่าร้อนตัว ยังไม่ได้พาดพิงถึงเจ๊ชุมพร หรือเจ๊ตัง และเจ๊คนไหนๆ บอกได้เลยว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรก็อยู่เฉยๆ อยากเลี้ยงลูกอยู่บ้านก็เลี้ยงไป เดี๋ยวความจริงปรากฏเมื่อไหร่ทุกท่านจะได้รับทราบอย่างแน่นอน วันนี้จะมอบหลักฐานเอกสารชิ้นสำคัญให้กับชุดสอบสวน และพร้อมที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ฐานะพยาน ส่วนการสืบสวนขยายผลให้เป็นการทำงานของตำรวจ

ภายหลังให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสอบสวนประมาณ 2 ชั่วโมง พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า บรรยากาศการให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสอบสวนค่อนข้างดี เป็นสัญญาณของการร่วมมือ เพื่อให้คดีมีผลความคืบหน้าเป็นที่ประจักษ์ พล.ต.อ.สุชาติ จะรับผิดชอบดำเนินการสืบสวนตามข้อมูลที่ให้ไว้ และจะมีการประสานงานเกี่ยวกับแหล่งข่าว แต่จะให้นำรูปภาพระบุชื่อจริงของเจ๊ชุมพร ทำถึงขั้นนั้นไม่ได้เพราะหากทำถึงขั้นนั้นจะเป็นผลทางคดี อาจจะถูกมองว่าเป็นการชี้นำให้กับพนักงานสอบสวน เพราะการเชื่อมโยงของเจ๊ชุมพรไม่ใช่การเชื่อมโยงโดยตรงกับกลุ่มคนร้าย จะต้องมีคนกลางในการรับจ้างวาน แต่แจ้งเหตุผลกับคณะพนักงานสอบสวนทราบแล้ว ไม่อยากจะพูดออกไปกลัวจะเป็นประเด็นอีก และได้เสนอแนวทางให้กับคณะพนักงานสอบสวน นำตัวผู้ต้องหามาควบคุมที่เรือนจำในกรุงเทพฯ

พล.ต.อ.สุเทพกล่าวว่า พ.ต.ท.สันธนะมาในฐานะผู้ให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข่าว โดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้น เมื่อไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถนำข้อมูลเข้าสู่สำนวนการสอบสวนได้ ส่วนแหล่งข่าวที่เป็นบุคคลยังไม่สะดวกที่จะมาพบคณะพนักงานสอบสวน ดังนั้นการพบกันครั้งนี้เป็นการพบเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกัน ส่วนชื่อเจ๊ชุมพร เป็นชื่อที่สมมติขึ้นมาและยังไม่พร้อมที่จะให้ชื่อจริง อ้างว่าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพยาน อย่างไรก็ตาม สำนวนคดีนี้มีความคืบหน้าร้อยละ 80 ขาดเพียงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วน จะรีบดำเนินการส่งฟ้องให้เร็วที่สุด กรณีที่สังคมกลัวว่าจะมีการล้างแค้นส่วนตัวของ 2 ตระกูลนี้หรือไม่ ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการกำชับไปยัง บก.ภ.จ.กระบี่ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เราจะระมัดระวังอย่างเต็มที่ เชื่อว่าการเสียชีวิต 8 ศพ เป็นการกระทบกระเทือนจิตใจเป็นอย่างมาก ทุกคนยังอยู่ในภวังค์ของความสูญเสียทำให้เชื่อว่าทั้ง 2 กลุ่มยังไม่คิดถึงเรื่องนี้

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า ข้อมูลที่มีการพูดคุยกัน เป็นข้อมูลที่เป็นแนวทางการสืบสวนมาก่อน เป็นข้อมูลเดิมๆที่ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนรับทราบตั้งแต่ต้น และยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเจ๊ชุมพร มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นผู้ใด จึงยังเป็นชื่อจัดตั้งขึ้นมาเฉยๆ

ที่ บก.ภ.จ.กระบี่ พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้เรียกชุดพนักงานสอบสวนทั้งหมดมาประชุมเพื่อให้การทำสำนวนมีความรอบคอบและชัดเจน ขณะนี้คดีคืบหน้าไปมาก นอกจากนี้ จะเรียกพยานในคดีมาสอบเพิ่มเติมอีก 1 ปาก หลังจากก่อนหน้านี้เรียกพยานแวดล้อมมาสอบปากคำแล้ว 18 ปาก รวมถึงขอให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจดีเอ็นเอจากวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการเพื่อสั่งฟ้องช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้

วันเดียวกัน นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมตำรวจ สภ.อ่าวลึก เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เป็นบ้านของนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของผู้ใหญ่บัติ เพื่อเยี่ยมและติดตามอาการบาดเจ็บของ น.ส.อัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี พร้อมลูกสาว 2 คน ผู้ที่รอดชีวิตจากการฆ่าโหด 8 ศพ หลังแพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.อ่าวลึก กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน มีตำรวจดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นพยานปากสำคัญ น.ส.อัญชลีเปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจกับการจากไปของครอบครัวและญาติอย่างมาก เบื้องต้นจะมาอยู่ที่บ้านของพ่อก่อน ส่วนบ้านของตนที่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร คงยังไม่กลับไปอยู่อาศัย ต้องขอบคุณตำรวจ จัดกำลังมาดูแลความปลอดภัย ส่วนเรื่องของคดีนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินการต่อไป