วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟันธงปี 67 ได้นั่งรถไฟฟ้าสีม่วงใต้

ครม.อนุมัติอุตลุด “มอเตอร์เวย์-สนามบิน-ท่าเรือ”

ครม.อนุมัติโครงการลงทุนลอตใหญ่ ไฟเขียวอนุมัติสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะวงเงินแสนล้าน ก่อหนี้ผูกพัน 3 ปี มอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา ทุ่มงบเนรมิตใหม่สนามบินอู่ตะเภา–ท่าเรือสัตหีบ ศูนย์พัฒนาการบินรองรับอีอีซี

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฝั่งใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนา) วงเงินลงทุน 101,112 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือน ต.ค.นี้ เริ่มก่อสร้างจริงสิ้นปี 61 และมีเป้าหมายเปิดให้บริการได้เดือน พ.ค.ปี 67 แหล่งเงินทุนมาจาก 2 ส่วน คือเงินงบประมาณ 15,945 ล้านบาทใช้เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 15,913 ล้านบาท และค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์อีก 32 ล้านบาท ส่วนที่ 2.เป็นเงินกู้ 85,167 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างงานโยธา 77,385 ล้านบาท ค่าสิ่งก่อสร้างทดแทนส่วนที่ได้รับผลกระทบ 1,335 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษา 2,865 ล้านบาท และเงินสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาด 3,582 ล้านบาท

“รถไฟเส้นทางนี้จะวิ่งผ่านใจกลางรอบเกาะรัตนโกสินทร์ รวมทั้งยังจะเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างฝั่งพระนคร ฝั่งธนบุรี และสมุทรปราการเข้าด้วยกัน เพราะจะมีสถานีที่เชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เขียว และส้ม คาดว่าช่วงแรกที่เปิดให้บริการจะมีประชาชน มาใช้บริการเฉลี่ย 477,098 คนต่อเที่ยวต่อวัน”

เส้นทางดังกล่าวมีความยาวระยะทาง 23.6 กม. รวม 17 สถานี แนวเส้นทางเริ่มต้นเป็นทาง วิ่งยกระดับจากสถานีเตาปูนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเดิม ไปตามแนวถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรีตัดกับถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ไปทางทิศตะวัน–ตกเฉียงใต้แล้วลดระดับเป็นทางวิ่งระดับดิน ผ่านกรม สรรพาวุธทหารบกเลี้ยวเข้าถนนทหาร ถนนสามเสน ถนนพระสุเมรุ ถนนมหาไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เมื่อลอดผ่านสี่แยกมไหสวรรย์แล้ว เปลี่ยนเป็นทางวิ่งยกระดับไปตามถนนสุขสวัสดิ์ สิ้นสุดปลายทางที่ด่านเก็บค่าผ่านทางถนนวงแหวนกาญจนา

ที่ประชุม ครม.ยังมีมติเห็นชอบก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2560-2563 วงเงินรวม 3,298 ล้านบาทในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา 2 ตอน ระยะทาง 196 กิโลเมตร ได้แก่ ตอนที่ 21 กิโลเมตรที่ 82 ถึง กม.ที่ 86 รวม 3.5 กม. วงเงิน 1,850 ล้านบาท และตอนที่ 22 ช่วง กม.ที่ 86 ถึง กม.ที่ 96 รวม 12.3 กม. วงเงิน 1,447 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาติดปัญหาการร้องเรียนจากประชากรท้องถิ่น โดยกรมทางหลวงได้ร่วมประชุมหารือและทำความเข้าใจเพื่อแก้ไขข้อร้องเรียนดังกล่าวหมดแล้ว จึงพร้อมสำหรับการดำเนินโครงการต่อไปได้

วันเดียวกัน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ในส่วนงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 760.77 ล้านบาทให้กองทัพเรือภายใต้แผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ 690.77 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้โครงการเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในส่วนเมืองการบินภาคตะวันออกวงเงิน 70 ล้านบาท

สำหรับแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือพาณิชย์สัตหีบมีทั้งสิ้น 12 โครงการ ประกอบด้วย จ้างศึกษา ออกแบบงานก่อสร้างไฮสปีดแท็กซี่เวย์ และแท็กซี่เวย์เพิ่มเติม 10 ล้านบาท, งานก่อสร้างบังเกอร์เพื่อจัดระเบียบลานจอดอากาศยาน แยกพื้นที่จอดอากาศยานทหาร 10 ล้านบาท, โครงการระบบสารสนเทศอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 วงเงิน 69 ล้านบาท, โครงการจัดหาระบบกล้องวงจรปิด เครื่องเอกซเรย์ และซอฟต์แวร์ในการรักษาความปลอดภัย 53 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างอาคารเจ้าหน้าที่บริการภาคพื้นวงเงิน 19.98 ล้านบาท, จ้างศึกษา สำรวจออกแบบ ก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 วงเงิน 145.29 ล้านบาท จ้างศึกษาสำรวจ ออกแบบศูนย์ซ่อมอากาศยานเอ็มอาร์โอ 100.39 ล้านบาท, จ้างศึกษาสำรวจและออกแบบงานก่อสร้างอาคารรองรับการปฏิบัติงานแอร์คาร์โก 45.67 ล้านบาท, จ้างศึกษา สำรวจออกแบบงานก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบิน 72 ล้านบาท, จ้างศึกษา สำรวจ ออกแบบ ก่อสร้างศูนย์วิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมทางทหาร 9.99 ล้านบาท และจ้างศึกษา ออกแบบระบบสาธารณูปโภค 20 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ครม.ยังได้อนุมัติขยายกรอบวงเงินลงทุนเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารเรียน ศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบิน อาคารฝ่ายอำนวยการและสิ่งก่อสร้างประกอบ พร้อมครุภัณฑ์ของสถาบันการบินพลเรือน วงเงิน 1,402.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.31 ล้านบาทจากวงเงินเดิมที่ ครม.อนุมัติให้ก่อนหน้า เนื่องจากค่าก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น โดยเงินในส่วนนี้จะจัดสรรจากทั้งงบกลาง งบประมาณประจำปี และจากเงินรายได้ของสถาบันการบินพลเรือน.