บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝรั่งขาย–กองทุนซื้อ!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 ก.ค.60 ปิดที่ 1,581.42 จุด บวก 4.69 จุด มีมูลค่า การซื้อขาย 46,193.66 ล้านบาท

ต่างชาติขายสุทธิ 1,607.01 ล้านบาท กองทุนในประเทศซื้อสุทธิ 3,176.70 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 1,168.29 ล้านบาท และรายย่อยขายสุทธิ 401.39 ล้านบาท

บล.ทรีนีตี้ ระบุหุ้นไทยบวกจากราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัวเล็กน้อย หลังซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณว่าพร้อมจำกัดการส่งออกน้ำมันในช่วงถัดไป รวมถึงการประชุมระหว่าง OPEC และ non-OPEC ไนจีเรียพร้อมที่จะร่วมลดกำลังการผลิตเช่นกัน ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานทั่วโลกบวก ขณะที่หุ้นไทยได้แรงบวกจากกลุ่มพลังงานราว 2.4 จุด

ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง หลังเกิดความวุ่นวายในสภาคองเกรส โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับสุขภาพยังไม่คืบหน้า อาจทำให้กฎหมายอื่นล่าช้า มองว่าบาทที่แข็งค่าจะช่วยประคองดัชนีหุ้นได้ในช่วงสั้น เพราะต่างชาติไม่รีบร้อนขนเงินกลับแต่ไม่ใช่ปัจจัยหนุนให้เงินทุนไหลเข้า แต่เงินบาทที่แข็งค่าส่งผลกระทบด้านลบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มส่งออก

ประเมินตลาดระยะสั้นยังไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ แนะเลือกเก็งกำไรหุ้นรายตัวที่คาดว่างบไตรมาส 2 จะออกมาดี เชียร์ BCPG-WHAUP เป็นหุ้น top pick

ขณะที่ “ปวริศา เลิศกิจคุณานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์ทางเทคนิค บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดตลาดแกว่งที่ 1,590-1,600 จุด ระยะสั้นยังผันผวนจากปริมาณการซื้อขายต่ำ นักลงทุนสลับกลุ่มเล่น ยก SVI-HANA เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ถูกขายออกจนราคาขยับเข้าใกล้แนวรับเชิงเทคนิค ประกอบกับค่าเงินบาทอาจมีแนวโน้มอ่อนค่าในระยะสั้น

ขณะที่ แนะนำ KKP เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้างราคาได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้วอาจมีแรงขายออกมา พร้อมคงเป้าดัชนีสิ้นปี ที่ 1,620-1,650 จุด และกรณีแย่สุดมองจะลงลึกไปที่ 1,550-1,520 จุด

ด้าน “สุกิจ อุดมศิริกุล” กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับลดเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้เหลือ 1,600 จุด จากเดิม 1,650 จุด หลังพบเงินทุนต่างชาติไม่ไหลเข้ามาลงทุน และบริษัทจดทะเบียนกำไรเติบโตน้อยเพียง 6% จึงไม่ดึงดูดการลงทุน รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากขึ้น

แนะลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ค้าปลีก จากแผนขยายสาขาต่อเนื่อง กลุ่มอาหารที่ราคาลงมาพอสมควรแล้ว รวมทั้งหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว!!

อินเด็กซ์ 51