บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชลประทาน รับมือพายุ 'เซินกา' เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นสูง

ชลประทาน รับมือพายุ ”เซินกา” ช่วง 24-28 ก.ค. ฝนตกหนักอีสาน-เหนือ-กลาง เตรียมพร้อม 24 ชม. เตือนคนอาศัย 2 ฝั่งเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำที่จะเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเมืองกรุงเก่าใน อ.เสนา และ อ.บางบาล...

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำเขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำที่เกิดจากพายุตาลัสไหลมาถึงแล้ว โดยเมื่อช่วงเช้าที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,468 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการแจ้งเตือน ให้ระมัดระวัง พายุเซินกา ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. จากการประชุม 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีขนาดเล็กกว่าพายุตาลัส และอาจเข้าแนวเดิม มีฝนตกหนักทางตอนกลางภาคอีสาน และภาคเหนือ อาทิ จ.แพร่ น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งผลกระทบของพายุเซินกา จะใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงจะไหลมาถึงสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้มีเวลาบริหารจัดการน้ำ

นอกจากนี้ ผลของพายุเซินกา อาจทำให้ฝนตกในพื้นที่ภาคกลาง ช่วงวันที่ 27-28 ก.ค.นี้ อาจทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบ แต่ทางกรมชลประทานได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเตรียมรับมือไว้ในพื้นที่แล้ว เพื่อเร่งสูบออกทางระบายน้ำหลัก ป้องกันผลกระทบ

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จากนี้ไประดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จาก 1,190 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่า ช่วงแรกไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จุดเฝ้าระวังที่เดิม โดยเฉพาะ คลองโผงเผง ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล, ต.บ้านกระทุ่ม และ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ไว้พร้อมแล้ว โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ในโซนภาคกลางเตรียมไว้ 500 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 40 เครื่อง พร้อมเข้าปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง.