วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จบแล้ว! บทสรุปละเอียดยิบ คดีลูกจ้างฝากเงิน 8 หมื่น เข้า 4 หมื่น ไม่พบพิรุธสาวแบงก์สักนิด!

รอง ผกก.สภ.วัดสิงห์ เผยเจ้าของร้านถอนแจ้งความคดีเงินล่องหน 4 หมื่น หลังเจ้าหน้าที่อัยการเรียกสองฝ่ายไปตกลง ผลสรุปทางธนาคารให้เงินเยียวยาเจ๊ 4 หมื่น ชี้พนักงานแบงก์ผู้นี้ไม่มีประวัติด่างพร้อย แบงก์กสิกรทำข้อมูลแจงยิบเป็นนาทีต่อนาที ไม่พบพิรุธสาวแบงก์...

(2 ย่อหน้าด้านล่าง สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดตามข่าวนี้มาก่อน) จากกรณีที่นางสายสุนีย์ อู๋เพชร อายุ 55 ปี เจ้าของร้านขายอาหารสัตว์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เข้าแจ้งความที่ สภ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2560 ในข้อหาลักทรัพย์ ภายหลังจากให้นายวชิระ อริยะพงศ์กรณ์ อายุ 41 ปี ลูกจ้างในร้านนำเงินสด จำนวน 80,000 บาทของตน มาเข้าบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาวัดสิงห์ โดยมีนางสาวจุฑารัตน์ เอี่ยมจุ้ย อายุ 30 ปี พนักงานสาวเป็นผู้รับฝาก ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2560 แต่เงินกลับเข้าบัญชีเพียง 40,000 บาท จนกลายเป็นเรื่องราวดราม่าในโลกออนไลน์ และอยากรู้คำตอบว่า ใครกันแน่ที่โกหก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์

จากนั้น เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2560 ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้จัดการสาขา ได้นำเงิน 4 หมื่นไปเยียวยา ให้แก่เจ้าของร้าน พร้อมให้ทั้งคู่เซ็นเอกสารว่า ต้องงดให้ข่าวกับสื่อ และถอนแจ้งความ ซึ่งทางเจ้าของร้านและลูกจ้าง ได้รับเงินและเซ็นเอกสารให้แก่ธนาคาร ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก จึงนำเงินไปคืนแก่ธนาคารกสิกรไทย สาขาวัดสิงห์ แต่ทางธนาคารไม่ยอมรับ และไม่ได้แสดงเจตนาว่าจะทำอย่างไรกับเงินจำนวนดังกล่าว ในวันที่ 29 มิ.ย.2560 ทางเจ้าของร้านจึงนำเงินไปมอบไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดสิงห์ พร้อมกับทำบันทึกขอยกเลิกสัญญาและขอคืนเงินให้แก่ธนาคาร

(คืบหน้าล่าสุด เริ่มตั้งแต่ย่อหน้านี้)
พ.ต.ท.สุทัศน์ นาคพงศ์ รอง ผกก.สส. ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.วัดสิงห์ กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ล่าสุด ทางสำนักงานอัยการได้เรียกนางสายสุนีย์ (เจ้าของร้าน) และนางสาวจุฑารัตน์ (พนักงานแบงก์ที่รับฝากเงิน) พร้อมทนายความของธนาคารกสิกรไทย ไปพูดคุยไกล่เกลี่ยคดีความดังกล่าว จนได้ข้อสรุปว่า ทางธนาคารจะนำเงินจำนวน 4 หมื่นบาท ซึ่งเป็นเงินเยียวยาไปมอบให้แก่นางสายสุนีย์ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นข้อผิดพลาดของทางธนาคารที่ทางลูกค้าเขียนใบฝากเป็นจำนวนเงิน 8 หมื่นบาท แต่พนักงานธนาคารอ้างว่ารับเงินมาเพียง 4 หมื่นบาทเท่านั้น พร้อมกับพิมพ์บนสลิปฝากเงินว่าเป็นจำนวนเงิน 4 หมื่นบาท โดยที่ไม่ท้วงติงหนุ่มลูกจ้างที่นำเงินมาฝาก

“ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องนางสาวจุฑารัตน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่อัยการได้สั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนางสาวจุฑารัตน์ ในข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งต่อมาภายหลังทางเจ้าของร้านและพนักงานแบงก์ตกลงกันได้ จึงเดินทางไปถอนคำร้องทุกข์ และสรุปว่า คดีนี้เป็นอันยุติ” พ.ต.ท.สุทัศน์ กล่าว

ส่วนประเด็นที่โลกสังคมออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่า พนักงานแบงก์คนดังกล่าว เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรของพนักงานแบงก์ผู้นี้แล้วหรือยัง พ.ต.ท.สุทัศน์ กล่าวว่า “พนักงานแบงก์คนนี้ไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลของเธอมาจากธนาคารกสิกรไทย ซึ่งระบุมาว่า พนักงานหญิงท่านนี้ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย หรือฉ้อโกง และในส่วนของข้อมูลเครดิตบูโร ทางธนาคารเขาก็คงตรวจสอบพนักงานของเขามาก่อนแล้ว และคิดว่าคงไม่มีประวัติด่างพร้อยอะไร

“นอกเหนือจากประวัติการทำงานของพนักงานแบงก์ท่านนี้ ทางธนาคารกสิกรไทยได้ระบุรายละเอียดเหตุการณ์ในวันที่หนุ่มลูกจ้างนำเงินมาฝากอย่างละเอียด เป็นนาทีต่อนาที โดยเริ่มตั้งแต่วินาทีที่พนักงานแบงก์เข้ามาทำงาน วินาทีที่พนักงานแบงก์รับฝากเงิน จนถึงวินาทีที่พนักงานแบงก์เลิกงานกลับบ้าน ซึ่งไม่พบพิรุธ และไม่พบการทุจริตของพนักงานแบงก์ใดๆ ทั้งสิ้น” พ.ต.ท.สุทัศน์ กล่าว

ส่วนประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันมากที่สุด ในเรื่องของพนักงานแบงก์แบ่งเงินออกเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนหนึ่งไม่นำเข้าเครื่องนับ เนื่องจากธนบัตรมีไม่มากนั้น พ.ต.ท.สุทัศน์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางฝั่งของพนักงานแบงก์ยืนยันว่า เขาได้รับเงินจากหนุ่มลูกจ้างมาเป็นจำนวนเงิน 4 หมื่น ซึ่งแบ่งเป็นธนบัตรชนิดละ 500 บาท จำนวน 4 ฉบับ และเป็นธนบัตรชนิดละ 1,000 บาท จำนวน 38 ฉบับ รวมธนบัตรทั้งสิ้น 42 ฉบับ

ในขณะที่ หนุ่มลูกจ้างยืนยันว่า เขานำเงินไปฝากกับพนักงานแบงก์ เป็นจำนวนเงิน 8 หมื่นบาท โดยแบ่งเป็นธนบัตรชนิดละ 500 บาท จำนวน 4 ฉบับ และเป็นธนบัตรชนิดละ 1,000 บาท จำนวน 78 ฉบับ รวมธนบัตรทั้งสิ้น 82 ฉบับ

ขณะที่ ผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ใครเอาเงินไป หรือเงินหายไปไหนนั้น พ.ต.ท.สุทัศน์ กล่าวในประเด็นนี้ว่า ทางกองพิสูจน์หลักฐาน ทำหน้าที่ตรวจสอบแค่เพียงว่า คลิปจากกล้องวงจรปิดที่ทางธนาคารกสิกรไทยส่งไปนั้น ไม่มีการตัดต่อ หรือแต่งเติมใดๆ ทั้งสิ้น มิใช่ว่าจะตรวจหาว่าเงินจำนวน 4 หมื่นหายไปไหน หรือใครเป็นผู้เอาไป.

อ่านข่าวเพิ่มเติม
ตัวละครใหม่โผล่! ดราม่าเงินหาย 4 หมื่น ไม่ยอมอวสาน แหล่งข่าวนิรนามชี้เงินอยู่ที่ตำรวจ!

อวสานดราม่า หนุ่มลูกจ้างฝากเงิน 8 หมื่น เข้า 4 หมื่น ผกก.คลายปม เจ๊ได้เงิน(เยียวยา)คืน!

รู้ยังตังค์ไปไหน? กสิกรไทยออกโรงแจง หลังรู้สาวแบงก์ ย่องคืนเงินหนุ่มลูกจ้าง 4 หมื่น

คืบหน้าล่าสุด ลูกจ้างฝากเงิน 8 หมื่น เข้า 4 หมื่น ยังไม่ชัดตังค์อยู่ที่ใคร!

มหากาพย์ยังไม่สรุป จ่อทวงผลตรวจคลิป พฐ. คดีลูกจ้างฝากเงิน 8 หมื่น เข้า 4 หมื่น

สรุปม้วนเดียวจบ ลูกจ้างฝากเงิน 8 หมื่น เข้า 4 หมื่น อีกนิดเดียว รู้ตัวคนโกหก!

ลูกจ้างฝากเงิน 8 หมื่น เข้า 4 หมื่นได้ทำงานปกติ เผยชะตากรรมล่าสุดสาวแบงก์เป็นแบบนี้?