วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพลอยากให้ปรับ ครม.

“นิด้าโพล” สำรวจความคิดเห็นของประชาชนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากับข่าว “การปรับ ครม.” ปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 80.32 เห็นด้วยที่จะให้มีการปรับ ครม. เพราะเห็นว่า คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันยังทำงานแก้ไขปัญหาได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพบางคนยังขาดประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ต้องการเห็นคนใหม่ๆที่เหมาะสมกับตำแหน่งเข้ามาทำงาน มีวิสัยทัศน์หรือนโยบายใหม่ๆ สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงของประเทศในทิศทางที่ดีขึ้น

มีเพียงร้อยละ 12.56 ที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการปรับ ครม.

ที่น่าสนใจก็คือ รัฐมนตรีที่ประชาชนอยากให้ปรับออกมากที่สุด อันดับ 1 ร้อยละ 18.40 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ อันดับ 2 ร้อยละ 9.04 คุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อันดับ 3 ร้อยละ 6.88 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เหตุผลที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ปรับ ครม.

ร้อยละ 45.12 ระบุว่า ผลงานที่ผ่านมายังไม่เป็นที่ถูกใจ แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด

ร้อยละ 30.80 ระบุว่า รัฐมนตรีบางคนมีความรู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง

ร้อยละ 28.56 ระบุว่า รัฐมนตรีบางคนมีประสบการณ์ไม่เพียงพอในการบริหารประเทศ

แม้จะเป็นความเห็นของกลุ่มตัวอย่าง แต่ก็เป็นความเห็นที่คนไทยทุกคนรู้สึกได้ กนง. คณะกรรมการนโยบายการเงินของชาติ ก็ยังออกมาระบุว่า จีดีพีปีนี้แม้จะโตขึ้น 3.5% แต่มีความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจที่เติบโตไม่ทั่วถึง (รวยกระจุก จนกระจาย) ทำให้ “หนี้เสีย” ของ “ธุรกิจเอสเอ็มอี” ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

การที่ จีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจเอสเอ็มอีกลับแย่ลง มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอลง กระทบไปทุกธุรกิจ สะท้อนถึง ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ว่า “โตแบบกระจุก แต่ไม่กระจาย” ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

จีดีพีที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นเพียง “มายาเศรษฐกิจ” ที่ ไม่สะท้อนเศรษฐกิจจริง ในประเทศ ที่มีแต่คนส่วนน้อยที่รวยขึ้นมาก มากจนสามารถดันจีดีพีให้โตขึ้นในระดับนี้ได้ ในขณะที่คนส่วนใหญ่กลับจนลง แต่ไม่มีผลทำให้จีดีพีลดลง

ผมเขียนหนังสือด้วยรักชาติบ้านเมือง อยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้าอย่างทั่วถึง ประชาชนทุกระดับมีความสุข เสียงสะท้อนจากความคิดเห็นเหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรจะรับฟังเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่านายกฯเองก็รู้ รัฐมนตรีคนไหนเก่งไม่เก่ง ทำงานเป็นไม่เป็น เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง

เขียนเรื่องนี้แล้วผมก็นึกถึง เติ้งเสี่ยวผิง มหาบุรุษร่างเล็กผู้พลิกแผ่นดินจีนสู่ยุคใหม่ในปัจจุบันกับเรื่องเล่าเรื่อง “เพื่อน” ที่เล่าขานและส่งต่อกันในไลน์

ผลงานหลายกระทรวง แทนที่จะแก้ปัญหาเดิมให้ดีขึ้น กลับสร้างปัญหาใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ จนรัฐบาลต้องสาละวนกับการแก้ปัญหาที่สร้างขึ้นเอง

ปัญหา พืชผลเกษตรตกต่ำ รัฐบาล คสช.บริหารประเทศมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม หน้าข้าวข้าวราคาตก หน้ายางยางราคาตก หน้ามันมันราคาตก หน้ามังคุดมังคุดราคาตก หน้าเงาะเงาะราคาตก หน้าลองกองลองกองราคาตก หน้าลำไยลำไยราคาตก ต้องระดมกันกินผลไม้ช่วยชาติช่วยเกษตรกรกันทุกปี ปีนี้โชคดีที่ทุเรียนราคาดี เพราะมีล้งจีนมาเหมาไปเกือบหมด ทำให้ราคาทุเรียนดีขึ้นตลอดฤดูกาล

สิ่งเหล่านี้เป็น ผลงาน ที่ ประชาชนทั่วไปรู้สึกได้ สัมผัสได้จริงๆ

ผมเชื่อว่า คนที่มีความรู้ความสามารถในด้านการบริหาร ยังมีอยู่มากมายในเมืองไทย ไม่งั้นไทยคงไม่เป็น “ครัวของโลก” มีคนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศกันมากมาย แม้แต่ใน โครงการประชารัฐ ก็มีคนเก่งนับไม่ถ้วน ขอเพียงนายกฯเอ่ยปากให้มาช่วยชาติแก้ปัญหาก่อนเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”