บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาถึงเซินกา! เช็กชื่อ 'พายุ' สุดแปลก ฮา ขนุน มังคุด บัวลอยก็มี!

คุณๆ เคยสงสัยกันมั้ย? ว่า "ชื่อพายุ" ต่างๆ ที่เขาเรียกกันนั้นมาจากไหน? วันนี้เราจะพาไปรู้จักที่มาของชื่อพายุ และเช็กชื่อพายุที่ตั้งชื่อไว้ ว่ามันจะมีความแปลกและแหวกขนาดไหน เพราะบางชื่อก็ฮาดี หลายชื่อก็เก๋ และมีความหมายกับแต่ละประเทศอย่างไร

ดังนั้นอันดับแรก เราต้องทำความเข้าใจเรื่อง "พายุ" กันก่อน กับข้อสรุปที่ทำไว้ให้เสร็จสรรพดังนี้

1. "พายุหมุนเขตร้อน" และ "พายุหมุนกึ่งเขตร้อน" จะได้รับการตั้งชื่อโดยศูนย์เตือนภัยต่างๆ เพื่อความสะดวกระหว่างนักพยากรณ์อากาศกับประชาชนทั่วไป ในการคาดการณ์ ผู้สังเกตการณ์ และการเตือนภัย

2. ระบบของพายุนั้น สามารถมีอายุนานกว่าสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น และในเวลาเดียวกัน ก็อาจมีพายุเกิดขึ้นได้มากกว่า 1 ลูกภายในแอ่งเดียวกัน การตั้งชื่อพายุจึงเกิดขึ้นเพื่อป้องกันการสับสนเกี่ยวกับพายุแต่ละลูก

3. การใช้ชื่อที่ระบุเฉพาะตัวของพายุหมุนเขตร้อนแต่ละลูก ต้องย้อนกลับไปหลายปี พร้อมกับระบบการตั้งชื่อตามชื่อสถานที่ หรือสิ่งต่างๆ ก่อนจะมีการเริ่มต้นการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ

4. การตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ มีใช้กับพายุที่ก่อตัวในแอ่งต่างๆ คือ 1. พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก 2. พายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิกตะวันตก 3. พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียเหนือ 4. พายุหมุนเขตร้อนในทางใต้-ตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย 5. พายุหมุนเขตร้อนในภูมิภาคออสเตรเลีย และ 6. พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้

5. รายชื่อพายุที่ก่อตัวทางมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนบนและทะเลจีนใต้ โดยมี 14 ประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ร่วมกันเสนอบัญชีรายชื่อเอาไว้ทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีเหนือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ลาว มาเก๊า มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

6. รายชื่อพายุที่ตั้งไว้มีทั้งหมด 140 ชื่อ แบ่งเป็น 5 ชุดหลัก ชุดละ 28 ชื่อ ไล่เรียงชื่อไปตามลำดับประเทศและดินแดน ที่เสนอมาตามอักษรโรมัน โดยมีข้อตกลงคือ

6.1 เมื่อมีพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางของพายุมากกว่า 34 นอต หรือ 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกลายเป็นพายุโซนร้อน พายุนั้นจะถูกตั้งชื่อ

6.2 ชื่อของพายุ จะเริ่มใช้ชื่อบนสุดของคอลัมน์หรือชุดที่ 1 ก่อน เช่น เมื่อมีพายุเกิดขึ้นมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางตามที่กำหนดในข้อ 1 เป็นลูกแรก พายุลูกนั้นจะมีชื่อว่า "ด็อมเร็ย"

6.3 เมื่อมีพายุลูกต่อไปเกิดขึ้นอีก และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางตามที่กำหนดในข้อ 1 พายุลูกนั้นจะใช้ชื่อที่อยู่ถัดลงมาในชุดที่ 1 เช่น พายุลูกที่ 2 จะมีชื่อว่า "ไห่ขุย"

6.4 เมื่อใช้จนหมดชุดแรกให้ใช้ชื่อแรกของคอลัมน์ที่อยู่ถัดไป เช่น พายุที่เกิดหลังพายุ "จ่ามี" จะใช้ชื่อ "กองเร็ย" ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ

6.5 เมื่อใช้จนหมดชุดที่ 5 ให้กลับมาใช้ชื่อแรกของชุดที่ 1 เช่น พายุที่เกิดหลังพายุ "เซาลา" จะใช้ชื่อ "ด็อมเร็ย"

6.6 หากพายุลูกใดมีความรุนแรงและสร้างความหายนะมากเป็นพิเศษก็ให้ปลดชื่อพายุลูกนั้นไป แล้วตั้งชื่อใหม่เข้าไปในรายการชื่อแทน

อย่างไรก็ตาม จากตารางจะเห็นได้ว่า รายชื่อที่มีตัวเลขกำกับ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อไปก่อนหน้า ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรุนแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือด้วยเหตุผลทางศาสนา ฯลฯ อย่างของพี่ไทยเอง ชื่อพายุ "บัวลอย" ก็ถูกเปลี่ยนมาจากชื่อ "รามสูร" ในปี พ.ศ.2558 นั่นเอง

เอาล่ะ...ดูกันให้ฉ่ำปอด กับล่าสุดพายุ "เซินกา" ต่อไปต้องเป็นชื่ออะไรนะ แล้วเมื่อไหร่จะถึงพายุที่ชื่อว่า "ขนุน" ของประเทศไทยกัน.