บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตยไม่มีศาลเตี้ย

เดือนสิงหาคมที่กำลังจะมาถึงกลายเป็น “เดือนแห่งการพิพากษา” คดีนักการเมือง เนื่องจากการพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับนักการเมืองก้าวมาถึงวันที่ต้องตัดสินหลายคดี มีระดับอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยถึง 3 คน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในคดีสลายการชุมนุมการเมือง

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งรับฟ้องคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2558 ในความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฐานไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ประเทศเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคม นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง เพื่อยึดอำนาจและทำลายพรรคเพื่อไทย โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้รับเคราะห์ คดีนี้คือการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายนิยมเผด็จการ ผู้พิพากษาไม่ได้มีเพียง 9 คน เพราะยังมีประชาชนอีกหลายสิบล้านทำหน้าที่ผู้พิพากษา

มีคำถามว่าถ้าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย สมควรหรือไม่ที่จะต้องเคารพกฎหมาย เคารพรัฐธรรมนูญ เคารพศาล ไม่กดดันศาล ยอมรับคำตัดสินของศาล ศาลที่จะตัดสินคดีนี้คือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ไม่ใช่เพิ่งจะตั้ง แต่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540

ส่วนรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ผ่านการลงประชามติเสียงข้างมากของคนไทยทั่วประเทศ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ บัญญัติไว้ตรงกันว่า การพิจารณาพิพากษาอรรถคดี เป็นอำนาจของศาล ซึ่งดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ไม่ได้บอกว่าการพิพากษาคดีเป็นอำนาจของประชาชน ไม่ว่าจะมากมายมหาศาลเพียงใด

ถ้าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องยอมรับว่า อำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติไม่มีอำนาจพิพากษาคดี ส่วนประชาชนไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ประเทศคอมมิวนิสต์ที่มี “ศาลประชาชน” แต่ในความเป็นจริงประชาชนทั่วไปก็ไม่มีอำนาจตัดสินคดี แต่ถ้ามีการปลุกระดมประชาชนเพื่อตัดสินคดีเอง จะกลายเป็นระบบ “ศาลเตี้ย” ไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

การที่รัฐบาลสั่งระดมกำลังตำรวจและทหารเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเวลาที่จะมีคำพิพากษาสำคัญๆ
ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา การที่กลุ่มผู้สนับสนุนจำเลยจะระดมประชาชนเพื่อให้กำลังใจก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าเป็นการรวมตัวกันอย่างสงบ เคารพกฎหมาย และพร้อมที่จะยอมรับ คำพิพากษา แต่ต้องไม่ใช่เพื่อกดดันหรือต่อต้านคำพิพากษา.