วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดยอด นร.ไทยหัวใจแกร่ง หอบมะเร็งระยะ 3 ไปคว้าชัย คณิตศาสตร์โอลิมปิก

สุดยอดนักเรียนไทย อายุเพียง 13 ปี แต่กำลังใจเปี่ยมล้นต่อสู้กับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 3 อย่างห้าวหาญ พาตัวเองไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกจนได้กำลังใจกลับมา บอกความฝันอันสูงสุดคือ เป็นหมอเฉพาะทางเพื่อรักษาโรคมะเร็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนจากโรงเรียนจินดามณี กทม. ได้เข้าร่วมแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก นานาชาติสิงคโปร์ ครั้งที่ 3 โดยได้รางวัลดังนี้ ด.ช.อัธเศรษฐ์ หรือ น้องซีเหวิน กนกวุฒิธำรง อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันประเภท Paper test

ส่วน ด.ช.สเตฟาน ควิ้นท อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันประเภท Maths Warriors และนางสาวมณิสรา หรือ น้องมุก จิรพรสุวรรณ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันประเภท Paper test โดย ด.ช.สเตฟาน กำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะที่ 3

ด.ช.สเตฟาน กล่าวว่า ตนชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะโตขึ้นอยากเป็นหมอไปรักษาคนไข้ ก่อนหน้านี้ตนยังชอบเล่นกีฬาเทควันโดจนสอบเลื่อนชั้นได้ระดับสายดำแดง ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของเด็กอายุไม่เกิน 14 ปี และเคยตระเวนเดินสายไปแข่งขันคว้าทั้งตำแหน่งแชมป์และรองแชมป์มาแล้วหลายสนาม

กระทั่ง รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 3 เมื่อเดือน พ.ย.2559 ก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาลรักษาตัวเองมาโดยตลอด แต่ยังมีกำลังใจที่ดีซึ่งได้รับจากคุณพ่อ คุณแม่ คุณหมอ พยาบาล ครู เพื่อนๆ ที่ทำให้เป็นแรงผลักดันในการฝึกฝนวิชาด้านคณิตศาสตร์จนทำให้ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

"ผมเป็นเด็กที่ไม่เคยขาดการติดต่อจากโลกโซเชียล เล่นหมดทั้งไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เกมออนไลน์ แต่ผมจะเล่นอย่างพอเหมาะพอควรโดยเฉพาะเกม จะเล่นแนวฝึกสมองเพื่อให้สมองได้ใช้งาน"

สำหรับเทคนิคการเรียนให้เก่งตามวิธีของตนนั้น คือจะไม่ท่องจำ แต่ต้องทำความเข้าใจ ตอนเรียนทำจิตใจให้สบาย ตั้งใจทำความเข้าใจในชั้นเรียนให้ได้มากที่สุด หากข้องใจให้ถามครูผู้สอนเลยทันที ซึ่งความเข้าใจจากในชั้นเรียนมีความสำคัญมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่จะไปเรียนพิเศษ หรือหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต

"โรคร้ายที่เป็นอยู่ผมยอมรับว่าอาจจะบั่นทอนกำลังกายไปบ้าง แต่ผมจะสู้ไม่ถอย และให้สัญญากับทั้งตัวเอง คุณพ่อ คุณแม่ ว่าจะขอสู้กับโรคร้ายจนหายดีเพื่อให้ได้เรียนจบเป็นหมอเฉพาะทางเพื่อรักษาโรคมะเร็งในอนาคตต่อไป"

นางสุมาลี พูลสระคู อายุ 57 ปี มารดาของน้องสเตฟาน กล่าวว่า ตนและ นายแฮร์มัน ควิ้นท อายุ 57 ปี สามีชาวเยอรมัน มี น้องสเตฟาน เป็นลูกชายคนเดียว ปัจจุบันครอบครัวทำธุรกิจด้านเครือข่ายไอที นำน้องสเตฟาน มาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่อนุบาล เห็นแววความฉลาดของลูกมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นจึงส่งเสริมทั้งด้านการกีฬาและวิชาการอย่างเต็มที่

กระทั่งลูกเริ่มมีอาการป่วยแรกเริ่มคือ มีไข้และต่อมที่คอบวมโต จึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อหมอวินิจฉัยลูกชายป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 ทำให้ทั้งตนและสามีเป็นทุกข์อย่างมาก แต่น่าแปลกใจเพราะแทนที่ น้องสเตฟาน จะจิตตกกับภาวะร่างกายของตัวเอง แต่น้องสเตฟาน กลับกังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เมื่อเป็นดังนั้นตนจึงให้อิสรภาพกับความตั้งใจเรียนของลูกเต็มที่จนลูกประสบความสำเร็จในที่สุด

"ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา น้องสเตฟาน ผ่านการฉายแสงไปแล้ว 20 ครั้ง ทำเคมีบำบัดหรือคีโม ไปอีก 6 ครั้ง หมอผู้ให้การรักษายืนยันอาการดีขึ้นตามลำดับ ครอบครัวจะดูแลเรื่องโภชนาการและแบ่งเวลาพาลูกไปเดินออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ"

หลังจากนี้แพทย์จะนัดอีกครั้งในช่วงเดือน ส.ค.เพื่อรับการตรวจแกลเลียมสแกน และซีทีสแกน ก่อนจะนัดฟังผลความคืบหน้าด้านการรักษาในช่วงเดือน ต.ค.นี้ โดยตนเชื่อว่าลูกจะหายดี เพื่อต่อสู้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับชาติในสนามต่อไป และจะพยายามสานฝันให้ลูกเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งให้ได้ตามที่ลูกใฝ่ฝัน

ขณะเดียวกัน นางวิธิตาม์ ตงเต๊า ผู้แทนชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาลพร้อมคณะ ได้นำช่อดอกไม้ไปมอบให้แก่นักเรียนทั้ง 3 พร้อมให้กำลังใจกับน้องสเตฟาน เพื่อต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป