บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำชีเพิ่มสูงอีก 45 ซม. เขื่อนลำปาวระบายน้ำ ท่วมนาข้าวกว่า 2 พันไร่

กาฬสินธุ์ ระดับน้ำชีเพิ่มขึ้นอีก 45 ซม. เตือนเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะเขื่อนลำปาวระบายน้ำเพิ่ม ทำท่วมนาข้าวกว่า 2 พันไร่ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ขอทางราชการเร่งช่วยเหลือ 

จากการติดตามสถานการณ์ลำน้ำชีในช่วงนี้ หลังจากที่มีฝนตกลงมา และยังได้รับมวลน้ำมาจากจังหวัดขอนแก่น และมหาสารคาม พบว่า ระดับน้ำชีได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยว ซึ่งล่าสุดพบว่า ระดับน้ำชีเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 45 เซนติเมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนที่อยู่ติดลำน้ำได้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เตือนให้ประชาชนที่อยู่ติดลำน้ำชีทั้ง 3 อำเภอ คือ อำเภอฆ้องชัย กมลาไสย และร่องคำ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ เนื่องจากระดับน้ำในลำน้ำชีได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยว จึงเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์เตือนภัยและรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดหากระดับน้ำถึงจุดใกล้วิกฤติให้เตรียมพร้อมอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ทันที

ขณะที่ เขื่อนลำปาวยังได้ระบายน้ำออกตามลำน้ำสายหลักทำให้พบว่าระดับน้ำตามลำน้ำสายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลำน้ำพาน ขณะนี้พบว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีน้ำไหลเข้าและเขื่อนลำปาวได้เพิ่มการระบายน้ำทำให้เอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้าน ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ และมีแนวโน้มที่น้ำจะเอ่อท่วมเพิ่มอีก

โดย นายเกรียงไกร กิริวรรณา นายอำเภอ เมืองกาฬสินธุ์, นายสุนทร บุญไสว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลุบ พร้อมเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้เข้าสำรวจพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากลำน้ำพาน เอ่อท่วมไร่นาจนได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งหาแนวทางป้องกันแก้ไขเนื่องจากจะมีพายุเข้ามาในพื้นที่อีกลูกในระยะนี้

นายเกรียงไกร กิริวรรณา นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทำให้มีน้ำท่วมขังพื้นที่ไร่นาของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลหลุบเป็นพื้นที่ลุ่มแอ่งกระทะเสี่ยงน้ำท่วมง่าย ประกอบกับเขื่อนลำปาว ได้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางเขื่อนต้องระบายน้ำออก จึงทำให้ลำน้ำพานหนุนสูง และท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ แล้ว 4 ตำบล คือ ตำบลลำพาน, ตำบลเชียงเครือ, ตำบลห้วยโพธิ์ และตำบลหลุบ มีพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการออกสำรวจและหาแนวทางช่วยเหลือแล้ว โดยการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามหลักเกณฑ์ จะช่วยเหลือ ไร่ละ 1,113 บาท ส่วนการแก้ไขระยะยาวจะได้เสนอการสร้างพนังกันน้ำในระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ต่อไป

นายสุนทร บุญไสว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลุบ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลหลุบถือว่า เป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมากที่สุด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากลำน้ำพานเอ่อท่วมนาข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เนื่องจากเขื่อนได้ทำการระบายน้ำตามลำน้ำสายหลัก และหากเขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำอีก น้ำอาจจะเอ่อท่วมนาข้าวและบ้านเรือนของชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านเฝ้าระวัง พร้อมเตรียมอพยพตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้าน นางอำพร เมทานุสร ชาวบ้านที่มาทำนาในพื้นที่บ้านดอนสนวน ต.หลุบ บอกว่า ก่อนหน้านี้ระดับน้ำยังไม่สูงขึ้น แต่หลังจากเขื่อนทำการระบายน้ำเท่านั้น ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำเอ่อท่วมนาข้าวของตน ที่เพิ่งจะทำการปักดำและหว่านปุ๋ย นาข้าวกว่า 5 ไร่ จมน้ำเสียหายทั้งหมด ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและหาแนวทางป้องกันในระยะยาว ส่วนการเยียวยานาข้าวที่ได้รับผลกระทบไร่ละ 1,113 บาท ตนบอกว่า ไม่พอค่าใช้จ่ายกับการลงทุนทำนาไป และไม่พอใช้จ่ายหนี้สินที่ไปกู้ยืมมา.