บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าปิดปาก เจ้าของกระบะ เหยื่อปล้น ไปถล่มฐานทหารใต้ หมกศพเบาะหลังรถ

โจรใต้สุดอำมหิต ดักปล้นรถกระบะชาวบ้านแล้วจับเจ้าของรถเป็นตัวประกัน นำรถไปเป็นพาหนะก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร.2513 ฉก.ปัตตานี 24 ทั้งปาระเบิด ยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามถูกทหารยิงตอบโต้ เกิดการปะทะดุเดือดนานราว 5 นาที เห็นท่าไม่ดีขึ้นรถเผ่นหนีพร้อมใช้ปืนกราดยิงใส่บ้านเรือนประชาชนใกล้ฐานเสียหาย 3 หลัง ระหว่างหลบหนีรถเสียหลักตกคลองชลประทาน คนร้ายหันไปยิงเจ้าของรถดับ แล้วทิ้งรถพากันหนีเข้าป่าไป ตำรวจคาดเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุ “คาร์บอมบ์” ห้างบิ๊กซี ปัตตานี

โจรใต้ปฏิบัติการสุดโหดปล้นรถชาวบ้านนำไปก่อเหตุโจมตีฐานทหาร ก่อนจะฆ่าเจ้าของรถทิ้ง โดยเหตุรุนแรงรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 23 ก.ค. ร.ต.อ.มานิตย์ ชนะกาญจน์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการร้อย ร.2513 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 บ้านท่าด่าน หมู่ 4 ต.ดอนรัก จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก. ปัตตานี และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง

พบเจ้าหน้าที่ทหาร 8 นาย ยืนคุมพื้นที่บริเวณด้านหน้าฐานอยู่ก่อนแล้ว หลังเกิดเหตุปะทะกับคนร้าย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบหลุมระเบิด 2 จุด อยู่บริเวณหน้าฐาน โดยมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณ รวมทั้งปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้า เป็นของคนร้ายตกเกลื่อนถนนกว่า 80 ปลอก นอกจากนี้ยังพบบ้านเรือนประชาชนใกล้ฐานถูกคนร้ายกราดยิงได้รับความเสียหาย 3 หลัง โดยหลังแรกบ้านเลขที่ 13 ของนางมณฑี พรหมสะอาด หลังที่ 2 บ้านเลขที่ 53/4 ของนายจิต ธนูสังข์ และหลังที่ 3 บ้านเลขที่ 53/3 ของนายประจักษ์ นิมมานรัตน์ ทั้ง 3 หลังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ต่อมา พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งพบรถยนต์ต้องสงสัยตกอยู่ในคลองชลประทานหมู่ 7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ห่างจากจุดปะทะไปประมาณ 3 กม. นำกำลังไปตรวจสอบ พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์4 ประตู สีขาว ทะเบียน ขค 7214 สงขลา ลักษณะเสียหลักหัวทิ่มอยู่ในคลองชลประทาน ตรวจสอบพบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะก่อเหตุโจมตีฐานทหาร ภายในรถพบศพนายสาแม มีนา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 1 ต.ปะกาฮารัง เจ้าของรถ เสียชีวิตอยู่ตรงพื้นวางเท้าเบาะหลัง มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะและแขนขวารวม 2 นัด ภายในรถยังพบ ปลอกกระสุนเอ็ม 16 กว่า 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าวถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5-6 คน ปล้นมาจากผู้ตายในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะนายสาแมขับรถเดินทางไปทำธุระตามลำพัง โดยคนร้ายได้จับตัวนายสาแมไว้ในรถเป็นตัวประกัน จากนั้นนำรถไปก่อเหตุโจมตีฐานทหาร ขว้างระเบิดชนิดไปป์บอมใส่ฐาน 2 ลูก และใช้อาวุธปืนสงครามทั้งเอ็ม 16 และอาก้า 3 กระบอก ยิงถล่ม จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นดุเดือดนานราว 5 นาที คนร้ายเห็นท่าไม่ดี พากันวิ่งขึ้นรถ และใช้ปืนกราดยิงใส่บ้านเรือนประชาชนใกล้ฐาน ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน แต่รถเกิดเสียหลักตกลงไปในคลอง ไม่สามารถหลบหนีต่อไปได้ คนร้ายจึงลงมือสังหารนายสาแมเจ้าของรถเป็นการฆ่าปิดปาก แล้วทิ้งรถพากันหลบหนีเข้าป่าไป

พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี เผยว่า คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุปล้นรถกระบะแล้วฆ่าเจ้าของรถนำไปก่อเหตุ “คาร์บอมบ์” ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้ทหารมีการเฝ้าระวังป้องกันตลอดเวลา คนร้ายไม่สามารถตีฐานและทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้ กลับถูกยิงตอบโต้จนต้องหลบหนี แต่รถเกิดเสียหลักตกคลองชลประทาน คนร้ายจึงยิงนายสาแมทิ้งก่อนหลบหนีไป หากคนร้ายพารถหลบหนีไปได้ เชื่อว่ารถคันดังกล่าวอาจถูกนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่อื่นๆแน่นอน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พร้อมสุนัขดมกลิ่นออกไล่ล่าคนร้ายแล้ว เชื่อว่าน่าจะถูกยิงบาดเจ็บด้วยในช่วงปะทะ และได้รับความช่วยเหลือจากแนวร่วมในพื้นที่ ได้กำชับให้ปิดล้อมตรวจค้นอย่างละเอียด เพื่อจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้

ส่วนที่ จ.ยะลา พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก.สภ.เมืองยะลา จัดชุดสายตรวจออกตั้งด่านลอยตามเส้นทางต่างๆที่จะเข้าสู่ตัวเมืองยะลา เน้นตรวจเข้มยานพาหนะทุกชนิดตลอดจนบุคคลต้องสงสัยที่เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองยะลา ตรวจสอบหมายเลข 13 หลักตัวบุคคลเพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคง และกลุ่มผู้ก่อเหตุตามปฏิทินบุคคลอันตรายกว่า 20 คน อย่างละเอียด รวมทั้งรถยนต์ 18 คัน ที่ถูกกลุ่มคนร้ายโจรกรรมไปตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มคนร้ายนำรถยนต์เข้ามาก่อเหตุ “คาร์บอมบ์”ในพื้นที่