บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกไม่ต้องแข่งกับใคร! เปิดบ้านผู้ชายอบอุ่น 'ผู้พันเบิร์ด' ทหารพระราชา (คลิป)

"ไม่มีความสำเร็จใด จะทดแทนความสูญเสียครอบครัวได้"  ผู้พันเบิร์ดกล่าว

ใช่ว่าเป็น "ทหาร" แล้วทุกอย่างจะต้องเข้มงวด โฮมมี่ จะพาไปดูอีกมุมของพ่อผู้พันคนหล่อ หล่อขนาดไหนไม่ต้องบอกกล่าว เพราะตำแหน่ง "พระเอก" การันตีอยู่แล้ว กับบทบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เอ่ยมาขนาดนี้ก็ต้องรู้กันแล้ว ว่าวันนี้ โฮมมี่ จะไปเปิดบ้านใคร?

"พันเอกวันชนะ สวัสดี" หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "ผู้พันเบิร์ด" ทหารจริง พระเอกจริง ไม่ต้องสแตนอินเลยทีเดียว วันนี้ โฮมมี่ ขอบุกบ้านย่านพระราม 5 ไปล้วงลับความอบอุ่นของครอบครัวสวัสดี และเคล็ดลับการเลี้ยงลูกชายวัย 4 ขวบของพ่อผู้พัน อันดับแรกขอพาชมบ้านผู้พันเบิร์ดก่อน

"บ้านหลังนี้เป็นบ้าน 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยมากพอสมควร เราอาศัยอยู่กันหลายคน มีผม ภรรยา ลูก และคุณพ่อผมรวมอยู่ด้วย บริเวณหน้าบ้านจะไม่มีพื้นที่มากนัก ส่วนด้านหลังมีพื้นที่เหลืออยู่มาก และผมก็ต่อเติมห้องทำงานเพิ่มขึ้นจากเดิม และยังเหลือพื้นที่ของต้นไม้บ้าง แต่พอมีมีน้องวิน จากพื้นที่ที่เป็นหินหลังบ้าน ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามเด็กเล่น โดยมีสนามหญ้าเทียม เพื่อให้น้องวินได้ทำกิจกรรมขณะอยู่ที่บ้าน"

"ส่วนมุมโปรดในบ้านของผม ก็คือ โต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ภายใต้ห้องทำงานที่ถูกออกแบบเพิ่มเติมมาทีหลัง แต่ตอนนี้กลายเป็นโต๊ะเลี้ยงลูก และห้องเก็บของเล่นลูกไปแล้ว และมุมทำงานก็คือโต๊ะกลางบ้านที่มีไว้ทำงานและรับประทานอาหารไปโดยปริยาย"

ทีนี้ เราไปฟังแนวคิดดีๆ จากปากผู้พันเบิร์ด และไปดูความน่ารักของน้องวิน ที่หน้าตาหล่อเหลาไม่ทิ้งเชื้อความเป็นพระเอกของคุณพ่อเลย ไปฟังพร้อมๆ กัน

แนะนำตัว

ผมเด็กชายวันวฤณณ์ สวัสดี หรือน้องวิน อายุ 4 ขวบครับ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ที่โรงเรียนจิตตเมตต์ครับ 

พูดไปพลางช่วยคุณพ่อชงกาแฟไป น้องวินหยิบจับโน้นนี่นั่น ดูขะมักเขม้นและตั้งใจอย่างมาก แม้ผงกาแฟจะหกเลอะเทอะเต็มโต๊ะ แต่คุณพ่อก็ไม่ได้ดุหรือว่ากล่าวน้องวินแต่อย่างใด พ่อเบิร์ดปล่อยให้วินได้ทำต่อ และบอกกับเราว่า

"เขาชอบทำกิจกรรมทุกอย่าง และอยากมีส่วนร่วมในทุกๆ อย่างที่เราทำ ซึ่งผมก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะน้องวินเองจะได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเรา และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ไปในตัวด้วย" ผู้พันเบิร์ด กล่าว 

รู้จักน้องวิน

น้องวินเป็นเด็กฉลาด ละเอียดอ่อน ช่างสังเกต และเหมือนจะโตกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ผมแทบไม่ต้องซื้อของเล่นให้ลูกเลย เพราะของทุกอย่างรอบๆ ตัว น้องวินสามารถเล่นได้หมด ไม่จำเป็นต้องซื้อของเล่นทุกอย่าง ลูกเราก็จะไม่ติดของเล่นแพงๆ ครับ แล้วเขาจะชอบช่วย ชอบทำโน่นทำนี่

อยากมีส่วนร่วม

เขาอยากทำ อยากเรียนรู้ในทุกๆ อย่าง ผมก็ชอบที่เขาเป็นแบบนี้ อย่างวันหยุดเราก็จะนำกะละมังมาใส่น้ำ แล้วสอนให้เขารู้จักซักผ้ากัน ชงกาแฟ กวาดบ้าน ซึ่งน้องวินก็ชอบทำ และมามีส่วนร่วมในทุกครั้ง มันเหมือนการสอนลูกของผม

ไม่ต้องการให้ลูกแข่งกับใคร

ผมไม่ได้ต้องการให้ลูกไปเเข่งขันกับใคร ตอนนี้น้องวินเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ที่โรงเรียนจิตตเมตต์ หากจบชั้นอนุบาลที่นี่ ผมก็มีเเพลนจะให้ลูกไปเรียนต่อที่โรงเรียนเพลินพัฒนาจนจบมัธยมเลย เพราะเป็นโรงเรียนเครือเดียวกัน ที่เน้นการเรียนการสอนแบบไม่แข่งขัน ถ้าน้องวินจะเขียนหนังสือได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ผมก็โอเคนะครับ

โรงเรียนสำคัญ

โรงเรียนนี้ดีมากนะครับ เขาจะคุยเรียกผู้ปกครองไปรับทราบพัฒนาการ พฤติกรรมของลูกเสมอ และอัพเดตให้ฟังว่า ในเทอมที่ผ่านมาลูกเป็นยังไง และทางโรงเรียนก็ยังสอดแทรกความรู้ให้พ่อแม่ด้วยว่า ไม่ใช่ให้ลูกเรียนรู้อย่างเดียว แต่พ่อแม่ก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน คือเรียนรู้ที่จะดูแลลูกด้วย

สวนกระแสไม่เรียนพิเศษ!

ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะสวนกระเเสได้สักแค่ไหนในเรื่องเรียนพิเศษ เพราะเหมือนกับมีคนเรียนกันเยอะ ถ้าน้องวินอยากเป็นนักกีฬาจริงๆ วิชาการนั้น ผมก็ไม่เอาดีกว่า อย่างที่ผมเลือกให้น้องวิน มันเปรียบเสมือนการสร้างเสาเข็มให้ลูก ในอนาคตมันจะสามารถสร้างเป็นตึกนับร้อยชั้นได้เอง

อนาคตน้องวิน

ถามว่าอยากให้เขาเป็นอะไร กับอาชีพทหาร ทุกวันนี้น้องวินได้ยินเพลงชาติ เขาก็ลุกขึ้นยืนตรงนะครับ แต่สำหรับผมก็เฉยๆ นะครับ อันนี้ก็แล้วแต่เขาเลย แต่สิ่งที่ผมอยากให้เขาเป็นที่สุด คือ นักกีฬา ผมฝันไว้ว่า อยากให้เขาเป็นนักเทนนิส ให้เขาได้ไปแข่งแกรนด์สแลม ไปออสเตรเลียนโอเพ่น วิมเบิลดัน ยูเอสโอเพ่น ผมก็หวังไม่สูงนะครับ (หัวเราะกันลั่น)

ลงทุนกับลูก

คือผมคิดว่า ผมอยากตั้งเป้าไว้ก่อน พอเราตั้งเป้าไว้ก่อน แล้วเราก็จะพยายามทำมันให้ได้ครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เราลงทุนไปกับลูก มันไม่มีคำว่าขาดทุน ผมตั้งเป้าหมายกับลูก แม้วันนึงถึงเราไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ระหว่างทาง เราก็จะได้ทำเต็มที่แล้ว แต่ถ้าเกิดเราไม่ตั้งเป้าไว้ มันอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ครับ

ทำไมต้องเทนนิส?

ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ผมพาลูกไปเล่นเทนนิส ถามว่าทำไมต้องเป็นเทนนิส เพราะผมเล่นมาก่อน แต่เอาจริงๆ มันเหมือนเป็นการตอบโจทย์ตัวเราเองมากกว่า ทุกอย่างที่คุยหรือแนะนำให้คนอื่นมันคือประสบการณ์ เหมือนเป็นการใส่ตัวเราในตัวเขานั้นเเหละ มันคือการถ่ายทอด เเต่ว่าการถ่ายทอด มันต้องมีความพอดี และไม่ยัดเยียด ผมไม่ได้ตั้งเป้าไว้ว่า...ไม่เป็น ไม่ได้

เรื่องของเทนนิส

เทนนิสเป็นกีฬาที่ใช้ทักษะหลายอย่าง มันใช้พลังเยอะมาก ถ้าเปรียบเทียบกับกีฬาประเภทอื่น เทนนิสใช้พลังเยอะที่สุด เพราะมีพื้นที่เล่นที่ต้องรับผิดชอบเยอะกว่ากีฬาอื่น

ฝึกลูกด้วยตัวเอง

ตัวน้องวินก็มีทักษะในด้านกีฬามาก ผมเองก็มีการฝึก เเละทำอุปกรณ์กีฬา เพื่อใช้ฝึกกันระหว่างพ่อลูก อะไรที่เขาควรได้รับ ผมก็จะใส่ให้เขา เรื่องดนตรี จินตนาการก็เช่นกัน เด็กในช่วงอายุอย่างน้องวินนั้น ต้องเน้นความสำคัญทางด้านร่างกายเป็นหลัก ถัดมาก็คือด้านจิตใจ 

แพ้ได้ ชนะได้

ผมมามีลูกตอนอายุมากหน่อย จึงเป็นห่วงเขามาก ดังนั้นการที่น้องวินจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง เขาต้องเป็นที่รักของคนรอบข้าง มันจะทำให้น้องวินอยู่ได้ในสังคม ผมจึงพยายามสอนเกี่ยวกับความมีน้ำใจ การแบ่งปัน รวมถึงยังใส่ความเป็นสุภาพบุรุษให้น้องวินด้วย แพ้ได้ ชนะได้ ไม่จำเป็นต้องชนะอย่างเดียว

เลี้ยงลูกให้อ่อนโยน

ผมจะให้ความสำคัญกับการสอนลูกด้วยความอ่อนโยนมาก ผมอยากให้น้องวินเป็นคนที่หนักแน่นทางอารมณ์ ไม่พลิ้วไหวไปตามความรู้สึกหรือตามกระเเส อยากสร้างความสบายใจว่า น้องวินอยู่ได้ด้วยตัวเอง ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป

ชีวิตที่เปลี่ยนไป

ตั้งเเต่มีน้องวินมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะมาก เวลาไปไหน ก็มักจะคิดถึงลูกเป็นอันดับแรก ผมย้ายที่ทำงาน เปลี่ยนแปลงหน้าที่การงาน เพื่อให้มีเวลาได้อยู่ลูกมากขึ้น

นิยามการเลี้ยงลูก

ผมมองตัวเองว่า เปรียบเสมือนเทรนเนอร์ เป็นเทรนเนอร์เรื่องชีวิตให้กับลูก มันมี 2 อย่าง ที่ผมทำ คือ 1. ใส่ประสบการณ์ที่ผ่านมาให้น้องวิน ใส่ประสบการณ์ของคนอื่นที่เคยรับฟังมาให้น้องวิน 2. ผมเป็นผู้ที่รับฟังลูก เพราะผมมองว่า เขาเเค่ต้องการคนที่รับฟังในสิ่งที่ระบายมาเเค่นั้นเอง

ทิ้งท้ายได้น่าคิด เกี่ยวกับ "โทรศัพท์มือถือ"

"ผมว่าโทรศัพท์มือถือ มันทำให้ความสามารถของเด็กหายไป เพราะฉะนั้นการที่เราจะทำให้ลูกของเรามีขีดความสามารถเหมือนคนอื่น จำเป็นต้องให้เขาออกห่างจากโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตครับ"



ไม่น่าเชื่อนะคะ โฮมมี่ เองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่า ผู้พันเบิร์ด คุณพ่อทหารคนเก่งของเรา จะมีแนวคิดในการเลี้ยงลูกแบบนี้ แต่ โฮมมี่ ได้ยินได้ฟังทัศนะของผู้พันแล้ว ก็น่าคิดและควรนำมาปรับใช้อย่างยิ่ง ส่วนตัวน้องวินก็เฉลียวฉลาด มาดจะนิ่งๆ หน่อย มีเชิงเล็กน้อย แต่เป็นเด็กมีเหตุผล และหัวไวมากค่ะ ใครอยากเห็นความน่ารักของน้องวิน ไปตามชมที่รายการ "The Return of Superman Thailand…ลูกจ๋าป๊ะป๋ามาแล้ว" เลยจ้า