วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สารวัตรเมืองหลวง เบอร์1 ประเทศไทย 'นฤวัต พุทธวิโร' ผมยืนจุดนี้เพราะฝีมือ!

คงจะใกล้หมดยุคเข้าไปทุกที สำหรับตำรวจไร้ฝีมือ ขาดระเบียบวินัย ไม่ทำงาน แต่กลับได้ดิบได้ดี มีตำแหน่งหน้าที่ในตร. ..สมัยนี้ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ ผู้บังคับบัญชา พากันดึงคนมีฝีมือเข้าร่วมงาน... เพราะนอกจากจะเป็นหน้าเป็นตาของหน่วยแล้ว ตำรวจเก่ง-ขยัน ยังส่งพลังบวกให้กับเพื่อนร่วมงานในสังกัด รวมถึงเกิดผลลัพธ์ที่ดีกับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

แน่นอนว่า ตำแหน่งหลักในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา การจัดวางตัวคนทำงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายอันเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนคนในประเทศ โดยเฉพาะกองกำกับสายตรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 รับผิดชอบตรวจตราความสงบเรียบร้อย เหตุอาชญากรรม พื้นที่หน้างานในกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงงาน การถวายอารักขาและถวายความปลอดภัยแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ 

และสำหรับตำแหน่งหลักอย่าง "สารวัตร 191" ซึ่งเปรียบเสมือนเก้าอี้ในฝัน ของตำรวจรุ่นใหม่ไฟแรงทุกยุค-ทุกสมัย หากใครมีพลังความสามารถเพียงพอ ก็อยากจะเข้ามาเป็นหนึ่งในทีมงานที่มีประสิทธิภาพระดับประเทศทั้งนั้น..... แต่....บอกไว้ก่อนค่ะว่า "ต่อให้คุณมีเส้นสาย หรือนายใหญ่แค่ไหน คุณก็ไม่มีวันได้รับสิทธิ์นั้น" เพราะคุณต้องเก่ง ต้องขยัน มีประสบการณ์ มีระเบียบวินัย ..ประกอบกับมีโอกาสที่ดี คุณถึงจะได้นั่งเก้าอี้ คุมเมืองหลวงขนาดย่อมๆ ... 

"ไทยรัฐ ออนไลน์" โดย Police Community เปิดตัวที่แรกสำหรับตำรวจโปร์ไฟล์ผลงานโดดเด่นในยุค 4.0 สารวัตรเต้ "พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ." หรือ "สารวัตรเต้" ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, นักเรียนบังคับบัญชา เป็นหัวหน้าหมวดปกครอง รร.เตรียมทหาร, ผู้ช่วยผู้บังคับหมวดกองร้อยที่ 3 ปกครอง นักเรียนนายร้อย, นักเรียนผลการเรียนดีเด่น นรต.รุ่น 59, รางวัลลักษณะทหารดี รวมไปถึงได้รับเสื้อสามารถในด้านกีฬาดาบสากล จากชมรมดาบสากล   

"ผมมีความตั้งใจจะสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่เรียนมัธยมต้น กระทั่งสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 43-โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 59 แรงบันดาลใจในการเป็นตำรวจ มาจากความชอบของตัวเองล้วนๆ หลังเรียนจบเข้ารับราชการครั้งแรก เป็นพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ชีวิตข้าราชการตำรวจ ไหลลื่นไปตามลำดับเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นๆ กระทั่งมารับตำแหน่งสารวัตรท่องเที่ยวภูเก็ต และได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา เข้ามาช่วยงานตำแหน่ง สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ดูแล บก.น.1-บก.น.3 พื้นที่กรุงเทพมหานคร ครับ" 

ภารกิจหลักของหน่วยงาน 191 

หน้าที่หลักของงานสายตรวจ 191 คือ การถวายอารักขาและถวายความปลอดภัยแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รถยนต์ออกตรวจตรา ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดจับ เน้นการควบคุมอาชญากรรมให้ได้มากที่สุด และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจกับประชาชน รวมทั้งเป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของตำรวจท้องที่ ในการอำนวยความสะดวก และบริการประชาชนเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ เป็นไปตามกรอบของบทบัญญัติทางกฎหมาย

"ตัวผมเองรับผิดชอบดูพื้นที่นครบาล 1-3 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร มีสถานที่สำคัญระดับประเทศให้ต้องเข้มงวดดูแลความปลอดภัย รวมไปถึงเหตุอาชญากรรมต่างๆ ทุกซอกมุมเมือง การระงับเหตุซึ่งหน้า การช่วยเหลือประชาชนตามที่ได้รับรองเรียน รวมไปถึงเหตุด่วนเหตุร้าย หากประชาชนเดือดร้อนแจ้งเข้าทางสายด่วน 191 จะจัดชุดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างทันท่วงที"

  

ผลงานการจับกุมที่ผ่านมา 

ในส่วนของด้านการปราบปรามอาชญากรรมนั้น ในช่วงที่ผ่านมาได้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นการระดมปิดล้อมชุมชนเพื่อกวาดล้างยาเสพติด การลักลอบจำหน่ายยาเสพติดโดยส่งทางไปรษณีย์และบริษัทขนส่งเอกชน, การปราบปรามการปล่อยเงินกู้นอกระบบ, การปราบปรามการค้ามนุษย์ และการจับกุมหมายจับค้างเก่า คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญและคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน ฯลฯ 

"จริงๆ แล้วตำรวจ 191 ทำทุกอย่างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเหตุซึ่งหน้า หรืออาชญากรรมทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนในสังคมทุกแง่มุม หากได้รับการประสานมา ไม่รีรอที่จะลงไปทำอย่างเร่งด่วน  เปรียบเหมือนเป็นม้าเร็ว เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ระงับเหตุทำงานร่วมกับเจ้าของพื้นที่แต่ละโรงพัก ดังนั้น หน้างาน หรือผลงานที่ผ่านๆ มา ค่อนข้างเยอะมาก"

ความมุ่งหวังที่จะให้เกิดขึ้นกับประชาชนจากการปฏิบัติหน้าที่

ผมเชื่อว่า ไม่เฉพาะผมหรือแค่ตำรวจ 191 ก็มุ่งหวังในทิศทางเดียวกัน คืออยากให้ประชาชนรู้สึกถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข อยากให้ประชาชนเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับตำรวจ อย่าติดภาพลักษณ์เดิมๆ เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว เชื่อว่าคณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามยกระดับเป็นสากล กำจัดปมด้อยขององค์กร ที่ถูกประชาชนมองในภาพลบ ทำทุกอย่างให้มีระบบที่โปร่งใสที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อประชาชนคนไทยทั้งสิ้น  

"สำหรับตัวผมเอง ผมอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ใกล้ๆ และพร้อมสำหรับการขอความช่วยเหลือให้คำปรึกษาในทุกๆ ด้าน ขอให้เดือดร้อนจริงๆ หรือไม่สบายใจ ไร้ทางออก อย่าไปคิดสั้นทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ สายด่วน 191 สแตนด์บายพร้อม ขออย่างเดียวว่าอย่าโทรเข้ามาเล่นๆ หรือป่วนเอาฮา เพราะความสนุกชั่ววูบของคุณ อาจแลกกับอีก 1 ชีวิตที่กำลังรอต่อสายโทรเข้ามาครับ" 


กำลังจะเกิดการปฏิรูปตำรวจครั้งประวัติศาสตร์ อยากให้หน่วยงาน 191 เปลี่ยนแปลงด้านใดบ้าง  

ผมอยากจะขอเรื่องสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อยนะครับ ตำรวจที่นี่ทำงานกันหนักมากจริงๆ เข้าเวรสายตรวจเสร็จ ออกเวรมาระดมตรวจค้นเป็นหมายต่อ แต่ทุกคนไม่มีบ่น ทำด้วยความเต็มใจ การเพิ่มสวัสดิการให้พวกเขา ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ปรับให้ทัดเทียมหรือใกล้เคียงกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ นี่ถือเป็นขวัญกำลังใจของคนทำงานที่จะขับเคลื่อนต่อไปครับ และสำหรับส่วนอื่นๆ ในหน่วยงาน 191 ผมว่าระบบมันดีอยู่แล้วครับ 

เหตุอาชญากรรม ภัยสังคมที่ต้องเร่งแก้

ปัญหาทุกอย่างต้องเร่งแก้หมดครับ โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรม ไม่มีเรื่องไหนใหญ่กว่า หรือเล็กกว่า เพราะถ้าหากมันคือความปลอดภัยของประชาชน มันคือชีวิตทรัพย์สินของส่วนรวม นี่คือปัญหาที่ตำรวจทุกนายต้องเร่งแก้ พร้อมตีโจทย์ให้แตก โดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปราม หากมานั่งแก้ตอนเหตุมันเกิดขึ้นแล้วทุกๆ เคส ผมว่ามันช้าไป ...

"ตัวผมเองก็คิดต่อยอด คิดเป็นการบ้านอยู่ตลอดทุกวัน ว่าเราจะปรับเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร-ต้องป้องกันแบบไหน เหตุเหล่านี้จึงจะน้อยลง หรือไม่เกิดขึ้นเลย ดูเป็นเรื่องยากนะครับ แต่ถ้าเราร่วมด้วยช่วยกัน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ " 

ยึดถืออะไรเป็นเป็นแบบหลักในการทำงาน 

ผมยึดถือตามแนวทางการทำงานของบุคคล โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา ที่เป็นตัวอย่างในด้านดีๆ ให้เราได้ปฏิบัติตาม ไม่ต้องไปมองอื่นมองไกล เอาใกล้ๆตัวเราเลยครับ โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ผมเคยได้มีโอกาสเป็นนายตำรวจติดตามท่านสมัยเป็น รอง ผบช.ก. และเป็น ผบช.ภ.2 ท่านเป็นตำรวจที่มีความรู้สูงมาก และเป็นคนเก่งมาก แต่ท่านจะไม่เคยยกยอตนเองหรือแสดงออกว่าท่านรู้ในทุกๆ เรื่อง ท่านให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาทุกๆ ระดับ (รวมทั้งชั้นประทวน) ได้แสดงความคิดเห็นในทุกโอกาส ท่านเป็นคนดีมีเมตตากับทุกๆ คนทั้งตำรวจและประชาชนทั่วไป ซึ่งผมจะพยายามยึดถือเป็นแบบอย่าง

ส่วนท่านที่ 2 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ผมโชคดีมากได้มีโอกาสทำงานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่าน ตอนท่านเป็นหัวหน้าหน่วยงานถึง 2 หน่วย สมัยผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ผมเป็นสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และปัจจุบันท่านเป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ผมเป็นสารวัตรงานสายตรวจ 1 กองกำกับสายตรวจ คงพูดได้เต็มปากว่าผมได้มีโอกาสรับนโยบายและแนวทางการทำงานจากท่านเยอะมาก ในมุมมองของผมท่านเป็นตำรวจที่มีความรักในองค์กรมาก ผมทำงานกับท่านยังไม่เคยได้ยินคำว่าเรื่องนี้เอาไว้ก่อน เรื่องนี้ไม่เป็นไร มีแต่เรื่องนี้สำคัญอย่างนี้ เรื่องนี้สำคัญอย่างนั้น ตัวผมเองก็จะพยายามปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ครับ

"จริงๆ แล้วผมมีผู้บังคับบัญชาในหัวใจอีกหลายท่าน ทุกคนให้โอกาสผมเรียนรู้ สอนงานผม ชี้แนะแนวทางสู่ความสำเร็จ ทุกความดีงาม สิ่งดีๆ ในตัวทุกๆท่าน มันจะถูกหล่อหลอมออกมาเป็นผม ตั้งใจเป็นตำรวจที่ดี ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป "

.....และทั้งหมดนี้เป็นเรื่องชีวิต แนวคิด การทำงาน พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ.  อีก 1 นายตำรวจที่ใครหลายคนคงต้องจดจำชื่อเขาเอาไว้ .... ถึงแม้วันนี้ฝีไม้ลายมือลงพื้นที่ทำงาน ความมีวินัยในด้านต่างๆ ของ สารวัตรเต้ จะยังไม่เปล่งแสงเจิดจรัสเทียบเท่ารุ่นใหญ่ในแวดวงตำรวจ แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ...หลังจากได้อ่านประวัติความเป็นมา วิสัยทัศน์การทำงานผ่านบทความข้างต้น... ชื่อชั้นของ "นฤวัต พุทธวิโร" จะค่อยๆ ไต่ระดับ และถูกจับตามองด้านผลงาน นับจากนี้เป็นต้นไป  

Police Community