วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ครูหยุย' แย้ง ชง 'จำคุก-ยุบพรรค' ไพรมารีโหวต ผิดหลักการ

"ครูหยุย" ชี้วงถก กมธ.ร่วม จะเพิ่มเติมโทษ "จำคุก-ยุบพรรค" ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองไม่ได้ ด้าน "อุดม" ชี้เหตุ กรธ.ชงแก้ "ไพรมารีโหวต" เพื่อให้เดินหน้าต่อได้

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.60 นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย กล่าวถึงข้อเสนอการทบทวนร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ให้มีการระบุโทษจำคุกและยุบพรรค หากพบมีการทุจริตในขั้นตอนการทำไพรมารีโหวต ว่า ปกติแล้วการทบทวนร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย จะไปเพิ่มเติมเนื้อหากฎหมายไม่ได้ เพราะการเสนอบทลงโทษประเด็นโทษจำคุกและการยุบพรรคในขั้นตอนไพรมารีโหวตนั้น ไม่ได้อยู่ในเนื้อหากฎหมายที่ สนช.ลงมติเห็นชอบไป แต่เป็นข้อเสนอที่ไปเพิ่มขึ้นมาใหม่ จึงต้องรอหารือในการประชุม กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายในวันที่ 25 ก.ค.นี้ว่า สามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะโดยพื้นฐานการทำงานแล้ว กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย จะทำได้แค่เพียงปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา  

ด้าน นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ร่วมกัน ต้องเริ่มต้นพิจารณาว่าข้อโต้แย้งของ กรธ.ที่เสนอนั้นจะรับหรือไม่รับพิจารณาเพื่อแก้ไขเนื้อหา แม้ กรธ.จะพูดคุยกับเจ้าของแนวคิด แต่ก็ยังไม่ทราบแนวคิดของ สนช.ที่เป็น กมธ.ว่าคิดเห็นอย่างไร ทั้งนี้การเสนอแก้ไขระบบไพรมารีโหวตนั้น เพื่อให้ระบบสามารถเดินหน้าไปได้

นายอุดม กล่าวต่อว่า สำหรับมาตราที่ กรธ.เสนอขอแก้ไข อาทิ มาตรา 35 ว่าด้วยการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองในเขตเลือกตั้งในจังหวัด กลุ่มมาตราว่าด้วยการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ด้วยระบบไพรมารีโหวต อาทิ มาตรา 47 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 52 และมาตรา 138 ว่าด้วยการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทุกเขตเลือกตั้ง ที่พรรคการเมืองมีสาขาหรือตัวแทนพรรคในจังหวัด และการเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยบทลงโทษต่อกรณีทุจริตไพรมารีโหวต.