บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นี่คือการรักษา! ผอ.แจงยิบ ดราม่าสาวถูกงูกัด ใส่เครื่องช่วยหายใจ รอ 4-5 ชม. ถึงฉีดยา

โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี แจงดราม่ารอบ 2 เคสนี้ ปมดราม่าสาวถูกงูกัด ใส่เครื่องช่วยหายใจ โพสต์นอนรอ 4-5 ชม. กว่าจะมาฉีดยาให้ ผอ.รพ.ชี้ นี่คือการรักษา ใส่เครื่องช่วยหายใจ วินิจฉัยพิษ ดูอาการแพ้ คือการรักษา ยืนยัน สั่งเซรุ่มรอตั้งแต่ถูกส่งตัวมาถึง รพ. ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก ถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว 

เป็นเรื่องดราม่าหนที่สองแล้ว กรณี โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี หลังจากก่อนหน้านี้ มีเรื่องเด็กชายเสียชีวิตจากเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ซึ่งทาง นายแพทย์สาธิต รัตนศรีทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ได้ชี้แจงประเด็นญาติสงสัยว่าทางโรงพยาบาลได้ปล่อยให้น้องรอกระทั่งเสียชีวิต ว่า ทาง รพ.ไม่ได้ทิ้งขว้าง แพทย์วินิจฉัยดูแลอาการอย่างใกล้ชิดตลอด แต่เนื่องจากโรคที่น้องเป็นค่อนข้างรุนแรง (อ่านข่าว ไม่ได้ปล่อยทิ้งขว้าง! เส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ผอ.รพ. เล่าวินาทีเด็กชายรอรักษาจนตาย)

ล่าสุด ก็มีกรณีใหม่เกิดขึ้น เมื่อเด็กสาวถูกงูกัด เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และโพสต์ข้อความ “ถึง รพ.ประมาณ 4-5 ชั่วโมงแล้ว กว่าหมอจะมาฉีดยาให้ ได้แต่ใส่เครื่องช่วยหายใจ” เรื่องนี้ นายแพทย์สาธิต ได้ชี้แจงผ่านทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า เคสนี้เป็นเคสที่ถูกงูเห่ากัด ถูกส่งตัวมาจาก รพ.ชุมชน ตอนที่อยู่ รพ.ชุมชน คนไข้มีอาการกลืนลำบาก จึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งตัวต่อมาที่ รพ.พระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี

หลังจากนั้น ก็พาเข้ารักษาที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน เพื่อรอดูอาการ เนื่องจากพิษของงูนั้นมี 2 ลักษณะ คือ 1.ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทขั้นรุนแรงสุด คือ ทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจ 2.ออกฤทธิ์ต่อระบบเลือด ทำให้เลือดไหลไม่หยุด หรือหยุดยาก

แพทย์ได้ทำการตรวจวินัจฉัยทั้ง 2 ลักษณะ และวินิจฉัยว่า น่าจะมีพิษต่อระบบประสาท ซึ่งคนไข้ใส่เครื่องช่วยหายใจมาตั้งแต่ รพ.แรกแล้ว ซึ่งนี่คือหนึ่งในวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง เพราะถึงแม้จะให้เซรุ่ม ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะไปทำลายพิษงูได้หมดหรือไม่ และการใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจ จะเป็นการรักษากับคนไข้มากที่สุด

“เราไม่รู้ว่าพิษเข้าไปในร่างกายน้องเขามากน้อยแค่ไหน แต่เมื่อน้องถูกส่งตัวมา เราก็สั่งเซรุ่มให้น้องไว้แล้ว เพียงแต่การวินิจฉัยว่าพิษดังกล่าวจะเป็นพิษมีผลต่อทางเลือดหรือไม่ แพ้ยาหรือไม่ จากนั้นได้ย้ายคนไข้ออกจากห้องฉุกเฉินมาที่หอผู้ป่วย เพื่อดูอาการว่าแพ้หรือไม่ ซึ่งตึกผู้ป่วยจะมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดกว่าในห้องฉุกเฉิน หลังจากให้เซรุ่มแล้ว ก็ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจไว้ เพราะไม่รู้ว่าเซรุ่มดังกล่าวที่ให้ไปกำจัดพิษได้หมดหรือไม่ เนื่องจากการกำจัดพิษนั้นต้องอาศัยเวลาด้วย”

ปัจจุบัน น้องผู้หญิงคนนี้สามารถหายใจได้ด้วยตัวเองได้แล้ว สอบถามอาการพบว่า “ไม่เหนื่อย” แต่เพื่อความปลอดภัย เราจึงยังไม่เอาเครื่องช่วยหายใจออก นอกจากนี้ น้องคนนี้ยังมีปัญหาเรื่องแผลอักเสบ แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแล้ว แต่ก็ต้องรอดูว่าสามารถฆ่าเชื้อได้หมดหรือไม่ ถ้าไม่หมดคงต้องใช้การผ่าตัดเข้าช่วย ทั้งนี้เราดูอาการอยู่ แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดคาด พรุ่งนี้น่าจะเอาเครื่องช่วยหายใจออกได้

ทั้งนี้ ผู้ที่โพสต์ภาพดังกล่าว ได้ลบภาพออกแล้ว พร้อมกล่าวขอโทษกับทางโรงพยาบาล แต่เราก็เข้าใจเขา เพราะเขาโพสต์ข้อความด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ และไม่เข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้สามารถสอบถามกับบุคลากรทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะโพสต์อะไร ก็อยากให้ใช้วิจารณญาณด้วย เพราะบางครั้งอาจจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งไม่ใช่แค่ของโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี แต่เป็นของโรงพยาบาลทั่วประเทศกระทบต่อขวัญและกำลังใจ.