บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ท็อป-นุ่น’ ผุด ‘เริ่มที่เรา’ ชวนคนดังทำดีแบบง่าย ยังไม่คิดมีลูก ชีวิตรักแค่นั่งดูละคร กินข้าวกันก็มีความสุข

ถึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆเพียง 3 นาที แต่ถ้าสามารถจุดประกายเปลี่ยนความคิดให้คนในสังคม เริ่มต้นทำเรื่องดีๆได้ ก็ตรงเป้าหมายของคู่รักผู้ผลิตรายการ “ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร” และ “นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ที่ตั้งใจทำรายการ “เริ่มที่เรา” ชวนคนดังร่วมทำดีง่ายๆด้วยแนวคิดว่า ถ้าเราเริ่มทำเรื่องดีๆอะไรสักอย่าง ใครก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องยากๆ แค่เริ่มที่ตัวเราเอง ออกอากาศทุกวันอังคาร 17.57–18.00 น. ทางช่องไทยรัฐทีวี นอกจากตั้งใจทำดี ทั้ง “ท็อป-นุ่น” ยังอัพเดตชีวิตคู่ ณ วันนี้ ท็อป “เราก็ดึงเอาความสนใจของแขกรับเชิญแต่ละคนมาทำประโยชน์ได้แบบบางทีก็นึกไม่ถึง รายการนี้ไม่มีพิธีกร ให้แขกรับเชิญเล่าเรื่องเองด้วยการได้ทำสิ่งที่เค้าอยากทำ เช่นผมก็ไปตัดต้นไม้ นุ่นก็ทำขนม น้ำไปให้คุณตำรวจที่ในป้อม หรือดีเจมะตูม ไปช่วยเข็นรถให้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาล”

ไม่เคยหลุดโฟกัสการช่วยสังคม?

ท็อป “บางทีเราได้เห็นได้เจอมันก็เอามาต่อยอด ผมว่าการที่เราอยู่ในวงการที่ทำได้มุมนึงคือการสื่อสาร เลยได้มาคุยกับพี่ๆที่ไทยรัฐทีวี และสปอนเซอร์ที่เคยช่วยเรา”

ถามเรื่องความแรงของละครบ่วงเสน่หา?

นุ่น “ฟีดแบ็กดีมากแบบไม่น่าเชื่อจริงๆ ความรักที่มันมีความหลากหลายทางเพศมันมีอยู่แล้วแต่การชิงรักหักสวาทที่มันมะรุมมะตุ้มกันอยู่ชายๆหญิงๆยังไม่ค่อยมีใครทำ เราก็มองแจ็คเป็นศัตรูหัวใจตั้งแต่เล่นละครมาเรื่องนี้เครียดที่สุด อย่างตอนเรื่องบ่วงที่เป็นผีเนี่ย คิดอะไรก็ใส่ออกมามันเป็นความคิดชั้นเดียวแต่เรื่องนี้เจ็บแต่ต้องทนรู้สึกแต่ต้องกลั้น คือมันซับซ้อน” ท็อป “ตอนแรกที่นุ่นอ่านบทผมก็ตกใจ ผมก็นั่งทำงาน อ้าว เมียเป็นอะไรเนี่ยนั่งอยู่ดีๆร้องไห้ เรายังไม่ทำอะไรเลย เราผิดอะไร” นุ่น “มันโหดจริงค่ะ ความลงตัวของเรื่องนี้คือเป็นผู้กำกับยุคใหม่ เค้าอยากให้ภาพมันดูแบบโมเดิร์นและมีความแซ่บของละครอยู่ เจอพี่กัปตัน เจอน้องอัค น้องตูมตาม เจอทุกคนแบบมาเต็ม เหมือนไม่มีใครยอมใคร เราต้องเป็นเมียหลวงแบบคูลเท่ๆ ละครเรื่องนี้เดาไม่ได้เลย บทมันค่อยๆมา นักเแสดงก็ลุ้นว่าจะเจออะไร”

ได้ยินว่าท็อปสามีก็ติดละครไปกับภรรยา?

ท็อป “ไม่เคยติดเรื่องอื่นเลยนะ ติดถึงขั้นรีบกลับบ้านมาดู อยู่ข้างนอกก็ต้องหาที่ดู”

ชื่นชมการแสดงของภรรยาบ้างมั้ย?

ท็อป “ชื่นชมอยู่แล้วครับ เราจะเห็นเบื้องหลัง เค้ากลับมาถึงบ้านก็จะเห็นเค้านอนเหนื่อยหมดพลัง ผมไม่ค่อยไปกองถ่ายนุ่นแต่เรื่องนี้บางทีก็เป็นห่วง ต้องไปรับกลับมา” นุ่น “ใช่ค่ะ เพราะว่าไมเกรนขึ้น ปกติไม่เป็น เรื่องนี้มันใช้พลังข้างในเยอะมาก ไมเกรนขึ้นจนพี่ท็อปต้องมารับทำงาน 10 กว่าปีเพิ่งเคยมารับ เรื่องนี้สุดจริง”

เรียกว่าละครทำให้นุ่นและท็อปมีกิจกรรมร่วมกัน?

ท็อป “ใช่ครับ ไม่เคยมานั่งดูทีวีแบบจันทร์-อังคาร ขนาดนี้มาก่อน ต้องรีบกลับเลย”

ชีวิตรักหลังๆมีรูปคู่หวานขึ้น?

ท็อป “ช่วงก่อนหน้านี้ผมกับนุ่นทำงานกันหนักมาก ปีนี้เลยคุยกันว่า ปีนี้จะลดหน่อยจะได้มีเวลาให้เรา 2 คนมากขึ้น เพราะถ้าทำงานหนัก เดี๋ยว ก็ทะเลาะกัน” นุ่น “ตั้งแต่หลังแต่งงานเราทำงานด้วยกันโปรเจกต์เยอะ มันเครียดค่ะ อย่างการเล่นละครเป็นการเบรกให้นุ่นไม่เจอเค้า 3-4 วันต่อสัปดาห์” ท็อป “ที่ผ่านมางานเยอะที่เครียดทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง วันที่คุยกันว่าถ้าลดลงบ้าง เราทำงานตรงนานา แต่ไม่เคยไปเดินแถวนั้น หลังๆมีโอกาสพาเค้าไป” นุ่น “เรียกว่าน้ำตาจะไหล เพิ่งพานั่งรถไฟฟ้าไปกินข้าวในห้าง ตั้งแต่ไปอยู่เนี่ย นุ่นยังไม่เคยได้ออกมาเลย เลิก 2-3 ทุ่มแบบนี้แต่หิ้วแบกของกลับบ้าน” ท็อป “เราคุยกันตั้งแต่ต้นปีแล้วพยายามเคลียร์งานรับงานน้อยลง”

ชีวิตคู่หวานขึ้นด้วยมั้ย?

นุ่น “เหมือนเดิมค่ะ (ยิ้ม)”

เรื่องลูกพร้อมมีรึยัง?

ท็อป “ตอบเหมือนเดิม คือมันจะมีบางช่วงที่แกว่งๆนิดหน่อยว่าที่ตัดสินใจไปเนี่ยมันถูกต้องมั้ย เพราะเพื่อนๆหรือผู้ใหญ่ท่านอื่นๆบางทีก็มาแนะนำ เพื่อนคุณพ่อผมท่านเป็นรัฐมนตรีก็บอกว่าเนี่ยประเทศไทยของเราอัตราการเกิดของเด็กน่าเป็นห่วง กลายเป็นเรื่องระดับประเทศ อาพูดแบบนี้ขึ้นมา เราต้องช่วยเหลือประเทศ (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ยังครับ”.