วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มท.เต้น! สั่งสอบโกงเงินทอนดอกไม้จันทน์ งานพระบรมศพฯ ขีดเส้น 7 วันจบ

ปลัด มท.สั่งการ ผวจ.ชัยภูมิ ตั้ง กก.สอบเงินทอนดอกไม้จันทน์ ชี้ปมฝ่ายปกครองจับ ตร.พกปืนหน่วยปฏิบัติเข้าใจผิด ย้ำให้รีบเคลียร์คดีความไม่ให้บานปลาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.60 นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ามีเงินทอนจากการทำดอกไม้จันทน์ ที่จะใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ว่า จากรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และนายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงินทอนดอกไม้จันทน์ตามที่นายวิลาศระบุ โดยผู้ว่าฯชัยภูมิ รายงานว่างบประมาณการทำดอกไม้จันทน์ไม่ผ่านจังหวัด แต่เป็นงบจาก 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบกรณีการจัดวิทยากรฝึกอบรมทำดอกไม้จันทน์เท่านั้น

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามกระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้รายงานกลับมาที่กระทรวงมหาดไทยภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันนี้ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการภายใน เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย พร้อมกันนี้ฝากถึงประชาชนหรือบุคคลใดที่มีเบาะแส หรือหลักฐานการทุจริตเงินทอนดอกไม้จันทน์ ให้ส่งข้อมูลมาที่ตนโดยตรงได้ทันที

นายกฤษฎา ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายปกครองและอาสารักษาดินแดน (อส.) ตั้งด่านจับกุมตำรวจยศ ส.ต.ต.ซึ่งปฏิบัติงานพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในข้อหาพกพาอาวุธขัดคำสั่ง คสช.ว่า หลังทราบข่าวได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว โดยเป็นความเข้าใจผิดของหน่วยปฏิบัติ ซึ่งได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง หาทางออกและแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะคดีความ ที่ 2 ฝ่ายทราบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น เพื่อยุติเรื่องดังกล่าวไม่ให้บานปลาย ส่วนหากเรื่องนี้จะทำให้เกิดความไม่สบายใจนั้น ในฐานะหัวหน้าต้นสังกัด พร้อมขอโทษและยืนยันไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง หรือมีความขัดแย้งกับตำรวจอย่างใด ทั้งนี้การพกอาวุธจะมีระเบียบปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน แต่หากจำเป็นคงต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพราะหน้าที่ของฝ่ายปกครอง คือ การดูแลความสงบเรียบร้อย ดังนั้นจากนี้จึงกำชับแนวทางปฏิบัติให้เพิ่มการใช้ดุลพินิจ และอาจยืดหยุ่นในบางกรณี แต่จะต้องไม่ให้ประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยลดลง