วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครูวอนช่วย‘กิมเตี๋ยน’ด.ญ.ป.2พังงาป่วยโรคประหลาด1ในล้าน พ่อขายบ้านรักษา

ครูโพสต์เฟซบุ๊กวอนสังคมช่วยเหลือ "น้องกิมเตี๋ยน" ลูกศิษย์ตัวน้อย เด็กหญิง ป.2 ที่พังงา ป่วยโรคเกี่ยวกับเลือด ต่อมน้ำเหลือง ที่พบได้หนึ่งในล้าน ครอบครัวยากจน พ่อต้องขายบ้านมารักษา ซ้ำยังตกงาน จนมีคนมากมายแชร์ต่อ พร้อมโอนเงินช่วย

วันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระดมทุนช่วยเหลือเด็กหญิงชั้น ป.2 เป็นค่าแพมเพิร์สระหว่างรักษาโรคประหลาด ซึ่งพบเพียง 1 ในล้าน จนมีคนจำนวนมากแชร์ต่อๆ กัน พร้อมทั้งโพสต์ให้กำลังใจน้องอย่างต่อเนื่อง และมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อสมทบค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น แพมเพิร์ส อุปกรณ์ทำแผล ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ที่พัก ค่าใช่จ่ายระหว่างพักรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด น.ส.อลิสตรา อ่อนอัด หรือ ครูอีฟ ครูประจำชั้น ป.2 โรงเรียนวัดเหมืองประชาราม อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “อลิสตรา อะกาลิโก” อีกครั้ง เพื่อขอบคุณผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ได้ให้การช่วยเหลือ ด.ญ.กีรติญาภา จันทร์หอม หรือ น้องกิมเตี๋ยน อายุ 8 ขวบ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าของการอาการ ด้วยข้อความว่า

"#รบกวนช่วยกันแชร์อีกรอบค่ะ สวัสดีเพื่อนชาวเฟซทุกท่าน หลังจากที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ ก็ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นจากหลายๆท่าน ทั้งคนใกล้ตัวและคนไกลตัวที่รับทราบข่าวคราว วันนี้จะมารายงานความคืบหน้าค่ะ หลังจากที่เห็นภาพน้องและทราบข้อมูลเบื้องต้นจากคุณพ่อน้อง และในโพสต์แรกได้แจ้งไปว่า น้องเข้ารับการรักษาฟรี แต่ต้องการระดมทุนสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ยอดล่าสุดจะแจ้งให้ทราบในคอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ค่ะ ทราบมาว่ามีคนไปเยี่ยมน้องที่ รพ.หลายท่านแล้วค่ะ ซึ่งคุณครู ขอขอบคุณในความเมตตาของทุกท่านแทนน้องด้วย เมื่อมีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดในเชิงลึก จึงได้ทราบว่า น้องได้รับยา "ไบโอไมซิน" ซึ่งเป็นยาตัวเดียวกับที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง แต่คุณหมอได้แจ้งให้คุณพ่อได้ทราบว่า น้องเป็นโรค .... (พ่อจำไม่ได้เพราะเป็นภาษาอังกฤษ) พ่อจึงมาแจ้งครูว่าเป็นมะเร็งตามความเข้าใจของพ่อค่ะ...หลังจากนั้นคุณครูจึงไปดูในเอกสารให้การยินยอมเพื่อเข้ารับการรักษาที่พ่อส่งมาให้ดูทางไลน์ และสืบค้นข้อมูลต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต จึงทำให้ทราบว่า นี่คือโรค "Klippel Trenaunay Syndrome" ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของหลอดเลือดแดงหรือดำ หรือต่อมน้ำเหลือง ที่ทำงานผิดปกติ จึงทำให้กล้ามเนื้อบิดเบี้ยว ผิดรูป หรือโต ซึ่งในกรณีของน้องเป็นครบทั้ง 3 หลอดเลือดแดง ดำ และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งพบได้ยากมาก จึงทำให้อาการน้องเป็นมากกว่าคนที่เป็นโรคนี้โดยทั่วไป และโชคร้ายหน่อยที่น้องได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากพ่อประสบปัญหาด้านทางเศรษฐกิจ จนทำให้เกิดการลุกลามไปจนถึงกระดูกเชิงกราน และโรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ (มะเร็งตัดทิ้ง รักษาตัวดีๆ อาจจะหายได้ค่ะ) เพราะหลอดเลือดและต่อมน้ำเหลืองอยู่ในร่างกายเราค่ะ ถ้าเราตัดทิ้ง คงไม่ต้องอธิบายผลลัพธ์นะคะ การรักษา ต้องรักษาตามอาการ และตอนนี้ทางโรงพยาบาลรับน้องไว้ดูแล 3 เดือนค่ะ เพื่อให้น้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนคุณพ่อ ก็จะกลับมาสมัครงานและเมื่อได้รับเงินจำนวนหนึ่ง ก็จะปิดรับการช่วยเหลือ เนื่องจากคุณพ่อ อธิบายว่า เมื่อน้องไปอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และพ่อไม่ต้องเดินทางขึ้นลง ก็จะขอทำงานเพื่อหารายได้เองต่อไปค่ะ (แต่ตอนนี้ก็ยังตกงานอยู่ค่ะ) สำหรับยอดเงินบริจาคทุกบาท คุณพ่อสัญญาว่าจะนำมาใช้จ่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์กับน้องมากที่สุด หากเหลือก็จะเก็บไว้เพื่อพาน้องมารับการรักษาตามนัดในอนาคต (โรคนี้เป็นแล้ว จะเป็นไปตลอดไม่หายขาด จึงต้องรักษาเป็นระยะๆ และอย่าให้ติดเชื้อ) ...ทุกอย่างครูทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและความจริงก็คือ น้องก็ยังรักษาตัวที่ รพ.ศิริราช หากข้อมูลของโรคที่น้องเป็นในครั้งแรกที่โพสต์ออกไปเพื่อขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ทำให้หลายๆ คนไม่สบายใจ ครูขอรับความผิดนั้นไว้คนเดียวค่ะ แต่ถ้ายังสงสารน้องอยู่รบกวนบริจาคเป็นแพมเพิร์ส ไรฟ์รีไซด์ M ผู้ใหญ่ ผ้าพันแผล และน้ำเกลือล้างแผล ก็จะเป็นการสร้างกุศลต่อไปค่ะ #แต่ตอนนี้ #ยังรับบริจาคอยู่นะคะ”

ก่อนที่ ครูอีฟ จะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) ได้รับ น้องกิมเตี๋ยน เป็นผู้ป่วยของโครงการเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งครอบครัวของน้องจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่ก็ยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือ เช่น แพมเพิร์ส ผ้าพันแผล และน้ำเกลือล้างแผล โดยทีมแพทย์ รพ.ศิริราช ให้แอดมิตเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อรักษาแผลติดเชื้อและพักฟื้น ก่อนจะสามารถสรุปผลว่าสามารถผ่าตัดใหญ่ได้หรือไม่

สำหรับก่อนหน้านี้ ได้เริ่มรักษาตัวน้องที่ โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ครั้งแรกที่มีการตรวจพบเป็นโรคนี้ คุณพ่อได้พาไปพบหมอเพื่อให้คีโม และหมอทำการนัดครั้งที่สอง แต่เนื่องจากคุณพ่อไม่สามารถหาเงินค่ารถเดินทางไปได้ จึงไม่สามารถพาน้องไปรักษา และถึงขั้นต้องขายบ้าน เมื่อนายอำเภอทราบเรื่องจึงได้มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านไปดูแล โดยระดมเงินให้คุณพ่อ 3,000 บาท เพื่อไปรักษา จนกระทั่งครั้งนี้เมื่อตนทราบจึงได้ดำเนินการเรื่องค่าเดินทาง ส่วนสาเหตุที่ทำให้โรคแพร่เชื้อย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจาก ครอบครัวของน้องประสบภาวะทางเศรษฐกิจ จึงไม่สามารถที่จะพาน้องไปรักษาที่กรุงเทพฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนแผลติดเชื้อ และลุกลามไปถึงกระดูกเชิงกราน ทำให้ทีมแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

สำหรับ ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ สามารถบริจาคช่วยได้ที่ บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาภูเก็ต เลขบัญชี 8172591668 ชื่อบัญชี นายฐิตินันท์ จันทร์หอม (พ่อเด็ก).