วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เช็กลูกคุณด่วนๆ 7 สัญญาณบ่งบอกว่าลูกคุณเป็น 'เด็กฉลาด'

คุณเห่อลูกมั้ย? คำถามสุดเบสิก ที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจต้องตั้งสติ ถามตัวเองอีกครั้ง ว่าเราเป็นคุณพ่อคุณแม่ขี้เห่อลูกจริงมั้ย? แหม่...มันพูดยาก กับเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะกับคนที่ยังมีลูก จะบอกแบบนี้ค่ะว่าต้องลองมีลูกดู แล้วคุณจะรู้ว่า ความรู้สึกเห่อมันเป็นอย่างไร

แต่นอกเหนือไปจากความเห่อ คงหนีไม่พ้น "ความฉลาด" ที่พ่อแม่ทุกคนปรารถนาให้ลูกของเราฉลาดหลักแหลม ซึ่งเรื่องของการเรียนรู้เราส่งเสริมกันได้ เพราะพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเลี้ยงดู แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราเช็กได้ว่า ลูกเรามีสัญญาณบ่งบอกว่า เค้าเป็น "เด็กฉลาด" หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเราจะได้ส่งเสริมลูกได้ถูกทางยิ่งขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาสมองที่ได้ผลไวที่สุด คือในช่วง 3 ปีแรกของชีวิต

นักจิตวิทยาพัฒนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพเด็กเล็กและการเลี้ยงลูกเชิงบวก "ณัฏฐณี สุขปรีดี" แนะสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเป็นเด็กเรียนรู้ไวไว้ 7 ข้อดังนี้
 
1. ช่างสงสัย

เด็กมีความสงสัยใคร่รู้ จะชอบรื้อ ชอบค้น และเมื่อโตขึ้นก็เริ่มแสดงพฤติกรรมช่างซัก ช่างถาม สะท้อนให้เห็นว่าเด็กมีพัฒนาการทางด้านเชาวน์ปัญญาที่ดี มีความสามารถในการแยกแยะได้ระหว่างสิ่งที่เคยรู้แล้วกับสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีข้อมูล คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพฤติกรรมนี้ได้โดยการเปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถาม ชักชวนให้เด็กคิดและสังเกตสิ่งรอบตัว รวมทั้งการพาเด็กๆ ไปเรียนรู้โลกกว้างและสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย

2. จำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้เร็ว

พัฒนาการทางด้านภาษา เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกได้ถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก โดยปกติ เด็กจะเริ่มสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วในช่วงวัยประมาณ 3 ปีขึ้นไป แต่ในช่วงก่อนหน้านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตได้ว่า เด็กจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้เร็วหรือไม่ หรือบางครั้งเด็กมีการจดจำคำศัพท์ที่ได้ยินด้วยตนเองโดยที่เราไม่ได้สอน เช่น ได้ยินผ่านการสนทนาของผู้ใหญ่ ได้ยินผ่านสื่อต่างๆ เป็นต้น

3. มีความจำแม่น

เด็กที่เรียนรู้ได้เร็ว ไม่เพียงแต่จะมีความจำที่ดีในเรื่องของคำศัพท์หรือภาษาเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการจดจำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นระยะเวลานานกว่าเด็กทั่วๆ ไปอีกด้วย โดยความจำในลักษณะนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเหตุการณ์ที่เด็กประทับใจเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหตุการณ์ทั่วๆ ไป หรือเหตุการณ์ที่ผู้ปกครองไม่คิดว่าเด็กจะจดจำ เช่น สถานที่ที่ขับรถผ่าน บุคคลที่คุณพ่อคุณแม่เคยสนทนาด้วย เหล่านี้ เป็นต้น 

 
4. มีประสาทสัมผัสที่ดี

การเรียนรู้ที่ไว เกิดจากประสาทสัมผัสที่ดี การหยิบจับสิ่งของที่คล่องแคล่วว่องไว มีความกระตือรือร้นชอบทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ มีความสามารถในการเรียนรู้จากประสาทสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งการได้ยิน การมองเห็น การสัมผัส การได้กลิ่น รวมไปถึงการลิ้มรส คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสของเด็กได้ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับเด็ก ไม่เร่งเมื่อเด็กต้องการใช้เวลาในการเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านประสาทสัมผัส รวมถึงการเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับธรรมชาติโดยตรงเช่น การเดินบนทราย บนพื้นหญ้า การเล่นดิน เป็นต้น

5. มีความคิดสร้างสรรค์

เกิดจากการใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี ผสมผสานกับการคิดต่อยอด และการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน การแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กนั้น อาจเป็นไปได้ทั้งการแสดงความคิดเห็น การถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะ หรือการแสดงออกในรูปแบบของท่าทางหรือพฤติกรรม เด็กที่มีการทำงานของสมองที่ดีและเรียนรู้ได้ไว มักใช้เวลาอยู่กับการเล่นและการจินตนาการมากกว่าปกติ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรที่จะมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระหรือเสียเวลา แต่ควรให้คำแนะนำและสนับสนุนเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์นี้เป็นประโยชน์ต่อเด็ก

6. ใส่ใจในรายละเอียด

พฤติกรรมการใส่ใจในรายละเอียดนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงความฉลาดและการเรียนรู้ที่ดีของเด็ก โดยเด็กมักแสดงออกถึงการรับรู้ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ หรือสังเกตในสิ่งที่บางครั้งผู้ใหญ่อาจมองข้าม เช่น สีที่แตกต่างกัน ความยาว-สั้นของสิ่งของ หรือการมีสิ่งแปลกปลอมปนอยู่กับสิ่งอื่นๆ เป็นต้น โดยหากว่าเด็กมีพฤติกรรมในลักษณะนี้ ผู้ปกครองควรให้เวลากับเด็กในการจัดการกับความละเอียดของตนเอง และไม่ควรตำหนิจนทำให้เด็กรู้สึกผิด
 
7. อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน

เด็กที่เรียนรู้ได้ไว มักมีอารมณ์ที่ดี มีอารมณ์ขัน รู้สึกสนุกกับการเล่นคำ ชอบเรื่องราวที่มีความตลก สนุกสนาน หรือแฟนตาซี อารมณ์ที่ดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้การสนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง
 
เด็กจะฉลาด สมองไว เรียนรู้ได้เร็วแล้วนั้น โภชนาการก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอครบถ้วน สารอาหารจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน อาจส่งผลให้มีการเพิ่มเซลล์ประสาทในสมอง และเชื่อมระหว่างเซลล์ประสาทเพิ่มมากขึ้น การส่งผ่านถ่ายทอดข้อมูลในสมองเป็นไปอย่างรวดเร็ว.

ที่มาข้อมูล : S-26 Progress Gold