วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลอุทธรณ์ แก้โทษ จำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญา 6 พธม.ยึดทำเนียบฯปี 51(คลิป)

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คุก 8 เดือนไม่รอลงอาญา พล.ต.จำลอง-5 แกนนำบุกทำเนียบปี 51 ทนายความยื่นประกันตัว คนละไม่เกิน 1 แสนบาท

ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นจำเลยที่ 1-6 ฐานร่วมกันบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์

จากกรณี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จำเลยกับพวกได้ปราศรัยชักชวนให้ประชาชนกดดันให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ลาออก แล้วปิดล้อมเข้าควบคุมทำเนียบรัฐบาล ห้ามข้าราชการเข้าปฏิบัติหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ก่อนยื่นขอประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์ ซึ่งเมื่อถึงเวลานัด จำเลยทุกคนมาศาล และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสนธิ มาฟังคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีรองเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักสถานที่ดูแลรักษาความเรียบร้อย สันติบาล 4 ปาก เบิกความถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่โจทก์ทั้ง 6 ที่เป็นแกนนำและผู้ชุมนุมที่เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล และได้นำรถ 6 ล้อ เข้าไปตั้งเวทีปราศรัยหน้าสนามหญ้าทำเนียบรัฐบาล มีการตัดโซ่ที่คล้องประตูสองชั้น รวมทั้งผลักดันแผงเหล็กกั้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดไว้เพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งการกระทำนั้นส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบรดน้ำ, สนามหญ้าที่แห้งตายทั้งหมด และระบบไฟในสนามหญ้า

ศาลจึงเห็นว่า การกระทำของจำเลยนั้น เป็นการกระทำฐานบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวสืบเนื่องกันแต่ผิดกฎหมายหลายบท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาฐานบุกรุกนั้นชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยขอให้ศาลลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษ โดยอ้างเหตุว่า จำเลยเป็นผู้มีการศึกษา มีสถานะทางสังคม และได้ทำงานสังคม อีกทั้งไม่เคยต้องโทษในคดีอาญามาก่อน กับการชุมนุมนั้นก็เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะนั้น ศาลเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ซึ่งการที่จำเลยจะใช้เสรีภาพนั้นก็จะต้องไม่กระทบต่ออำนาจหน้าที่อื่น และเพื่อไม่ให้การกระทำของจำเลยนั้นเป็นเยี่ยงอย่าง

แต่เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของพวกจำเลยมิได้เป็นประโยชน์เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน จึงเห็นควรพิพากษาลงโทษให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ จึงพิพากษาแก้ จากเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี ให้เป็นจำคุก 1 ปี โดยลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้ง 6 เป็นเวลาทั้งสิ้น 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ต่อมา นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความ เปิดเผยว่า เตรียมยื่นหลักทรัพย์ สำหรับ 5 แกนนำ คนละไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนนายสนธิ ไม่ได้ยื่น เนื่องจากถูกจำคุกในคดีอื่น โดยจะพยายามยื่นฎีกาต่อสู้คดีให้ทันภายในวันนี้ด้วย

ขณะที่บรรยากาศที่ศาล มีประชาชนเข้าร่วมฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจจำเลยเป็นจำนวนมากกว่า 50 คน จนล้นห้องพิจารณาคดี