วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องตลก–โศกนาฏกรรม

กรณีที่ศาลอเมริกันส่งตัวเณรคำมาดำเนินคดีในไทย ทำให้มีคำถามว่าทำไมคดีอื่นๆทางการไทยจึงไม่ทำแบบคดีเณรคำ หรือทำแบบเมื่อเร็วๆนี้ที่ตำรวจไทยประสบความสำเร็จในการขอให้ตำรวจสากลออกหมายจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายชาวอังกฤษที่ก่อคดีฆาตกรรมในไทย และหลบหนีไปหลบซ่อนอยู่ในสเปน แต่กลับล้มเหลวคดีนักการเมืองและทายาทมหาเศรษฐี

มีนักการเมืองไทยหลบหนีคดี ไปต่างประเทศ ทั้งระดับมหาเศรษฐีและเศรษฐีรัฐบาลก่อนๆเคยพยายามร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน กลับมารับโทษหรือดำเนินคดีในไทย แต่ไม่สำเร็จ อ้างว่าประเทศที่หลบหนีไปไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย หรือมิฉะนั้นผู้ต้องหาก็ต่อสู้ว่าไม่ใช่คดีอาญา แต่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองจึงส่งผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้

จนถึงรัฐบาล คสช.จึงมีการแก้ไขกฎหมายวิธีการดำเนินคดีอาญานักการเมืองให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ ถ้าจำเลยหลบหนี แม้จะให้จำเลยตั้งทนายเป็นผู้แก้ต่างได้ ซ้ำยังให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ แต่การแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้ถูกบางฝ่ายโจมตี แต่เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหานักการเมืองหลบหนีคดี

ส่วนกรณีทายาทมหาเศรษฐีขับรถชนดาบตำรวจเสียชีวิต เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 กว่า 4 ปีมาแล้ว ยังไม่มีการฟ้องคดีใดๆ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ป.ป.ช.เตรียมตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อไต่สวนนายตำรวจหลายคนที่ถูกกล่าวหากระทำผิดต่อหน้าที่ราชการช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด

การที่ตำรวจหลายนายตั้งแต่ระดับนายพลจนถึง พ.ต.ท.ไม่ออกหมายจับผู้ต้องหาเพื่อส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ทำให้บางคดีขาดอายุความ และผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ ตำรวจขอให้อัยการสูงสุดดำเนินการตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่มีปัญหาไม่มีผู้แปลเอกสารแค่ 34 หน้า เป็นเรื่องตลกที่คนไทยไม่ตลก กลายเป็นเรื่องเศร้าหรือโศกนาฏกรรม

เป็นเรื่องเศร้าเพราะว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีตำรวจกว่า 2 แสนคน แต่หาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาเพื่อแปลเอกสารไม่ได้ ต้องไปจ้างบริษัทเอกชน จึงแปลเอกสารได้เสร็จภายในไม่กี่วัน เพื่อดำเนินตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป โดยไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปี และไม่รู้ว่าในระหว่างรอคอยอายุความอาจขาดไปจะมีคดีให้ฟ้องหรือไม่

เรื่องนี้ตรงกับคำกล่าวที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” ส่วนคนรวยปล่อยให้ลอยนวล ตอกยํ้าถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ที่ไม่ได้เหลื่อมล้ำแค่เรื่องรายได้ แต่เหลื่อมล้ำทั้งโอกาส อำนาจ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความยุติธรรม ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นอมตะนิรันดร์กาล และเป็นเหตุผลสำคัญในการเรียกร้องปฏิรูปตำรวจ โดยเฉพาะการสอบสวนคดีอาญา.