วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขับรถชนสุนัขตาย ถ้าเจตนา เสียทั้งเงิน เสี่ยงทั้งคุก

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ ในสังคมไทยตอนนี้กำลังมีประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับคุณลุงขับรถกระบะชนสุนัข จนสุนัขเสียชีวิต ทำให้มีประเด็นปัญหาตามมาว่า การขับรถชนสุนัขดังกล่าวนั้น จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และในส่วนของเจ้าของสุนัขจะต้องรับผิดชอบต่อเจ้าของรถกระบะหรือไม่ อย่างไร

คุณลุงได้ให้เหตุผล ถึงการขับรถชนสุนัข จนถึงแก่ความตาย ว่ากระทำไปโดยประมาท เนื่องจากรถกระบะสูงจึงมองไม่เห็นสุนัขตัวดังกล่าวที่นั่งอยู่กลางถนน และการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อคน เนื่องจากมองว่าเจ้าของสุนัขควรจะจัดการดูแลสุนัขให้ดี ไม่ควรให้สุนัขออกมาทำความเสียหายให้กับผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433

ในส่วนของเจ้าของสุนัขนั้น บอกว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 

ต่างคนต่างความคิดกันไปครับ เป็นสิทธิของบุคคลที่จะคิดได้ แต่ในทางของกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เข้ามาเกี่ยวข้อง และมีกฎหมายสองฉบับที่มีโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับครับ คือ ตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์พ.ศ. 2557

การขับรถชนสุนัขหลักๆ แบ่งออกเป็นสองกรณีครับ คือ 

1. กระทำโดยเจตนา คือ การกระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น


2. กระทำโดยประมาท คือ กระทำความผิด มิใช่โดยเจตนา แต่กระทำ โดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้น จักต้องมี ตาม วิสัย และพฤติการณ์ และผู้กระทำ อาจใช้ความระมัดระวัง เช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

กรณีมีเจตนาขับรถชนสุนัขให้ถึงแก่ความตาย หรือได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นความผิดเกี่ยวกับการทารุณสัตว์ แต่เป็นสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ จะเป็นความผิดลหุโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381 “ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” 

ส่วนกรณีที่มีเจตนาขับรถชนสุนัขให้ถึงแก่ความตาย หรือได้รับบาดเจ็บ และเป็นสุนัขที่มีเจ้าของ ผู้กระทำความผิดย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 "ผู้ใดทําให้เสียหาย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่า หรือทําให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้น้ันกระทําความผิดฐานทําให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ" ด้วย

นอกจากนี้ ไม่ว่าสุนัขจะมีเจ้าของหรือไม่ ผู้กระทำความผิดย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์พ.ศ. 2557 มาตรา 20 “ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และต้องรับโทษมาตรา 31 “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" อีกด้วย

เว้นแต่เป็นการกระทำโดยประมาท ผู้กระทำความผิดอาจจะไม่มีความผิด ทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 แต่อาจจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่า ความเสียหายนั้น เกิดจากสัตว์หรือเจ้าของสัตว์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อปล่อยปละละเลยให้สัตว์ออกมาสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น

โดยธรรมชาติของผู้กระทำความผิดมักจะต่อสู้ว่ากระทำโดยประมาท เพื่อให้หลุดพ้นโทษทางอาญา แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าผู้กระทำความผิดมักจะมีพฤติการณ์ขับชนสุนัข หรือทรมานสุนัขอยู่เป็นประจำ จากพฤติการณ์ดังกล่าวอาจจะแสดงให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของผู้กระทำความผิดก็เป็นไปได้ครับ

ในส่วนของเจ้าของสุนัข ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของ สัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวัง อันสมควร แก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่นหรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น 

โดยหน้าที่ในการนำสืบถึงมูลค่าความเสียหายนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายโจทก์ หากฝ่ายโจทก์พิสูจน์มูลค่าความเสียหายไม่ได้ ศาลอาจยกฟ้องหรือกำหนดมูลค่าความเสียหายตามความเหมาะสมก็ได้

สุดท้ายเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่ขับรถควรระมัดระวังสัตว์ หรือสุนัข ที่อยู่บนท้องถนน แม้ว่าสัตว์จะไม่สามารถพูดได้ แต่ก็มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์แล้วนะครับ ซึ่งหากท่านเจตนาชนหรือทำให้สัตว์ได้รับบาดเจ็บ ผลจากการกระทำอาจจะนำพาเรื่องคดีความมาให้แก่ตัวท่านก็เป็นไปได้นะครับ 

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ 

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์