วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บังคับคดีแม่ชีบงกชจ่าย57ล. รุกป่ากาญจนบุรี

เด้งหน.ป่าภูเรือ ‘สร้างฝาย’ไม่ขอ

กรมป่าไม้ทำหนังสือแจ้งอัยการจังหวัดกาญจนบุรีกับ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 ดำเนินการบังคับคดี “แม่ชีบงกช” สำนักปฏิบัติธรรมแดนมหามงคลหลังศาลฎีกาพิพากษาคดีแพ่ง แม่ชีคนดังกับพวกบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย จ.กาญจนบุรี ให้ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 57 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2534 ขณะที่กรมอุทยานฯ สั่งเด้งหัวหน้าอุทยานฯภูเรือ จ.เลย ข้อหาสร้างฝายกว่าพันแห่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

กรมป่าไม้เตรียมบังคับคดีกับแม่ชีคนดังที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค.นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ตามที่กรมป่าไม้ดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายนางบงกช สิทธิผล หรือแม่ชีบงกช แห่งแดนเกาะมหามงคล และ น.ส.พิมพรรณ รัตนพฤกษานนท์ และขับไล่ให้ออกไปจากป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ข้อหาบุกรุกทำลายและยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต โดยปลูกสร้างปราสาทบนยอดเขาฯ คิดค่าเสียหายเป็นเงิน 78 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2534 ซึ่งคดีนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษาว่า “ให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อยที่จำเลยทั้งสองหรือตัวแทนยึดถือครอบครอง ห้ามจำเลยทั้งสองพร้อมบริวารเข้าเกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 57,709,819.84 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ม.ค.2534 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์” ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2560 ศาลฎีกา (ความแพ่ง) ได้มีคำพิพากษายืน คือให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 57,709,819.84 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ม.ค.2534 เป็นต้นไป

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมป่าไม้มีหนังสือแจ้งให้อัยการจังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการออกหมายบังคับคดีให้กรมป่าไม้ดำเนินการบังคับคดีกับฝ่ายจำเลยและแจ้งให้ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) หรือผู้แทน เป็นผู้แทนคดีเพื่อการประสานงานและหรือดำเนินการในชั้นบังคับคดีต่อไป

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวว่า กรมป่าไม้ จะนำคำพิพากษาของศาลไปติดที่สำนักปฏิบัติธรรมแดนมหามงคล (เกาะมหามงคล) ของแม่ชีบงกช ส่วนการบังคับคดี เรียกค่าเสียหายทางแพ่งกว่า 57 ล้านบาท กรมป่าไม้จะร่วมกับกรมบังคับคดีดำเนินการ เพราะขณะนี้กระบวนการทางศาลเสร็จสิ้นหมดแล้ว ทั้งนี้ ทราบว่าแม่ชีบงกชเดินทางไปอยู่ต่างประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสำนักปฏิบัติธรรมฯ พยายามที่จะขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่สำนักสงฆ์ แต่กรมป่าไม้ไม่อนุญาต เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงข้อหาบุกรุก ก่อสร้าง แผ้วถาง และยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนางบงกช สิทธิผล หรือแม่ชีบงกช และ น.ส.พิมพรรณ รัตนพฤกษานนท์ บุกรุกป่าสงวนฯ ป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยมิได้รับอนุญาต จำนวน 520 ไร่ โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันก่อสร้างพระมหาเจดีย์ 1 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีก 35 หลังในพื้นที่ที่บุกรุก พร้อมกับสร้างถนนและบันไดเชื่อมต่อสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 ต่อมา

มีชาวบ้านร้องเรียนกล่าวหานางบงกช สิทธิผล กับพวก ร่วมกันนำที่ดินของวัดช่องแคบ ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ไปขอออกโฉนดที่ดินเป็นของตนเองโดยมิชอบ จนนำไปสู่การตรวจสอบโดยกรมป่าไม้และหน่วยงานต่างๆ และมีการดำเนินคดีก่อนที่ศาลอาญา จะมีคำพิพากษาเมื่อปี 2548 ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดร่วมกันบุกรุกป่าสงวนฯ มากกว่า 500 ไร่ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และให้จำเลยทั้งสองออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ยึดครอบครอง และล่าสุดศาลฎีกา (ความแพ่ง) จะมีคำพิพากษาเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกว่า 57 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่ามีคำสั่งย้ายนายรณภพ คัชมาตย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย ที่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกรณีสร้างฝายกว่า 1,300 แห่งในพื้นที่อุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรม และยังมีการรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไปประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 8 (ขอนแก่น) และให้นายณัฐยศ ชัยชนะทรัพย์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สบอ.ที่ 10 (อุดรธานี) เป็นหัวหน้าอุทยานฯภูเรือ รวมถึงย้ายนายปณพล ชีวะเสรีชล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล ไปเป็นหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำคลองอู่ตะเภา จ.สงขลา แล้วให้นายพันธ์พงศ์ คงแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส สบอ.ที่ 6 (สงขลา) ไปเป็นหัวหน้าอุทยานฯ ตะรุเตา จ.สตูล เพื่อให้ไปแก้ปัญหาการบุกรุกเกาะหลีเป๊ะและจัดการปัญหาท่องเที่ยวพื้นที่ต่างๆ ในอุทยานฯ ตะรุเตา