วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนี้จ๋า..เมื่อไหร่จะผ่อนหมด! 6 วิธีจัดการ 'หนี้' แบบเอาอยู่ (คลิป)

"การค้าการขายก็คิดให้มีเงินผ่อน ดาวน์ไม่เดือดร้อนผ่อนตามสบาย ข้าวของเครื่องใช้ก็ซื้อได้ด้วยดาวน์ ผ่อนกันยาวๆ ดอกเบี้ยบานตะไท ดอกทวีคูณก็หมุนเดือนชนเดือน เขาคอยมาเตือนว่าผ่อนช้าเกินไป" 

ผ่านไปกว่า 33 ปี บทเพลง ราชาเงินผ่อน ของวงคาราบาว ยังคงใช้ได้ในปัจจุบันนี้ หลังข้อมูลวิจัยจากหลายหน่วยงานยืนยันตรงกันว่า คนไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงติดอันดับ 3 ของเอเชีย-แปซิฟิก และหลายๆ คนก็ก่อหนี้กันตั้งแต่อายุยังน้อยๆ โดยเฉพาะหนี้จากสินเชื่อส่วนบุคคล ซื้อรถยนต์ และจักรยานยนต์ ด้วยประเด็นเหล่านี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ออกมาตรการมาคุมเข้มการให้สินเชื่อของธนาคารเพื่อป้องกันการผูกหนี้ของมนุษย์เงินเดือนในอนาคต 

ทั้งนี้ หลังจาก 'ไทยรัฐออนไลน์' ได้นำเสนอ วิธีผ่อนบ้านให้เงินต้นหมดไวๆ ดอกเบี้ยไม่บาน ไปแล้ว ครั้งนี้ มงคล ลุสัมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ Wealth Design Consulting ได้แนะนำ 6 วิธีจัดการหนี้แบบอยู่หมัด เรียกได้ว่า ทำตามวิธีนี้ คุณปลดแอกจากภาระอันหนักอึ้งได้แน่นอน 

1. หยุดการก่อหนี้

เมื่อเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ สิ่งที่เราต้องทำคือ หยุดการก่อหนี้ ซึ่งถ้าหากวันนี้เรายังเป็นหนี้ แต่เราไม่หยุดการก่อหนี้ เรียกง่ายๆ ว่า ทำให้ตายอย่างไร เราก็ใช้หนี้ไม่หมด....สิ่งที่เราต้องจำไว้ คือ ไม่มีก็ไม่ต้องใช้ มีเท่าไรก็ต้องใช้เท่านั้นให้พอ ไม่เช่นนั้นจะเป็นดินพอกหางหมู และล้มละลายได้ในอนาคต 

2. ทำบัญชีสำรวจหนี้สิน

หาสมุดสัก 1 เล่ม ทำบัญชีสำรวจหนี้สิน เราต้องจดไว้เลยว่า เรามีหนี้สินกับสถาบันการเงินไหนบ้าง มีหนี้กี่บาท ผ่อนเดือนละเท่าไร กำหนดวันจ่ายเงินคือวันที่เท่าไร อัตราดอกเบี้ยเท่าไร เช่น

นางสาวพอเพียง อยากหมดหนี้ มีรายได้เดือนละ 25,000 บาท

มีหนี้บัตรเครดิตกับธนาคาร A จำนวน 60,000 บาท ผ่อนเดือนละ 6,000 บาท กำหนดวันจ่ายเงินคือวันที่ 2 ของทุกเดือน อัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี

มีหนี้เช่าซื้อรถกับธนาคาร B จำนวน 700,000 บาท ยอดเงินต้นคงเหลือ 550,000 บาท ผ่อนเดือนละ 10,000 บาท กำหนดจ่ายเงินวันที่ 5 ของทุกเดือน อัตราดอกเบี้ย 2% ตลอดอายุสัญญาเช่าซื้อ

สำหรับเหตุผลที่ต้องให้ทำบัญชีสำรวจหนี้สิน เนื่องจาก บางคนเป็นหนี้ หลายธนาคารจนเกิดความสับสน

3. เริ่มจัดการหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง

เมื่อทำบัญชีหนี้สินเสร็จสิ้น แล้วจะมองเห็นรายได้ และรายจ่ายแต่ละเดือน ที่สำคัญจะมองเห็นหนี้ที่ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงๆ ซึ่งหนี้แบบนี้คือ หนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้ส่วนบุคคล และหนี้นอกระบบ ซึ่งตรงนี้เราควรจัดการเสียก่อน โดยเฉพาะหนี้กับผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ทั้งหลายที่อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ หากมีหนี้หลายก้อนมีอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน แนะนำให้จัดการกับหนี้ก้อนเล็กก่อน จะได้มีกำลังใจในการปลดภาระหนี้

4. ปิดหนี้ และบริหารจัดการหนี้

หากเราหยุดก่อหนี้แลัว เริ่มจัดการหนี้ก้อนเล็กๆ หรือหนี้ที่ดอกเบี้ยแพง เราก็จะมีกำลังใจ และมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เข้มมากขึ้น

5. ลดรายจ่าย หารายได้เพิ่ม

ควรมองหาวิธีการหารายได้เสริม และลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน

6. มีวินัยจ่ายคืนหนี้อย่างเคร่งครัด

หนี้ที่สร้างมาแล้ว มีโอกาสที่จะหมดได้ ถ้าหากเรามีวินัยในการจ่ายคืน วันหนึ่งเราจะปลดหนี้ได้แน่ๆ

อย่างไรก็ตาม 'ไทยรัฐออนไลน์' ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเป็นหนี้ ปลดแอกจากภาระนี้ไวๆ ไม่มีหนี้ ไม่มีทุกข์แน่นอน 

เมื่อเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ สิ่งที่เราต้องทำคือ หยุดการก่อหนี้ ซึ่งถ้าหากวันนี้เรายังเป็นหนี้ แต่เราไม่หยุดการก่อหนี้ เรียกง่ายๆ ว่า ทำให้ตายอย่างไร เราก็ใช้หนี้ไม่หมด 24 ก.ค. 2560 07:21 24 ก.ค. 2560 08:59 ไทยรัฐ