วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ผีแดง' มากับดวง! เฉือนโทษ 'ราชัน' 2-1 เก็บชัยอุ่นเครื่อง 4 นัดรวด

"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง เฉือนเอาชนะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ในการดวลลูกโทษ 2-1 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 เก็บชัยชนะในศึกอินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนคัพ 2017...

การแข่งขันฟุตบอลอินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนคัพ 2017 ประจำวันที่ 23 ก.ค. เป็นการพบกันระหว่าง "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พบกับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ดับเบิลแชมป์จากสเปน

เกมนี้ โชเซ มูรินโญ เปลี่ยนตัวจริงแทบจะยกชุดจากเกมที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 โดยเหลือเพียง เจสซี ลินการ์ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด สองคน ขณะตำแหน่งอื่นๆนำโดย อองโตนี มาร์เชียล, ไมเคิล คาร์ริก, มารูยาน เฟลไลนี, อันเดรียส เปร์ไรรา โดยมี โรเมลู ลูกากู, พอล ป็อกบา, เฮนริกค์ มคิตาร์ยาน เป็นตัวสำรอง

ขณะที่ "ราชันชุดขาว" ไม่มี คริสเตียโน โรนัลโด โดยเกมรุกส่ง เกเรธ เบล, คาริม เบนเซมา, ลูคัส บาสเกซ เป็นสามผสาน ส่วนแดงกลางมี ลูกา โมดริช, โทนี โครส เป็นตัวบัญชาเกม

เปิดฉากเกมขึ้นมานาทีที่ 7 เป็นโอกาสครั้งแรกของผีแดง อองโตนี มาร์เชียล ลากตัดในก่อนไหลให้ เจสซี ลินการ์ด กดเต็มข้อแต่ เคย์เลอร์ นาบาส เซฟไว้ได้หวุดหวิด

จากนั้นทั้งสองทีมสู้กันที่กลางสนามแต่โอกาสหวาดเสียวแทบไม่มีกระทั่งเกมดำเนินไปถึงนาทีที่ 41 เป็นโอกาสอีกครั้งของผีแดง แรชฟอร์ด เอาบอลลงปล่อยบอลให้ ลินการ์ด กดด้วยขวาบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

ในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ผีแดง มาได้ประตูออกนำจนได้ จากความสามารถเฉพาะตัวของ มาร์เชียล แหวก 3 คนก่อนถวายพานให้กับ ลินการ์ด ยิงโล่งๆเข้าไปและครึ่งแรกก็จบลงที่สกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง ราชันชุดขาว เปลี่ยนยกทีมใช้ผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามซะส่วนใหญ่นำโดยมีสองซีเนียร์อย่าง มาเตโอ โควาซิช, คาเซมิโร นำทัพ ส่วนผีแดงเปลี่ยนเกือบยกชุดเช่นกันโดยมี โรเมลู ลูกากู, พอล ป็อกบา, อันเดร เอร์เรรา, เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน และ ดาบิด เดเคอา นำทัพ

เกมผ่านมาไม่ทันไร อันเดร เอร์เรรา ต้องถูกเปลี่ยนออกจากสนามหลังโดนปะทะหนัก โดยโชเซ มูรินโญ เปลี่ยนเอา สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ กองกลางดาวรุ่งลงสนามมาแทน

นาทีที่ 62 เป็นโอกาสนำห่างของผีแดง จากลูกเตะมุม เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน เปิดลูกเตะมุม มารูยาน เฟลไลนี เทคตัวขึ้นขวิดบอลข้ามคานออกไป

กระทั่งนาทีที่ 69 ผีแดง เสียลูกจุดโทษ ลินเดเลิฟ ออกลูกโฉ่งฉ่างสกัด เตโอ เอร์นานเดซ ร่วงในเขตโทษ​ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ คาเซมิโร จะสังหารซัดเสยเพคานไม่เหลือซากตีเสมอ 1-1

โอกาสทองของผีแดง นาทีที่ 83  สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ บรรจงเปิดให้กับ มารูยาน เฟลไลนี ยิงโล่งๆบอลเหิมข้ามคานไม่มีลุ้นเลย

จากนั้นทั้งสองทีมยิงประตูชัยกันไม่ได้ จบการแข่งขัน 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับ เรอัล มาดริด 1-1 ต้องไปตัดสินกันที่การดวลลูกโทษ

ในช่วงการดวลลูกโทษ ผีแดง ได้ยิงก่อน อองโตนี มาร์เชียล ยิงเหินข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้นเลย คนที่สอง มาเตโอ โควาซิลของมาดริด ก็ยิงไม่เข้าเช่นเดียวกัน ติดเซฟ เดเคอา

คนที่สอง สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ ของผีแดงก็ยิงไม่เข้าอีก ยิงไปติดเซฟ คาซิญา ส่วนคนที่สองของมาดริด ออสการ์ ก็ยังติดเซฟ เดเคอา อีกครั้ง

คนที่สามของผีแดง เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน ยิงเสียบเสาซ้ายเข้าไป ส่วนคนที่สามของมาดริด คาเซดา ยิงด้วยซ้าย เดเคอา พุ่งถูกทางแต่บอลทะลักเข้าไป

คนที่สี่ของผีแดง วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ กดด้วยขวาตรงกลางแต่ไปติดเซฟ คาซิญา ส่วนคนที่สี่ของมาดริด เตโอ เอร์นานเดซ ยิงออกไปเองอีก ผ่านไป 4 คนของทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

คนที่ห้าของผีแดง ดาลีย์ บลินด์ กดด้วยขวาตรงกลางไม่เหลือซากขึ้นนำ 2-1 ส่วนคนที่ห้าของมาดริด คาเซมิโร ซัดชนคาน ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ เรอัล มาดริด ในการดวลลูกโทษ 2-1 หลังเสมอกันในเวลา 1-1